Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ซื้อชุดพนักงานจากต่างประเทศ โดยหิ้วเข้ามาไม่ได้ผ่านพิธีการขาเข้า


เรื่อง ซื้อชุดพนักงานจากต่างประเทศ โดยหิ้วเข้ามาไม่ได้ผ่านพิธีการขาเข้า
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 28/04/2025 - วันที่ตอบ 29/04/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
สอบถามกรณีการซื้อชุดพนักงานจากต่างประเทศค่ะ เนื่องจากบริษัทฯ มีเครือธุรกิจอยู่ในประเทศจีนและประเทศไทย จึงมีการซื้อยูนิฟอร์มกับบริษัทผู้ผลิตในประเทศจีนประมาณ 14,000 หยวน โดยบริษัทที่ขายยูนิฟอร์มทำการเปิดใบแจ้งหนี้ให้ Invoice เป็นเงินหยวน ให้บริษัทในไทยทำจ่าย แต่พนักงานคนจีนโอนเงินส่วนตัวไปชำระและนำชุดยูนิฟอร์มเข้าประเทศไทยมาโดยไม่ผ่านการสำแดงที่ศุลกากร และนำ Invoice หรือใบแจ้งหนี้ดังกล่าวมาเบิกเงินคืนกับบริษัทไทย โดยเบิกเป็นเงินไทยบาท
รบกวนสอบถามอาจารย์ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นค่ะ และอาจารย์แนะนำกรณีครั้งต่อไปในการซื้อลักษณะนี้อย่างไรคะ
วิสัชนา
การซื้อสินค้าจากชาวต่างชาติที่มิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นไปตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรรัษฎากร ดังนี้  
    “มาตรา 83/5 ในการขายทอดตลาด ให้ผู้ทอดตลาดซึ่งขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบ การจดทะเบียน มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องเสีย
         ให้ผู้มีหน้าที่นำส่งตามวรรคหนึ่ง นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มโดยยื่นรายการตามแบบนำส่งภาษีที่อธิบดีกำหนด ณ สถานที่และกำหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 52 และให้นำมาตรา 54 และมาตรา 55 มาใช้บังคับโดยอนุโลม 
(ดูประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นรายการ) 
         ให้ผู้ทอดตลาดที่เป็นส่วนราชการออกใบเสร็จรับเงินให้ผู้ซื้อในการขายทอดตลาด และจัดทำสำเนาให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เพื่อเป็นหลักฐาน
         ในกรณีที่ส่วนราชการขายทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถูกยึดมาตามกฎหมายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาด ให้นำความในมาตรานี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
         ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ตามวรรคสามและวรรคสี่ ให้ถือเป็นใบกำกับภาษี เว้นแต่ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ไม่ให้ถือเป็นใบกำกับภาษี
     มาตรา 83/6 เมื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการให้กับผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี
         (1) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 85/3
         (2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เฉพาะ
              (ก) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
              (ข) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ทุกราย
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ. 2564 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 เป็นต้นไป)  
         (3) ผู้ประกอบการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
         ให้นำมาตรา 83/5 วรรคสอง มาใช้บังคับ”
จากบทบัญญัติดังกล่าวอาจแยกพิจารณาได้ดังนี้ 
    1. กรณีชาวต่างชาติที่มิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มขายสินค้าในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ชาวต่างชาติดังกล่าวย่อมมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีหลักฐานว่าจ่ายเงินให้แก่คนต่างด้าวที่ขายสินค้าให้แก่บริษัทฯ โดยครบถ้วน 
    2. ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของชาวต่างชาติ เป็นไปตามาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กล่าวคือ ให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อมีการส่งมอบสินค้า 
    3. ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ ราคาตลาดตามมาตรา 79 มาตรา 79/3 แห่งประมวลรัษฎากร 
    4. วิธีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการซื้อสินค้าจากชาวต่างชาติที่มิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นไปตามมาตรา 83/6 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยกำหนดให้ผู้จ่ายเงินค่าสินค้าที่ชาวต่างชาติที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าเป็นการชั่วคราว โดยไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 85/3 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ชาวต่างชาติมีหน้าที่ต้องเสียให้แก่ทางราชการภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ตามข้อ 2 ข้างต้น 
    5. ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.36 ถือเป็นใบกำกับภาษี ตามมาตรา 77/1 (22) แห่งประมวลรัษฎากร 
    6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ซื้อสินค้าตามหลักฐานใบเสร็จรับเงินที่ทางราชการออกให้ ตามที่ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ซื้อสินค้าได้นำส่งให้ถือเป็น “ภาษีซื้อ” ที่นำไปเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/1 (18) แห่งประมวลรัษฎากร 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
1. บริษัทฯ พึงต้องปฏิบัติตามกลยุทธ์ “ตกกระไดพลอยโจน” อ้างว่า ซื้อสินค้ายูนิฟอร์มจากชาวจีนที่นำเข้ามาขายโดยมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 85/3 แห่งประมวลรัษฎากร และ
2. ยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการซื้อสินค้าจากชาวต่างประเทศที่เข้ามาขายสินค้าโดยไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราว ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่รับซื้อสินค้าดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
3. ใช้สิทธิในภาษีซื้อตามจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่ง (ไม่รวมเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ถ้ามี ซึ่งถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร ในเดือนที่ได้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังกล่าว 
4. โอกาสหน้า (ถ้ามี) ให้บริษัทฯ สำแดงใบขนสินค้าขาเข้าให้ถูกต้อง



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ