Case study

การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ


เรื่อง การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 12/04/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

การบันทึกบัญชี  ด้านเงินเข้า หรือ เงินออก บริษัทต้องใช้อัตราเเลกเปลี่ยนเเบบใด   ณ วันที่เกิดรายการ หรือต้อง ย้อนหลังไป 1 วันคะ  เเละต้องใช้อัตราซื้อ หรืออัตราขาย

คำตอบ

ตอบ การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  


1. บริษัท เป็นบริษัททั้วไปที่ไม่ใช่ธนาคาร  สามารถเลือกได้ ว่าบริษัทจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์  หรือ อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย(BOT rate)  แต่เมื่อเลือกแล้วจะต้องใช้ตลอดไป ถ้าต้องการเปลี่ยนจะต้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อนจึงจะเปลี่ยนแปลงได้ตามมาตรา 65 ทวิ(5) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร


2. วิธีการใช้อัตราแลกเปลี่ยนบริษัทจะต้องใช้ อัตราซื้อ หรือ อัตราขาย นั้น   ก่อนอื่นให้แยกว่าบริษัทกำลังแปลงเงินบาทของสิ่งใดอยู่ คือ  เงินตรา ทรัพย์สิน หรือ หนี้สิน ดังนี้

2.1)  ราคาของเงินตรา หรือทรัพย์สินเป็นเงินตราไทย ใช้อัตราแลกเปลี่ยน อัตราซื้อ

2.2)  ราคาของหนี้สินเป็นเงินตราไทย ใช้อัตราแลกเปลี่ยน : อัตราขาย

** แนะนำวิธีจำแบบง่ายๆ คือ ซื้อใช้ขายขายใช้ซื้อ”  คือ

  • ถ้าบริษัทกำลังซื้อ บริษัทจะมีเจ้าหนี้(ถือเป็น หนี้สิน)  ใช้อัตราแลกเปลี่ยน : อัตราขาย 
  • ถ้าบริษัทกำลังขาย(เงินเข้า) บริษัทจะมีลูกหนี้(ที่ถือเป็นทรัพย์สินใช้อัตราแลกเปลี่ยน อัตราซื้อ


3.  วิธีการใช้อัตราแลกเปลี่ยน บริษัทจะต้องแปลงเงินบาท ของ เงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ ที่รับมาหรือจ่ายไปตามราคาตลาดในวันที่รับมาหรือจ่ายไปนั้น   ส่วน บริษัทจะต้องใช้ อัตรา วันใด ระหว่าง วันที่เกิดรายการ (T) หรือวันก่อนเกิดรายการ 1 วัน (T-1) นั้น มีประวัติความเป็นมาดังนี้ค่ะ 

  • แต่ก่อน อัตราแลกเปลี่ยนจะประกาศย้อนหลัง  กล่าวคือ ถ้าบริษัทกำลังเรียกอัตราแลกเปลี่ยน สมมุติ เรียก ณ วันที่ 11/4/68 (ทางเครื่องโทรสาร FAX) บริษัทจะได้อัตราแลกเปลี่ยน ย้อนหลัง 1 วัน คือได้วันที่ 10/4/68 (T-1)
  • ปัจจุบัน ถ้าบริษัทกำลังเรียกอัตราแลกเปลี่ยน โดยเรียก ณ วันที่ 14/4/68 (ทาง Internet) 
    • ก่อน 18.00 น. บริษัทจะได้อัตราแลกเปลี่ยน ย้อนหลัง 1 วัน คือได้วันที่ 10/4/68  (T-1)
    • หลัง 18.00 น. บริษัทจะได้อัตราแลกเปลี่ยน วันเดียวกัน คือได้วันที่ 11/4/68  (T)
  • ดังนั้น ตาม คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 132/2548 จึงยังระบุเป็น  (T-1)  แต่ ในทางปฏิบัติ มีบริษัทจำนวนมากที่ใช้ T เนื่องจากสะดวกกว่า   ซึ่งการที่บริษัทใช้ T ก็มีเคสทั้งที่ ถูกเจ้าหน้าทีสรรพากรให้ปรับปรุงตัวเลขในแบบ ภ.ง.ด.50 ให้เป็น T-1 และ มีทั้งที่เจ้าหน้าทีสรรพากรโอเคเข้าใจเหตุผล และมองว่าผลต่างไม่ต่างกันมากนัก จึงไม่ต้องให้ปรับปรุงตัวเลขในแบบ ภ.ง.ด.50  อย่างไรก็ตาม ถ้าบริษัทอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจ และไม่ต้องการงมีประเด็นที่จะต้องไปชี้แจงกับเจ้าหน้าที่  แนะนำให้ใช้ T-1  ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 132/2548  


มาตรา 65 ทวิการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

 (5) เงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้คำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทย อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
                   (ก) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนอกจาก (ข) 
ให้เลือกใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ หรือวิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตราหรือทรัพย์สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ และคำนวณค่าหรือราคาของหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ขายซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ หรือวิธีการอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาทั้งนี้ เมื่อใช้วิธีการใดในการคำนวณค่าหรือราคาดังกล่าวแล้ว ให้ใช้วิธีการนั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนแปลงได้
 
                  (ข) กรณีธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด ให้ใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้
             เงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ ที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี ให้ใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามราคาตลาดในวันที่รับมาหรือจ่ายไปนั้น





เรื่อง

การใช้อัตราแลกเปลี่ยนในการบันทึกบัญชี ตามมาตรา 65 ทวิ (5)

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 11/02/2023 - วันที่ตอบ 15/02/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 132/2548

ปุจฉา

ขอคำแนะนำการปฏิบัติตามประมวลรัษฎากรและคำสั่งสรรพากร ตามมาตรา 65 ทวิ (5)


ตามมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร นั้น ให้กิจการที่มิใช่สถาบันการเงินใช้อัตราซื้อในการรับรู้สินทรัพย์ รายได้ และอัตราขายในการรับรู้หนี้สิน จ่ายค่าใช้จ่าย + ภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง ผมได้อ่านคำสั่งสรรพากร ที่ ป. 71/2541 และ ป.132/2548 + ข้อหารือ ซึ่งทำให้ผมสับสนดังนี้

    1.ตกลงแล้วการตีราคาทรัพย์สิน/หนี้สิน ใช้คำสั่งสรรพากรที่ ป.132/2548 เพื่อเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ เท่านั้นใช่ไหมครับ

    2.ป.71/2541 และข้อหารือ จะถูกยกเลิกไม่มีผลบังคับใช้ถูกต้องไหมครับแต่ทำไมกรมสรรพากรถึงยังไม่ยกเลิกคำสั่งนี้และยกเลิกข้อหารือที่อ้างอิงคำสั่งนี้ครับ

    3. อ้างอิงจากคำสั่งสรรพากรที่ ป. 132/2548 "อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ วันที่ 3 มี.ค. 2548 เป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ สิ้นวันทำการประจำวันที่ 2 มีนาคม 2548" หมายความว่าหากผมบันทึกบัญชีย้อนหลัง และปริ้นหน้าอัตราแลกเปลี่ยนของเว็บไซด์ ธปท. อัตราแลกเปลี่ยนที่โชว์ในหน้าเว็บ คืออัตราแลกเปลี่ยน T-1 หรือครับ หากวันที่รับรู้รายการไม่ตรงกับวันหยุดราชการ

วิสัชนา

1. เกี่ยวกับการตีราคาเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สิน ที่มีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศนั้น ในทางปฏิบัติให้ผู้ประกอบการถือปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 132/2548 เพื่อเป็นไปตามาตรา  65 ทวิ (5) แห่งประมวลรัษฎากร เท่านั้น ถูกต้องแล้วครับ



 

2. คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.71/2541 และข้อหารือ ใดที่ที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 132/2548 ให้เป็นอันยกเลิก ไปตามความในข้อ 11 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 132/2548 ย่อมไม่มีผลบังคับใช้ ถูกต้องแล้วครับ

    การกรมสรรพากรยังไม่ยกเลิก เพิกถอนคำสั่งนี้และยกเลิกข้อหารือที่อ้างอิงคำสั่งที่ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 71/2541 ออกไปจากระบบสารสนเทศ นั้น อาจยังมีผลกระทบที่เกิดจากการปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 71/2541 ที่ใช้ใจการตรวจสอบภาษีอากร การอุทธรณ์ภาษี และการเป็นคดีความในชั้นศาล แต่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 71/2541 ถูกยกเลิกไปโดยปริยายแล้ว  



 

3. อ้างอิงจากคำสั่งสรรพากรที่ ป. 132/2548 "อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2548 เป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ สิ้นวันทำการประจำวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2548 นั้น เป็นการวางแนวทางปฏิบัติในชั้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2548 ณ เวลา 08.00 น. ของวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งใช้เฉพาะในช่วงระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว

    แต่จะเห็นได้ตามตัวอย่างที่ (4/2) ของข้อ 3 กรณีบันทึกบัญชีในวันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ.  2548 นั้น ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวัน (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ สิ้นวันทำการประจำวันศุกร์ที่ 29 เมษายน2548  เนื่องจากในวันทำการสุดท้ายของเดือนหนึ่งเดือนใด ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกประกาศอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ  สิ้นวันทำการนั้นอีกหนึ่งฉบับ

    ซึ่งในปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปลี่ยนวิธีการประกาศอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ  สิ้นวันทำการนั้น ทุกวันแล้ว ดังนั้น การบันทึกบัญชีย้อนหลัง และปริ้นหน้าอัตราแลกเปลี่ยนของเว็บไซด์ธนาคารแห่งปะเทศไทย อัตราแลกเปลี่ยนที่โชว์ในหน้าเว็บ คืออัตราแลกเปลี่ยนประจำวันนั้นๆ “T” หากวันที่รับรู้รายการไม่ตรงกับวันหยุดราชการ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"




เรื่อง

การใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย Back date 1 วัน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 13/11/2024 - วันที่ตอบ 01/01/2025

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

กรณีหนังสือตอบข้อหารือที่ กค 0702/5331 วันที่ 3 มิถุนายน 2558 ที่มีการจ่ายเงินวันอังคารที่ 6 ม.ค. 2558 โดยเลือกใช้อัตราแลกเปลี่ยนของ ธปท. ในการคำนวณเงินดอลลาร์เป็นเงินบาท แต่วินิจฉัยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนของวันสิ้นทำการประจำวันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 2558 ทั้ง ๆ ที่ในวันที่ 6 ม.ค. 2558 ก็มีการเผยแพร่ในเวลา 18.00 น. โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจาก ข้อ 2 (2) ของประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 8 ก.พ. 2548 กำหนดว่าต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในแต่ละวัน ไม่ได้หมายความว่า จะต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในวันเดียวกันกับที่มีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเผยแพร่ในเวลา 18.00 น. ซึ่งไม่อาจปฏิบัติได้ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจครับ

วิสัชนา

ข้อกฎหมาย : มาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ :

     บริษัทฯ ได้ขอหารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย โดยมีข้อเท็จจริง ดังนี้

     1. บริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นตัวแทนจำหน่าย และบริการซอฟต์แวร์ ของบริษัท M ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อบริษัทฯ ชำระเงินค่าซอฟต์แวร์ และค่าบริการให้กับ M ด้วยสกุลเงินดอลลาร์ (USD) บริษัทฯ จะหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ไว้ในอัตราร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่จ่าย และบริษัทฯ ได้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวัน (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในแต่ละวัน ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย

     2.เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2558 บริษัทฯ ได้ชำระเงินให้กับ M ด้วยบริการเงินโอนระหว่างประเทศของทางธนาคาร และบริษัทฯ ได้หักภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้ เป็นจำนวนเงิน USD 2,512.68

   3.ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2558 บริษัทฯ ได้ยื่นรายการนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล และการจำหน่ายเงินกำไร (ภ.ง.ด.54) นำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทฯ ได้หักไว้ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 6 มกราคม 2558 เพื่อนำมาคำนวณเป็นเงินตราไทย ซึ่งอัตราขายถัวเฉลี่ยสำหรับสกุลเงินดอลลาร์ประจำวันดังกล่าว คือ 33.1006 บาท ต่อ USD 1 ดังนั้น บริษัทฯ จึงนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 83,171.23 บาท

     บริษัทฯ ขอทราบว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่บริษัทฯ ใช้คำนวณนั้น ถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้อง อัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกต้องคืออัตราใด และตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2553 เป็นต้นมา ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เปลี่ยนแปลงการประกาศอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน ซึ่งมีการระบุวันที่ไว้ 2 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งบน (ปรากฏข้อความว่า "อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ประจำวันที่ ...") และตำแหน่งล่าง (ปรากฏข้อความว่า "เผยแพร่วันที่ ...") เช่นนี้ วันที่ ณ ตำแหน่งใดของประกาศอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันดังกล่าว คือ วันที่ของอัตราแลกเปลี่ยนที่จะใช้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย



 

แนววินิจฉัย :

     กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ ได้จ่ายเงินค่าซอฟต์แวร์ และค่าบริการซอฟต์แวร์ให้กับ M เป็นเงิน USD ไปยังประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคม 2558 โดยบริษัทฯ ได้เลือกใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศถัวเฉลี่ยของธนาคารแห่งประเทศไทยในการคำนวณเงินดอลลาร์เป็นเงินบาท บริษัทฯ จึงต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามอัตราอ้างอิงประจำวัน (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศใช้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในแต่ละวัน ตามข้อ 2 (2) และข้อ 3 (2) ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนเวลาการเผยแพร่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศประจำวันให้เร็วขึ้น จากเดิมในเวลา 10.00 น. ของวันถัดไป เป็นเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม การคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ในวันอังคารที่ 6 มกราคม 2558 ก็ยังคงต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2558 ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ วันสิ้นทำการประจำวันที่ 5 มกราคม 2558 เนื่องจาก ข้อ 2 (2) ของประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 กำหนดว่า ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในแต่ละวัน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในวันเดียวกันกับที่มีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเผยแพร่ในเวลา 18.00 น. ซึ่งไม่อาจปฏิบัติได้


 เลขตู้ : 78/39706


https://www.rd.go.th/26172.html


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีบริษัทฯ เลือกใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในแต่ละวัน ตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 นั้น การใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ต้องเป็นอัตราแลกเปลี่ยนฯ หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศไว้แล้วเท่านั้น เหตุการณ์ทางการเงินที่ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนในวันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558 นั้น จะใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในวันเดียวกันกับที่มีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเผยแพร่ในเวลา 18.00 น. ไม่ได้ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้ประกาศเผยแพร่ ถือเป็นอันพ้นวิสัย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ