Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ภาระภาษีของเงินได้พึงประเมิน เน็ตไอดอล - เป็นพรีเซ็นเตอร์/บล็อกเกอร์ – รับรีวิวสินค้า / รับเป็นตัวแทนขายสินค้า (Dropship)
| เรื่อง | ภาระภาษีของเงินได้พึงประเมิน เน็ตไอดอล - เป็นพรีเซ็นเตอร์/บล็อกเกอร์ – รับรีวิวสินค้า / รับเป็นตัวแทนขายสินค้า (Dropship) |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 15/01/2025 - วันที่ตอบ 11/03/2025 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 40 (2) , (8) แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | กรณีที่บริษัทฯ มีการจ่ายเงินส่วนแบ่ง % จากยอดขายให้กับ net idol ที่จะมา co-branding กับบริษัทฯ (กล่าวคือ บริษัทฯ เป็น owner ของ stock สินค้า แต่เมื่อใดที่บริษัทฯ ขายสินค้าได้ จะต้องแบ่ง % จากยอดขายให้กับ net idol ด้วย) เป็นเงินได้ประเภทอะไรหรือคะ มองเป็นคอมมิชชั่น หรือส่วนแบ่งกำไร หรือยอดขายเฉย ๆ แล้วต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ |
| วิสัชนา | 1. “เน็ตไอดอล” สวย หล่อ เซ็กซี่ ฮากระจาย ไลฟ์สไตล์แบบจัดเต็ม ที่สร้างให้ใครหลายคนกลายเป็น “เน็ตไอดอล” ผู้ทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์ หนึ่งในพลังการตลาดยุคออนไลน์ เมื่อคนไทยชอบตามอย่างคนดัง “เน็ตไอดอล” จัดเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสูงในโลกออนไลน์ โดยอาศัยพลังของ “โซเชียลมีเดีย” เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร สร้างให้คนธรรมดาๆ กลายเป็นคนดังในโลกออนไลน์ได้ในชั่วข้ามคืน เน็ตไอดอลในยุคปัจจุบันค่อนข้างหลากหลาย ไม่ได้จำกัดแค่คนหน้าตาสวย หล่อ และโพรไฟล์ดีเท่านั้น หลายคนแจ้งเกิดจากศัลกรรมทำสวย กลายเป็นกูรูความงามให้คนติดตามได้ในเวลาอันรวดเร็ว บางคนมาแนวให้ความรู้ สอนร้องเพลง สอนแต่งหน้า มีไม่น้อยที่อาศัยความฮา ตลกขบขัน มาเป็นจุดขาย และมีจำนวนมากที่แจ้งเกิดด้วยแนวเซ็กซี่ พริตตี้เงินล้าน สร้างยอดไลค์ให้แฟนคลับหนุ่มๆ ได้ติดตาม เป็นหมื่นเป็นแสนไลค์ได้ในเวลาไม่นาน ในแง่มุมของการตลาดแล้ว เน็ตไอดอล ถือเป็นเครื่องมือการตลาดที่อยู่ในกลุ่ม Influencer Marketing เช่นเดียวกับเซเลบริตี้ หรือดารานักร้อง นักแสดง ที่ไม่ว่าจะใช้สินค้าอะไร หรือเดินทางไปที่ไหน หลายคนก็เริ่มที่จะใช้ตาม เมื่ออำนาจของการบอกต่อของเหล่าบรรดาเน็ตไอดอลเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น แบรนด์สินค้าเริ่มจับจองใช้พื้นที่สื่อของเน็ตไอดอลเป็นกระบอกเสียงพูดกับกลุ่มเป้าหมายในโลกออนไลน์ ผ่านรูปแบบของการโพสต์สินค้า หรือแคมเปญบนโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยูทิวบ์ และโซเชียลแคม โดยที่อัตราการโพสต์ในแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับแต่ละคน ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าผู้หญิง เช่น ครีมบำรุงผิว เสื้อผ้า วิธีการส่วนใหญ่จะเป็นการส่งสินค้าให้ทดลองใช้ และทำการรีวิวลงในโซเชียลมีเดียฟรีๆ แต่บางคนก็อาจจะคิดค่าใช้จ่ายในการโพสต์ ขึ้นอยู่กับการตกลงของแต่ละคน ทำให้การตลาดแบบ Influencer Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะด้วยฐานจำนวนแฟนคลับของเน็ตไอดอลแต่ละคนจะเป็นตัวการันตีว่าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน ด้วยความที่เน็ตไอดอล ยังคงได้รับความนิยมอย่างอย่างสูงจากเจ้าของแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่ยังคงเลือกใช้บริการของเน็ตไอดอลเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดออนไลน์ เพื่อโปรโมตสินค้า 2. วิธีการหารายได้ของ “เน็ตไอดอล” 2.1 เน็ตไอดอล การเป็นเน็ตไอดอลที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เท่ากับมีฐานลูกค้าชั้นดี ก็มีแบรนด์ต่าง ๆ ว่าจ้างให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ ทั้งถ่ายรูปสินค้า ทำคลิปสั้น ๆ หรือโปรโมทวิธีต่าง ๆ ตามตกลง 2.2 บล็อกเกอร์ โดยบล็อกเกอร์ต้องรีวิวสินค้า เครื่องสำอางก่อน แล้วเขียนแนะนำลงในบล็อก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นประโยชน์กับผู้อ่านอย่างแท้จริง และซื้อสัตย์ต่อผู้บริโภค 2.3 ทำคลิปลงโซเชียลมีเดียต่าง อาทิ YouTube เพื่อโฆษณาสินค้าต่าง ๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ 2.4 ขายของ/เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ซึ่งจะได้ส่วนแบ่งจากยอดขาย โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แค่หาลูกค้ามาซื้อให้เยอะๆ เท่านั้น ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ มีการจ่ายเงินส่วนแบ่ง % จากยอดขายให้กับ net idol ที่จะมา co-branding กับบริษัทฯ ตามข้อเท็จจริงอาจสรุปประเภทเงินได้พึงประเมินของ Net Idol ได้ดังนี้ 1. กรณีเน็ตไอดอล - เป็นพรีเซ็นเตอร์ เข้าลักษณะเป็นเงินได้ค่ารับจ้างถ่ายแบบโฆษณา เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร 1.1 สำหรับเน็ตไอดอลชาวไทย หรือชาวต่างชาติที่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ของเงินได้ และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป 1.2 สำหรับเน็ตไอดอลชาวต่างชาติที่ไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) ของเงินได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 9 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป 2. กรณีบล็อกเกอร์ – รับรีวิวสินค้า หรือทำคลิปลงโซเชียลมีเดียต่างๆ อาทิ YouTube เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างโฆษณา ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 2% ของเงินได้ ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 10 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป 3. กรณีรับเป็นตัวแทนขายสินค้า (Dropship) โดยทั่วเข้าลักษณะเป็นนายหน้าตัวแทน เงินได้ที่ได้รับถือเป็นค่านายหน้า 3.1 โดยทั่วไปเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามอัตราของเงินได้สุทธิ ตามมาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป 3.2 กรณีมีหลักฐานในการประกอบกิจการให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า ได้ประกอบกิจการในรูปแบบของการทำธุรกิจและสามารถพิสูจน์รายจ่ายในการประกอบกิจการได้ ซึ่งต้องมีลักษณะการประกอบกิจการดังนี้ (1) ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและ (2) ได้จัดตั้งเป็นสำนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีอาคารสำนักงานเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง หรือเช่าจากบุคคลอื่น โดยมีหลักฐาน เช่น หลักฐานการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ สัญญาเช่าสำนักงาน และ (3) มีการลงทุนด้วยการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน และ (4) มีการจ้างลูกจ้างหรือพนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีหลักฐานตามสัญญาจ้างแรงงาน หลักฐานการจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และหลักฐานการแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่ง ในกรณีการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่มีภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่ง จะต้องมีหลักฐานเกี่ยวกับการยื่นรายการเกี่ยวกับค่าจ้างแรงงานตามแบบ ภ.ง.ด.1 ก. และ (5) มีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการ เช่น ค่ารับรอง หรือค่าบริการเพื่อประโยชน์ในการติดต่องานกับลูกค้า ในการประกอบกิจการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่เป็นค่าบริการอื่น ๆ ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของเงินได้ ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |
