การส่งเสริมการขาย ซื้อแพคเกจทัวร์ กรณีลูกค้าทำยอดได้ถึง กับ พนักงานทำยอดได้ถึงที่ตกลง กรณีที่ 1 บริษัทฯ จัดรายการส่งเสริมการขายให้ลูกค้าที่ทำยอดถึง เป็นแพคเกจท่องเที่ยวยุโรปมูลค่า 100,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7,000.00 รวมมูลค่าทั้งสิ้นจำนวน 107,000 บาท ณ วันที่ซื้อแพ็คเกจทัวร์ยุโรป ให้กับเอเยนต์ในไทย ที่ขายแพคเกจทัวร์ การลงบัญชีด้านการจ่ายค่าทัวร์ ตามด้านล่างนี้ถูกต้องและถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อทัวร์ นำไปเครดิตหักจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เพราะเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ และบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 3% ถูกต้องแล้ว Dr. ค่าส่งเสริมการขาย 100,000.00 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้) ภาษีซื้อ 7,000.00 Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 3,000.00 (ภ.ง.ด.53 เอเย่นต์) เงินสด 104,000.00
ณ วันที่ลูกค้าที่ทำยอดได้รับแพ็เกจทัวร์นั้น ลงบันทึกบัญชีตามด้านล่างถูกต้องแล้ว กรณี 1.1 ลูกค้ายอมที่ชำระภาษีขายและ ให้ทางบริษัทฯ หัก ณ ที่จ่ายได้ Dr. ลูกหนี้ 10,000.00 Cr. ภาษีขาย 7,000.00 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3,000.00 (ภ.ง.ด.53 - ลูกค้า)
กรณี 1.2 บริษัทฯ ไม่ได้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) กับลูกค้า และให้ทางบริษัทฯ ออกภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้าแทนลูกค้า กรณีนี้ บริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษีใช่ไหมคะ บันทึกรายการตามด้านล่างนี้ถูกต้องแล้ว Dr. ค่าส่งเสริมการขาย 7,000.00 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีไม่ได้ - ต้องบวกกลับ) Cr. ภาษีขาย 7,000.00
ฐานภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัท ออกแทนลูกค้านั้น คำนวณโดย 107,000 x 100/97 = 110,309.28 หากคำนวณเช่นนี้ ค่าใช้จ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทฯ ออกแทนลูกค้านั้น เป็นค่าไช้จ่ายทางภาษีได้ โดยต้องทำความตกลงกับลูกค้าให้ชัดแจ้ง มิฉะนั้น จะถือเป็นรายจ่ายให้โดยเสน่หา ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร Dr. ค่าส่งเสริมการขาย 3,309.28 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้) Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3,309.28 (110,309.28 x 3% = 3,309.28 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทออกแทนลูกค้า)
กรณีที่ 2 บริษัทฯ จัดรายการส่งเสริมการขายให้พนักงานที่ทำยอดถึง เป็นแพคเกจท่องเที่ยวยุโรป มูลค่า 100,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7,000.00 รวมมูลค่าทั้งสิ้นจำนวน 107,000 บาท ณ วันที่ซื้อแพคเกจทัวร์ยุโรป ให้กับเอเย่นต์ในไทย ที่ขายแพคเกจทัวร์ การลงบัญชีด้านการจ่ายค่าทัวร์ ตามด้านล่างนี้ถูกต้องแล้ว ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อทัวร์ นำไปเครดิตหักจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เพราะเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 3% ถูกต้องแล้ว Dr. ค่าส่งเสริมการขาย 100,000.00 * (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้) ภาษีซื้อ 7,000.00 Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3,000.00 (ภ.ง.ด.3 เอเย่นต์) เงินสด 104,000.00
ณ วันที่พนักงานที่ทำยอตได้ รับแพคเกจทัวร์นั้น ต้องบันทึกบัญชีอย่างไรคะ กรณี 1.1 พนักงานยินยอมที่ชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) และ ให้ทางบริษัท ณ ณ ที่จ่ายได้ เช่นนี้ มูลค่าแพคเกจทัวร์ที่พนักงานนี้ได้ ต้องนำไปรวมเป็นเงินได้ 40 (1)(2) แห่งประมวลรัษฎากร คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ของพนักงาน ยอดที่นำมารวมคำนวณเป็นยอด 100,000 บาท ถูกต้องแล้ว Dr. เงินเดือน /รายจ่ายพนักงาน 100,000.00 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ - ภ.ง.ด.1) ลูกหนี้ - พนักงาน 9,000.00 Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 2,000.00 (ภ.ง.ด.1 - อัตราก้าวหน้า) ค่าส่งเสริมการขาย 100,000.00 ภาษีขาย 7,000.00
กรณี 1.2 บริษัทไม่ได้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) กับพนักงาน บันทึกรายการบัญชีดังนี้ Dr. เงินเดือน/รายจ่ายพนักงาน 7,000.00 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีไม่ได้ - ต้องบวกกลับ) Cr. ภาษีขาย 7,000.00 Dr. เงินเดือน/รายจ่ายพนักงาน 107,000.00 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ - ภ.ง.ด.1) ลูกหนี้ พนักงาน 2,140.00 Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 2,140.00 (ภ.ง.ด.1 - อัตราก้าวหน้า) ค่าส่งเสริมการขาย 107,000.00
กรณี 3 หากเหมือนกรณี 1 แต่สินค้าที่ทำยอดนั้นเป็นสารกําจัดศัตรูพืช ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม การบันทึกบัญชีย่อมแตกต่างจากกรณีที่ 1 บริษัทฯ จัดรายการส่งเสริมการขายให้ลูกค้าที่ทำยอตถึง เป็นแพคเกจท่องเที่ยวยุโรป มูลค่า 100,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7,000.00 รวมมูลค่าทั้งสิ้นจำนวน 107,000 บาท ณ วันที่ซื้อแพ็คเกจทัวร์ยุโรป ให้กับเอเยนต์ในไทย ที่ขายแพคเกจทัวร์ การลงบัญชีด้านการจ่ายค่าทัวร์ และถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อทัวร์ นำไปถือเป็นรายจ่ายทั้งจำนวน และบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 3% ของมูลค่าแพ็คเกจทัวร์รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม Dr. ค่าส่งเสริมการขาย 107,000.00 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้) Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 3,000.00 (ภ.ง.ด.53 เอเย่นต์) เงินสด 104,000.00
ณ วันที่ลูกค้าที่ทำยอดได้รับแพ็เกจทัวร์นั้น เนื่องจากเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า กรณี 3.1 ลูกค้ายอมให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไต้ Dr. ลูกหนี้ 3,210.00 Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3,210.00 (ภ.ง.ด.53 - ลูกค้า) (107,000 x 3% = 3,210 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทฯ เรียกเก็บจากลูกค้า)
กรณี 3.2 ทางบริษัทฯ ออกภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้าแทนลูกค้า ฐานภาษีหัก ณที่จ่ายที่บริษัทฯ ออกแทนลูกคำนั้น คำนวณโดย 107,000 *3/97 = 3,309.28 Dr. ค่าส่งเสริมการขาย 3,309.28 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หากตกลงกับลูกค้าไว้) Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3,309.28
กรณี 4 หากเหมือนกรณี 2 แต่สินค้าที่ทำยอดนั้นเป็นสารกําจัดศัตรูพืช ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม การบันทึกบัญชีย่อมแตกต่างจากกรณีที่ 2 ณ วันที่ซื้อแพคเกจทัวร์ยุโรป ให้กับเอเย่นต์ในไทย ที่ขายแพคเกจทัวร์ การลงบัญชีด้านการจ่ายค่าทัวร์ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อทัวร์ นำไปถือเป็นรายจ่ายทั้งจำนวน และบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 3% ของมูลค่าแพ็คเกจทัวร์รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม Dr. ค่าส่งเสริมการขาย 107,000.00 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้) Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 3,000.00 (ภ.ง.ด.53 เอเย่นต์) เงินสด 104,000.00
ณ วันที่พนักงานที่ทำยอดได้ รับแพคเกจทัวร์นั้น ต้องบันทึกบัญชีอย่างไรคะ กรณี 4.1 พนักงานยินยอมให้บริษัทฯ หัก ณ ที่จ่ายได้ เช่นนี้ มูลค่าแพเกจทัวร์ที่พนักงานนี้ได้ ต้องนำไปรวมเป็นเงินได้ 40 (1)(2) แห่งประมวลรัษฎากร คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ของพนักงาน ยอดที่นำมารวมคำนวณเป็นยอด 107,000 บาท Dr. เงินเดือน/รายจ่ายพนักงาน 107,000.00 (เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ -ภ.ง.ด.1) ลูกหนี้ - พนักงาน 2,140.00 Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 2,140.00 (ภ.ง.ด.1- อัตราก้าวหน้า) ค่าส่งเสริมการขาย 107,000.00
กรณี 4.2 บริษัทไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) กับพนักงาน กรณีนี้จึงเหมือนกับข้อ 4.1
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |