Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บริษัทซื้อสิ่งของ เพื่อบริจาคให้แก่ อบต. เพื่อแจกสิ่งของ เนื่องในงานวันเด็ก


เรื่อง บริษัทซื้อสิ่งของ เพื่อบริจาคให้แก่ อบต. เพื่อแจกสิ่งของ เนื่องในงานวันเด็ก
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 21/01/2025 - วันที่ตอบ 13/03/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 82/5 (3), มาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา

บริษัทฯ ซื้อของให้ อบต. แจกของงานวันเด็ก โดยมีหนังสือขอความอนุเคราะห์จาก อบต. สามารถนำ VAT ซื้อมาขอคืนได้ไหม หรือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามค่ะ

วิสัชนา
กรณีบริจาคสินค้า มีภาระภาษีอากรดังนี้ 
1. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม 
    มีข้อกำหนดตามมาตรา 77/1 (9) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ถือว่า ทรัพย์สินทุกอย่างไม่ว่าจะมีไว้ขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด เป็นสินค้า และตามตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดนิยามศัพท์คำว่า “ขาย” หมายถือ การจำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ดังนั้น การบริจาคทรัพย์สินถือเป็น “การโอน” อย่างหนึ่ง จึงถือเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 
    กรณีผู้ประกอบการบริจาคทรัพย์สินที่แม้จะได้ยกเลิกออกจากทะเบียนทรัพย์สินของบริษัทฯ แล้ว แต่ในทางภาษีอากร ทรัพย์สินนั้นยังถือเป็นสินค้า ผู้ประกอบการจึงต้องนำมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาดของสินค้า ณ วันที่ได้นำไปบริจาค มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยไม่จำต้องออกใบกำกับภาษีตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 
    อย่างไรก็ตาม การบริจาคสินค้าดังกรณีต่อไปนี้ ที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
    กรณีที่ 1 กรณีการบริจาคสินค้าที่เข้าลักษณะการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3 (4) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ได้แก่ การการบริจาคสินค้าให้แก่
        (1) สถานพยาบาลของทางราชการ 
        (2) สถานศึกษาของทางราชการ 
        (3) สภากาชาดไทย 
        (4) วัดวาอาราม
        (5) มูลนิธิ หรือสมาคม หรือกองทุน หรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ตามที่รัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 
        (6) โรงเรียนเอกชนโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น และสถานศึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 
        (7) หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของเอกชนที่เปิดให้ใช้เป็นการสาธารณะโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ และหอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของทางราชการ 
        (8) กองทุนผู้สูงอายุตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุ และสถานพักฟื้น บำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของเอกชนที่ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ หรือสถานพักฟื้น บำบัด ฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของทางราชการ 
    กรณีที่ 2 การบริจาคสินค้าที่ไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่บริจาคมารวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี (Non VAT Base: ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเสีย) ตามข้อ 2 (19) และ (20) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ได้แก่ 
        (1) การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนบริจาคให้แก่ส่วนราชการตามโครงการของทางราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติในลักษณะทำนองเดียวกัน 
        (2) การบริจาคทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนบริจาคให้แก่ส่วนราชการตามโครงการของทางราชการให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันศึกษาเอกชน หรือสถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน

2. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล 
    การบริจาคทรัพย์สินที่บริษัทฯ ได้ยกเลิกออกจากทะเบียนทรัพย์สินของบริษัทฯ เท่ากับทรัพย์สินดังกล่าวไม่มีมูลค่าทั้งในทางบัญชีและในทางภาษีอากร บริษัทฯ ไม่ต้องนำมูลค่าทรัพย์สินมาถือเป็นรายจ่ายค่าบริจาคการกุศลในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
    กรณีบริษัทซื้อสิ่งของ เพื่อบริจาคให้แก่ อบต. เพื่อแจกสิ่งของ เนื่องในงานวันเด็ก โดยมีหนังสือขอความอนุเคราะห์จาก อบต. เข้าลักษณะเป็นการบริจาคสินค้าที่ไม่สามารถนำภาษีซื้อมาเดรดิตหักจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เนื่องจากเข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ตามมาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต้องนำมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาดของสินค้า ณ วันที่ได้นำไปบริจาค มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยไม่จำต้องออกใบกำกับภาษีตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542
    อย่างไรก็ตาม ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ สามารถนำมูลค่าสินค้า (สิ่งของ) ที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ