Case study

ความแตกต่างระหว่าง การซื้อขายสินค้าและการจ้างทำของ


เรื่อง ความแตกต่างระหว่าง การซื้อขายสินค้าและการจ้างทำของ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 02/09/2024
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ธุรกิจของ บริษัท  จดทะเบียนบริษัทฯ คือ trading ( ซื้อมาขายไป ) และได้รับอนุญาตจากทาง BOI ให้สามารถจัดจ้างให้บริษัทฯ อื่นทำการประกอบ/ผลิต ส่งสินค้าให้กับบริษัท และจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าต่อไป ( ตามขอบข่ายธุรกิจ )  

กรณีที่ 1 บริษัท ได้มีการจัดหาซื้อวัตถุดิบ ส่วนประกอบและชิ้นส่วนต่างๆ ส่งให้บริษัทฯที่ได้รับการจดว่าจ้างมาประกอบ/ผลิต เพื่อขายให้กับลูกค้า เพื่อมุ่งเน้นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และเงินที่ได้รับ ถือเป็น ราคาค่าสินค้า กรณีนี้ถือเป็นการขายสินค้าไม่เข้าข่ายต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ถูกต้องใช้ไหมคะ? 

กรณีที่ 2 เนื่องจากธุรกิจบริษัทฯ จะต้องการขั้นตอนการจัดจ้างประกอบและผลิต จึงทำให้มีต้นทุนในส่วนของ Tooling แม่พิมพ์ แม่แบบต่างๆ ค่าติดตั้ง เป็นต้น อยากสอบถามว่าบริษัท สามารถเรียกเก็บลูกค้าแบบใดได้บ้างคะ กรณีลูกค้าไม่ให้รวมราคากับสินค้าค่ะ และบริษัทฯเข้าข่ายต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?

คำตอบ


คำตอบ กรณีที่ 1



จากโจทย์ที่ให้มาแจ้งว่าบริษัทประกอบกิจการซื้อมาขายไป (Trading) แต่มีการซื้อวัตถุดิบ ส่วนประกอบและชิ้นส่วนต่างๆ ส่งให้กับบริษัทรับจ้างผลิตต่ออีกทอด อาจจะมองว่าบริษัทประกอบกิจการผลิต (FG) และขายสินค้าสำเร็จรูป

            

กรณีนี้หากบริษัทมีการผลิตสินค้าเพื่อขายเป็นปกติธุระอยู่แล้ว โดยใช้วัตถุดิบและส่วนประกอบของบริษัทเอง ไม่ได้ใช้วัตถุดิบของลูกค้า ถือว่าบริษัทประกอบธุรกิจซื้อมาขายไป ถือเป็นการขายสินค้า บริษัทฯ ไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 3% ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ 


ยกตัวอย่าง


       1.1 ในการผลิตได้ใช้วัตถุดิบที่ลูกค้าจัดหามาให้

             กรณีบริษัทฯ ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายโดยทั่วไปเป็นปกติธุระ ต่อมาบริษัทฯ ได้รับคำสั่งจากลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคลให้ผลิตสินค้าตามที่ลูกค้ากำหนด โดยในการผลิตได้ใช้วัตถุดิบที่ลูกค้าจัดหามาให้ กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อลูกค้าจ่ายค่าจ้างให้บริษัทฯ ลูกค้ามีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 เฉพาะค่าจ้างหรือค่าบริการ ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/3854 ลงวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2547)https://www.rd.go.th/24447.html


       1.1.2 โดยในการผลิตได้ใช้วัตถุดิบของบริษัทฯ 

           

 กรณีบริษัทฯ ได้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้า ตามสูตร ติดชื่อ ยี่ห้อ   แบรนด์ และ Packaging ตามรูปแบบที่บริษัทฯ จัดเตรียมไว้หรือลูกค้าเป็นผู้คิดสูตรเอง แต่ใช้วัตถุดิบในการผลิตของบริษัทฯ ที่จัดเตรียมและมีไว้ให้เลือก การรับทำสินค้า ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/5546 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553)https://www.rd.go.th/43187.html



 



คำตอบ กรณีที่ 2



บริษัทเรียกเก็บรายได้ของ Tooling แม่พิมพ์จากลูกค้า หากบริษัทฯ ผลิตสินค้าขายให้แก่ลูกค้าเป็นปกติธุระอยู่แล้ว แม้ในการขายสินค้าให้แก่ลูกค้า บริษัทฯ จะคิดราคาแม่พิมพ์แยกต่างหากจากราคาสินค้า แต่การประกอบการดังกล่าวเป็นการมุ่งจะโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้ามิใช่มุ่งในผลสำเร็จของงาน จึงเป็นการขายสินค้า (สินค้าและแม่พิมพ์) บริษัทฯ ไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 3% ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ 


คำตอบเพิ่มเติม

      กรณีบริษัทจ่ายเงินค่ารับจ้างประกอบ/ผลิตสินค้าให้กับบริษัทรับจ้าง โดยใช้วัตถุดิบ ส่วนประกอบและชิ้นส่วนต่างๆ ของบริษัทเอง กรณีนี้เข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อบริษัทจ่ายค่าจ้าง มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 เฉพาะค่าจ้างหรือค่าบริการ ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

สัญญาจ้างผลิตหรือสัญญาจ้างทำของ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/11/2021 - วันที่ตอบ 31/12/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ

ปุจฉา

รบกวนช่วยอธิบายสัญญาจ้างผลิตหรือสัญญาจ้างทำของ แตกต่าง การผลิตแบบปกติ แตกต่างกันอย่างไรครับ

วิสัชนา

สัญญาจ้างผลิตหรือสัญญาจ้างทำของ

    1. กรณีไม่ได้ผลิตสินค้าเพื่อขายเป็นปกติธุระ

       บริษัทฯ มิได้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกวางจำหน่ายเป็นการทั่วไป หากแต่บริษัทฯ จะผลิตสินค้าดังกล่าว เฉพาะเมื่อมีการสั่งให้ผลิตจากลูกค้าเท่านั้น ดังนั้น ไม่ว่ากรรมสิทธิ์ในแม่แบบจะเป็นของบริษัทฯหรือของลูกค้าก็ตาม การประกอบกิจการของบริษัทฯ ถือเป็นการรับจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และถือเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงมีความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อได้รับชำระค่าบริการตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และเมื่อลูกค้าจ่ายค่าจ้างให้บริษัทฯ ลูกค้ามีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ .2528 (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811/16284 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540)https://www.rd.go.th/22903.html

       บริษัท บ. ประกอบกิจการเป็นผู้รับจ้างผลิตอะไหล่ลูกกลิ้งยาง และวัสดุอุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมทุกชนิด รวมทั้งการให้บริการซ่อมวัสดุอุปกรณ์ โดยจะผลิตตามคำสั่งของลูกค้าแต่ละรายซึ่งเป็นผู้กำหนดขนาด รูปแบบ ชนิด และความแข็งของยาง ตลอดจนสีที่ต้องการ โดยบริษัทฯ จะเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบและวัสดุต่างๆ เองและนำไปบันทึกเป็นต้นทุนการผลิตของกิจการ โดยมีขั้นตอนการออกเอกสาร ดังนี้

       (1) เมื่อกระทำเสร็จพร้อมส่งมอบจะออกเอกสารใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้าเพื่อยืนยันการรับสินค้า ยกเว้นกรณีสินค้าไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดของลูกค้าจะส่งกลับ และบริษัทฯ จะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องก่อนส่งมอบต่อไป

       (2) เมื่อครบกำหนดชำระเงิน และได้รับชำระเงินจากลูกค้าจากการรับจ้างผลิต บริษัทฯ จะออกใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้า

       ตามข้อเท็จจริงหากบริษัทฯ ไม่ได้ผลิตสินค้าเพื่อขายเป็นปกติธุระแต่จะกระทำการผลิตตามคำสั่งที่ลูกค้ากำหนดเท่านั้น โดยคู่สัญญามุ่งโดยตรงต่อผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ มิได้มุ่งโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าแต่อย่างใด ถือเป็นการรับจ้างทำของเข้าลักษณะเป็นการให้บริการซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ ทั้งนี้ ตามมาตรา 77/1 (10) และตาม มาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น กรณีบริษัทฯ ออกเอกสารใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้าเพื่อยืนยันการรับสินค้าโดยยังมิได้รับชำระราคาค่าบริการ ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงยังไม่เกิดขึ้น (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/พ./6743 ลงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2549)https://www.rd.go.th/32686.html


    2.กรณีผลิตสินค้าเพื่อขายเป็นปกติธุระ

       2.1 โดยในการผลิตได้ใช้วัตถุดิบที่ลูกค้าจัดหามาให้

           กรณีบริษัทฯ ผลิตเครื่องประดับที่ทำด้วยเงินเพื่อจำหน่ายโดยทั่วไปเป็นปกติธุระ ต่อมาบริษัทฯ ได้รับคำสั่งจากลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคลให้ผลิตเครื่องประดับตามแบบ ขนาดและจำนวน ที่ลูกค้ากำหนด โดยในการผลิตได้ใช้วัตถุดิบที่ลูกค้าจัดหามาให้ กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อลูกค้าจ่ายค่าจ้างให้บริษัทฯ ลูกค้ามีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 เฉพาะค่าจ้างหรือค่าบริการ ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/3854 ลงวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2547)https://www.rd.go.th/24447.html


       2.2 โดยในการผลิตได้ใช้วัตถุดิบของตนเองผลิตก่อน เมื่อผลิตเสร็จแล้วลูกค้าจะชำระค่าบริการพร้อมคืนวัตถุดิบให้ตามปริมาณที่ใช้ผลิตสินค้า

           กรณีบริษัทฯ ผลิตเครื่องประดับที่ทำด้วยเงินเพื่อจำหน่ายโดยทั่วไปเป็นปกติธุระ ต่อมาบริษัทฯ ได้รับคำสั่งจากลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคลให้ผลิตเครื่องประดับตามแบบ ขนาดและจำนวนที่ลูกค้ากำหนด โดยในการผลิตบริษัทฯ ได้ใช้วัตถุดิบของบริษัทฯ ผลิตก่อน เมื่อผลิตเสร็จแล้วลูกค้าจะชำระค่าบริการพร้อมคืนวัตถุดิบให้ตามปริมาณที่ใช้ผลิตสินค้า กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/3854 ลงวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2547) https://www.rd.go.th/24447.html

           กรณีห้างฯ ได้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าตามรูปแบบที่ห้างฯ จัดเตรียมไว้หรือลูกค้าเป็นผู้ออกแบบเอง แต่ใช้วัตถุดิบในการผลิตของห้างฯ ที่จัดเตรียมและมีไว้ให้เลือก การรับทำสินค้าดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/5546 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553)https://www.rd.go.th/43187.html


เครดิต อาจารย์ Yong Yee


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

การหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีสั่งซื้อสินค้าเพื่อขายกับโรงงานที่ผลิตสินค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 06/02/2023 - วันที่ตอบ 30/03/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528

ปุจฉา

มีประเด็นคำถามเกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายค่ะ

    ทางบริษัท ก ได้ทำการสั่งซื้อสินค้าเพื่อขายกับโรงงานที่ผลิตสินค้า ทางเราบริษัท ก มองว่าซื้อสินค้าสำเร็จรูป ไม่ได้จ้างทำของ เลยไม่ได้หัก ณ ที่ จ่าย แต่ทางโรงงานผลิตสินค้าเขามองว่าเข้าข่ายจ้างทำของ เลยแจ้งให้บริษัท ก ต้องหัก ณ ที่จ่าย

คำถาม

ถ้าต้องหัก ต้องดูอย่างไรบ้างถึงจะเข้าข่ายและต้องทำการหัก ณ ที่จ่าย ค่ะ

วิสัชนา

1. ในทางภาษีอากร อาจแสดงรายการเปรียบเทียบระหว่างการขายสินค้า และการให้บริการจ้างทำของเป็นตารางตามประเด็นทางภาษีอากรอากรที่แตกต่างกันได้ดังนี้

(ดูตารางประกอบ)

2. ตามหนังสือตอบข้อหารือเลขที่ กค 0702/5546 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีผลิตและจำหน่ายสินค้าเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าตามรูปแบบที่จัดเตรียมไว้ หรือลูกค้าเป็นผู้ออกแบบเอง ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้

    “กรณีห้างฯ ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป เช่น เสื้อโปโล เสื้อแจ๊คเก็ต เสื้อเชิ้ต และกางเกง โดยใช้วัสดุในการผลิตแตกต่างกัน รวมทั้งมีการผลิตและจำหน่ายให้แก่ลูกค้าตามคำสั่งมีลักษณะดังนี้

     1. ลูกค้าสั่งซื้อตามรูปแบบตามที่ห้างฯ รับผลิต หรือตามตัวอย่างที่ห้างฯ จัดเตรียมไว้และลูกค้าขอเลือกวัสดุ เช่น สีผ้า ชนิดผ้า กระดุม และแบบกระดุม ที่ห้างฯ จัดเตรียมและมีไว้ให้เลือก ซึ่งบางครั้งคำสั่งซื้อจะมีการติดเครื่องหมายของ บริษัทลูกค้า โลโก้ หรือเครื่องหมายอื่นที่ลูกค้าต้องการบนเสื้อตามจุดที่ลูกค้าต้องการ

     2. ลูกค้าสั่งผลิตสินค้าโดยลูกค้าเป็นผู้ออกแบบเอง แต่ใช้วัตถุดิบในการผลิตตามตัวอย่างที่ห้างฯ จัดเตรียมและมีไว้ให้เลือก และอาจมีการติดเครื่องหมายของบริษัทลูกค้า โลโก้ หรือเครื่องหมายอื่นที่ลูกค้าต้องการบนเสื้อตามจุดที่ลูกค้าต้องการ

     เช่นนี้ กรณีห้างฯ ได้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าตามรูปแบบที่ห้างฯ จัดเตรียมไว้หรือลูกค้าเป็นผู้ออกแบบเอง แต่ใช้วัตถุดิบในการผลิตของห้างฯ ที่จัดเตรียมและมีไว้ให้เลือก การรับทำสินค้าดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528” (เลขตู้ : 73/37422)



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีบริษัทฯ สั่งซื้อสินค้าไปยังโรงงานผู้ผลิต หากโรงงานได้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าบริษัทฯ จะสั่งซื้อสินค้าตามรูปแบบที่โรงงานจัดเตรียมไว้ หรือบริษัทฯ เป็นผู้ออกแบบเอง แต่ใช้วัตถุดิบในการผลิตของโรงงานที่จัดเตรียม และมีไว้ให้เลือก การรับทำสินค้าดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 แต่อย่างใด


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


เรื่อง

เรื่อง หักภาษี ณ ที่จ่าย แม่พิมพ์ ของกิจการ trading company

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 06/08/2017 - วันที่ตอบ 07/08/2017

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 3 เตรส, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528

ปุจฉา

เรื่อง หัก ภาษี ณ ที่จ่าย แม่พิมพ์
      บริษัท ก เป็น trading company ขายชิ้นส่วนรถยนต์ โดยให้โรงงาน ข ผลิตชิ้นส่วนให้ ในขั้นตอนการผลิตต้องมีแม่พิมพ์ - โรงงาน ข เป็นผู้จัดหาแแม่พิมพ์ และขายบริษัท ก - บริษัท ก ขายแม่พิมพ์ให้ผู้ผลิตรถยนต์ ค แม่พิมพ์กรรมสิทธิ์เป็นของ ค แต่เก็บไว้ที่โรงงาน ข เพื่อผลิต ชิ้นส่วนรถยนต์ และจะส่งคืน ค เมื่อรถยนต์รุ่นนั่นหยุดผลิต

คำถาม
 
     1. เมื่อ ก จ่ายเงินค่าแม่พิมพ์ให้ ข ต้อง หัก ณ ที่จ่ายหรือไม่
      
2.เมื่อ ค จ่ายเงินค่าแม่พิมพ์ให้ ก ต้อง หัก ณ ที่จ่าย หรือไม่

วิสัชนา

บริษัท ก เป็น trading company ขายชิ้นส่วนรถยนต์ โดยให้โรงงาน ข ผลิตชิ้นส่วนให้ ในขั้นตอนการผลิตต้องมีแม่พิมพ์ - โรงงาน ข เป็นผู้จัดหาแแม่พิมพ์ และขายบริษัท ก - บริษัท ก ขายแม่พิมพ์ให้ผู้ผลิตรถยนต์ ค แม่พิมพ์กรรมสิทธิ์เป็นของ ค แต่เก็บไว้ที่โรงงาน ข เพื่อผลิต ชิ้นส่วนรถยนต์ และจะส่งคืน ค เมื่อรถยนต์รุ่นนั่นหยุดผลิต นั้น

     “กรณีบริษัทฯ ผลิตชิ้นส่วนโลหะขายให้แก่ลูกค้าโดยคิดราคาแม่พิมพ์รวมไว้ในราคาสินค้าเป็นปกติธุรกิจอยู่แล้ว แม้ในการขายสินค้าให้แก่ลูกค้าบางรายตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ จะคิดราคาแม่พิมพ์แยกต่างหากจากราคาสินค้า แต่การประกอบการดังกล่าวเป็นการมุ่งจะโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้ามิใช่มุ่งในผลสำเร็จของงาน จึงเป็นการขายสินค้า (ชิ้นส่วนโลหะและแม่พิมพ์) และการขายสินค้าไม่ว่าจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนหรือไม่ บริษัทฯ ก็ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528” (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0811(กม.07)/1881 ลงวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2543)

ดังนั้น

     1. เมื่อ ก จ่ายเงินค่าแม่พิมพ์ให้ ข ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

     2.เมื่อ ค จ่ายเงินค่าแม่พิมพ์ให้ ก ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

เลขที่หนังสือ : กค 0811 (กม.07)/1881
วันที่ : 19 ธันวาคม 2543
เรื่อง : ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขายแม่พิมพ์ต่างหากจากราคาสินค้า
ข้อกฎหมาย : มาตรา 3 เตรส, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ

 

ข้อหารือ :
ในการขายสินค้าบริษัทฯ ได้ตั้งราคาขายสินค้าโดยได้รวมต้นทุนค่าแม่พิมพ์โลหะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนสินค้า และบริษัทฯ ได้กำหนดปริมาณการสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำไว้เมื่อลูกค้ามีการสั่งซื้อสินค้าตามปริมาณที่บริษัทฯ กำหนดไว้ ราคาขายก็จะลดลงตามมูลค่าต้นทุนของแม่พิมพ์ มีลูกค้าบางรายไม่ต้องการให้บริษัทฯ คิดต้นทุนค่าแม่พิมพ์รวมไว้ในราคาขายสินค้าโดยลูกค้ายินดีจะชำระค่าแม่พิมพ์ต่างหากตามราคาแม่พิมพ์ซึ่งบริษัทฯ จัดหามา แต่ลูกค้าขอหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงหารือว่า การขายแม่พิมพ์ต่างหากจากราคาสินค้านั้น บริษัทฯ อยู่ในข่ายต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่

 

แนววินิจฉัย :
      กรณีบริษัทฯ ผลิตชิ้นส่วนโลหะขายให้แก่ลูกค้าโดยคิดราคาแม่พิมพ์รวมไว้ในราคาสินค้าเป็นปกติธุรกิจอยู่แล้ว แม้ในการขายสินค้าให้แก่ลูกค้าบางรายตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ จะคิดราคาแม่พิมพ์แยกต่างหากจากราคาสินค้า แต่การประกอบการดังกล่าวเป็นการมุ่งจะโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้ามิใช่มุ่งในผลสำเร็จของงาน จึงเป็นการขายสินค้า (ชิ้นส่วนโลหะและแม่พิมพ์) และการขายสินค้าไม่ว่าจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนหรือไม่ บริษัทฯ ก็ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528

เลขตู้ : 63/30051

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"




หมายเหตุ: TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น  กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ