Case study

บริษัทเปลี่ยนมุ้งลวดทั้งบริษัท ต้องรับรู้เป็นทรัพย์สิน หรือค่าใช้จ่าย


เรื่อง บริษัทเปลี่ยนมุ้งลวดทั้งบริษัท ต้องรับรู้เป็นทรัพย์สิน หรือค่าใช้จ่าย
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 16/12/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทเปลี่ยนมุ้งลวดทั้งบริษัท ต้องรับรู้เป็นทรัพย์สิน หรือค่าใช้จ่าย

คำตอบ

ตอบ  กรณีที่บริษัทเปลี่ยนมุ้งลวด ให้พิจารณา ว่า เปลี่ยนแล้ว ทำให้ทรัพย์สินนั้น ดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ เช่น ใช้งานได้ดีกว่าเดิม (เทียบกับมุ้งลวดเก่า ณ วันติดตั้งครั้งแรก)  เช่น เปลี่ยนเป็นมุ้งลวดที่มีระบบที่ดีกว่าเดิม เป็นต้น   

  1. ถ้าดีกว่าเดิม   เป็นการทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน ถือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หมวด ทรัพย์สินอื่น คำนวณค่าเสื่อมราคา 20% 5 ปี ตามมาตรา 65 ทวิ(2) ประกอบกับ พ.ร.ฏ.145 มาตรา 4(5) 
  2. ถ้าไม่ได้ดีกว่าเดิม แต่ เป็นเพียงทำให้กลับมาใช้งานได้ดีเท่าเดิม   ถือเป็นค่าใช้จ่าย (ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา)  



มาตรา 65 ทวิการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  (2) ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้หักได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา



พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 
ว่าด้วยหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145)พ.ศ. 2527


มาตรา การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินให้คำนวณหักตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีในกรณีที่รอบระยะเวลาใดไม่เต็มสิบสองเดือนให้เฉลี่ยตามส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราร้อยละของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ 

(5) ทรัพย์สินอย่างอื่น ซึ่งโดยสภาพของทรัพย์สินนั้นสึกหรอหรือ เสื่อมราคาได้นอกจากที่ดินและสินค้า

ร้อยละ 20




อ้างอิง

เรื่อง

คำนวณค่าเสื่อมราคา ติด film บนกระจกอาคาร

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 31/05/2023 - วันที่ตอบ 02/06/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

กรณีติด film บนกระจกอาคารนั้นในส่วนของ film เราคิดค่าเสื่อมอย่างไรครับ

  1.คิด 5 ปี

    2. คิด 20 ปี เหมือนอาคาร หรือ

    3.คิดเป็นค่าใช้จ่ายไปเลย

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ ติด film บนกระจกอาคารนั้น ในส่วนของ film ให้บริษัทฯ คำนวณหักคาสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ดังนี้

  1. กรณีที่บริษัทฯ สร้างอาคารใหม่ โดยจ้างเหมาผู้รับจ้างให้ดำเนินการให้โดยรวมค่าติดฟิล์มบนกระจก ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของอาคารถาวร ก็ให้คำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในอัตรา 5% ของมูลค่าอาคารรวมค่ากระจกและฟิล์ม

  2. กรณีบริษัทฯ ซื้อฟิล์มพร้อมติดตั้งบนกระจกเอง ต่างหากจากค่ากระจกค่ากระจกที่เป็นส่วนหนึ่งของอาคาร เนื่องจากฟิล์มมีอายุการใช้งานสั้นกว่า และสามารถแกะลอกออกได้ จึงมีลักษณะเป็นทรัพย์สินอื่น ให้คำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในอัตรา 20% ของมูลค่าฟิล์ม

    3. กรณีบริษัทฯ เปลี่ยนฟิล์มติดกระจกที่เคยติดไว้และหมดอายุการใช้งานแล้ว ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้บริษัทฯ ถือเป็นค่าซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ถือเอาค่าติดฟิล์มบนกระจกเป็นรายจ่ายทั้งจำนวน



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "




เรื่อง

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีค่าซ่อมแซมอาคาร

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

20/04/2009

เลขที่หนังสือ

กค 0702/2933

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

   บริษัท ท. (บริษัทฯ) ประกอบกิจการผลิตและขายหม้อกำเนิดไอน้ำ บริษัทฯ มีสินทรัพย์ถาวรซึ่งไม่รวมที่ดินมูลค่าไม่เกินสองร้อยล้านบาท และมีการจ้างแรงงานไม่เกินสองร้อยคน เนื่องจากอาคารโรงงานมีสภาพทรุดโทรม บริษัทฯ จึงได้ทำสัญญาจ้างก่อสร้างกับผู้รับจ้างให้ซ่อมแซมอาคารโรงงานเป็นเงินค่าจ้าง 5 ล้านบาท แยกทำสัญญาเป็น 5 ฉบับ สาระสำคัญของการซ่อมแซมได้แก่ เปลี่ยนแผงหลังคาโรงงาน และเทคอนกรีตยกระดับพื้นที่นอกโรงงาน และจุดที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายชิ้นงานข้ามฝั่งโรงงาน

   บริษัทฯ จึงขอทราบว่า

     1. บริษัทฯ มีสิทธินำค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในรอบระยะเวลาบัญชีที่ซ่อมมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้หรือไม่

     2. หากบริษัทฯ ไม่มีสิทธินำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ บริษัทฯ มีสิทธินำไปหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ตามมาตรา 4 เบญจ แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อม ราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ได้หรือไม่

     3. หากไม่มีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับดังกล่าวได้ บริษัทฯ จะหักค่าเสื่อมราคาตามวิธีแบบอัตราเร่ง (Double Declining Method) ได้หรือไม่ ในขณะที่ทรัพย์สินอื่น ๆ ของบริษัทฯ หักค่าเสื่อมราคาตามวิธี แบบเส้นตรง (Straight Line Method)

แนววินิจฉัย

  1. กรณี บริษัทฯ เปลี่ยนแผงหลังคาโรงงาน และเทคอนกรีตยกระดับพื้นที่นอกโรงงาน และจุดที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายชิ้นงาน ข้ามฝั่งโรงงาน ตามสัญญาว่าจ้างติดตั้งหลังคา Metal Sheet ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2551 และสัญญาจ้างก่อสร้างงานทำพื้นยกระดับ นอกโรงงาน ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2551เป็นการทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน ถือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน ก่อให้เกิดประโยชน์ เกินกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ มีสิทธินำไปหักเป็นค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน มาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 (5) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 หากบริษัทฯ เปลี่ยนแผงหลังคาโรงงาน และ เทคอนกรีตยกระดับพื้นที่นอกโรงงาน และจุดที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายชิ้นงานข้ามฝั่งโรงงาน โดยมิได้มีการรื้อหรือทำลายทรัพย์สินนั้น ทั้งหมด บริษัทฯ จะนำค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินส่วนที่ยังตัดไม่หมดไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทั้ง จำนวนไม่ได้ ต้องหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาต่อไปจนหมด เว้นแต่บริษัทฯ ได้มีการรื้อหรือทำลายทรัพย์สินนั้น บริษัทฯ จึงมีสิทธิ ตัดต้นทุนที่เหลืออยู่เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทั้งจำนวนในปีที่มีการรื้อหรือทำลายได้

  อนึ่ง การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาต้นทุนดังกล่าวต้องหักในฐานะเป็นมูลค่าต้นทุนของอาคารถาวร ซึ่งบริษัทฯ หักได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นทุนนั้น ตามมาตรา 4(1) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 

  2. ในการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน เมื่อบริษัทฯ ได้เลือกใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป และอัตราที่จะหัก อย่างใดแล้ว ให้ใช้วิธีการทางบัญชีและอัตรานั้นตลอดไป จะเปลี่ยนแปลงได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้ที่อธิบดี กรมสรรพากรมอบหมาย ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527

เลขตู้

72/36550

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ