กรณีตามข้อเท็จจริง 1. เงินได้จากการขายที่ดินเปล่าที่พัฒนาแล้ว หรือจากการขายที่ดินที่พัฒนาแล้วพร้อมอาคาร (“เงินได้ฯ” การเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับที่ดินเปล่าที่พัฒนาแล้วหักค่าใช้จ่ายตาม คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 100/2543 ข้อ 6 (1) เนื่องจากเป็นการขายที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการรับให้โดยเสน่หา ส่วนอาคารซึ่งสร้างขึ้นเพื่อขาย ให้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตาม คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 100/2543 ข้อ 6 (2) ถูกต้องแล้ว ดังนี้ ตามข้อ 6 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 100/2543 ฯ ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้นี้ “ข้อ 6 วิธีปฏิบัติในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้จ่ายเงินได้ให้แก่ผู้รับซึ่งขาย อสังหาริมทรัพย์ มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งเงินภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียน ดังนี้ (1) สำหรับอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา ให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 ของเงินได้ เหลือเท่าใดถือเป็นเงินได้สุทธิแล้วหาร ด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินภาษีที่ต้องเสีย (2) สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นนอกจาก (1) ให้หักค่าใช้จ่าย เป็นการเหมาตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วย การกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินจาก การขายอสังหาริมทรัพย์ เหลือเท่าใดถือเป็นเงินได้สุทธิแล้ว หารด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ผลลัพธ์ที่ได้ เป็นเงินภาษีที่ต้องเสีย คำว่า "จำนวนปีที่ถือครอง" ตามวรรคหนึ่ง (1) และ (2) หมายถึง จำนวนปี นับตั้งแต่ปีที่ได้กรรมสิทธิ์หรือ สิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ถึงปีที่โอนกรรมสิทธิ์หรือ สิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้าเกินสิบปีให้นับเพียงสิบปี และเศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี กรณีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทน ถือว่าผู้โอนเป็นผู้จ่ายเงินได้ ผู้โอนมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งเงินภาษีต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียน โดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามวรรคหนึ่ง ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตาม (1) และ (2) เฉพาะกรณีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทาง การค้าหรือหากำไรที่ต้องชำระใน ขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดิน เมื่อคำนวณภาษีแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาขาย”
2. เมื่อได้เสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแล้ว ตอนสิ้นปีให้จำแนกเงินได้จากการขายที่ดินที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือกำไร กับเงินได้จากการขายอาคารที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ดังนี้ (1) สำหรับเงินได้จากการขายที่ดินที่ได้มาจากการรับให้โดยเสน่หา มีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้เท่าที่ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 48 (4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร (2) สำหรับเงินได้จากการขายอาคาร ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาที่ดิน ค่าถมดิน ค่าก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร จึงไม่มีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้เท่าที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย โดยต้องนำมากรอกแบบ ภ.ง.ด.90 รวมทั้ง ภ.ง.ด.94 (ถ้ามี) รวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่น (ถ้ามี) โดยถือค่าใช้จ่ายในการพัฒนาที่ดิน ค่าถมดิน ค่าก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ และค่าก่อสร้างเป็นต้นทุนของค่าขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |