Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สิน/ วิธีการคำนวณ ค่าเสื่อมราคารถยนต์ไฟฟ้า / เครดิตภาษีซื้อรถกระบะ 4 ประตู


เรื่อง ค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สิน/ วิธีการคำนวณ ค่าเสื่อมราคารถยนต์ไฟฟ้า / เครดิตภาษีซื้อรถกระบะ 4 ประตู
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 05/03/2024 - วันที่ตอบ 24/03/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร, พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527
ปุจฉา
1. สอบถามค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินมูลค่า บริษัทประกันจ่ายคืนไฟแนนซ์ ต่อมาทางไฟแนนซ์จ่ายเงินดังกล่าวคืนให้กับบริษัทผู้เสียหาย โดยหักภาษี 20 % ไว้สำหรับเสียภาษีนิติบุคคลตอนสิ้นปี ปกติวิสัยทางธุรกิจ ในกรณีเช่นนี้สามารถทำได้หรือไม่ครับ มีมาตรฐานทางบัญชีข้อไหนทำได้บ้าง

2. สอบถามวิธีการคำนวณ ค่าเสื่อมราคารถยนต์ไฟฟ้า ต้องมีราคามูลค่าซากรึเปล่าครับ

3. กรณีรถกระบะ 4 ประตู ตามประกาศกรมสรรพสามิตสามารถเคลมภาษีมูลค่าเพิ่มได้นั้น ทางกรมสรรพากรได้มีประกาศว่าใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มได้ในมาตราไหนบ้าง 
วิสัชนา
1. เกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สิน ที่บริษัทประกันภัยจ่ายคืนบริษัทไฟแนนซ์ ต่อมาบริษัทไฟแนนซ์จ่ายเงินดังกล่าวคืนให้กับบริษัทผู้เสียหาย โดยหักภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้จำนวน 20 % เพื่อสำรองไว้สำหรับเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนสิ้นปี หากไม่มีข้อตกลงกันไว้เช่นนั้น ก็ย่อมไม่อาจกระทำได้ ไม่ปรากฏมีมาตรฐานทางบัญชี หรือหลักเกณฑ์ทางภาษีอากรข้อใดให้ทำเช่นนั้น เพราะเป็นเอกเทศสัญญา โปรดศึกษาจากกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ทำไว้กับบริษัทประกันภัยแห่งนั้น 

2. สอบถามการวิธีการคำนวณ ค่าเสื่อมราคารถยนต์ไฟฟ้า ต้องมีราคามูลค่าซากตามมาตรา แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ดังนี้ 
    “มาตรา 8  การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาสำหรับทรัพย์สินไม่ว่ากรณีใด จะหักจนหมดมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นไม่ได้”

3. ตามแนวคำตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/2479 ลงวันที่  8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 (https://www.rd.go.th/65127.html) กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) โดยไม่คำนึงถึงคุณลักษณะของรถยนต์กระบะ 4 ประตู ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพสามิต ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ดังนี้ 
    “กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดมีรายจ่ายและภาษีซื้อสำหรับการซื้อรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) เพื่อนำมาใช้ในกิจการ หากรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นประเภทรถยนต์กระบะตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ประกอบกับกฎกระทรวง กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และประกาศกรมสรรพสามิตฯ ลงวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 รายจ่ายที่เป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินหรือค่าเช่าทรัพย์สินที่นำมาใช้ในกิจการของตนเองและเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันที่กฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ กรณีดังกล่าวไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 และภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์กระบะดังกล่าว ไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามมิให้นำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 และมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535” 
    ตามข้อ 2 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ลงวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565 อธิบดีกรมสรรพสามิตอาศัยอำนาจตามความใน (5) ของประเภทที่ 06.03 รถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 40,000 กิโลกรัม ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ไว้ดังต่อไปนี้
    “ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ลงวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562 
     ข้อ 2 รถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ลูกบาศก์เชนติเมตร ใน (ก) - (ง) ของ (5) ของประเภทที่ 06.03 ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตรา
ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ต้องมีคุณลักษณะครบถ้วนทุกข้อและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้ 
         2.1 ตัวถังวางบนโครงสร้าง (Frame Construction) แบบแชสซีส์ของรถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถไม่น้อยกว่า 1,200 กิโลกรัม มีน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า 1,000  กิโลกรัม และมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นแบบเดียวกับรุ่นที่มีการผลิตในประเทศมีการจัดจำหน่ายทั่วไปหรือส่งออกเป็นปกติวิสัย และจดทะเบียนเป็นรถยนต์กระบะบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 
         2.2 ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบ 
         2.3 ระยะด้านนอกตัวรถยนต์จากแนวขอบด้านหน้าส่วนที่กว้างที่สุดของบานประตูจนถึงด้านหลังสุดของห้องคนขับในแนวระนาบเดียวกัน มีความยาวเกินกว่า 180 เขนติเมตร 
         2.4 ส่วนท้ายเป็นกระบะเปิดโล่งจนถึงท้ายรถดยไม่มีหลังคา และมีความยาวของกระบะไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร” 
    กรณีรถกระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพสามิต ที่จะสามารถเคลมภาษีมูลค่าเพิ่มได้ นั้น โดยความเห็นส่วนตัวต้องเป็นไปตามข้อ 2 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ลงวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565 จึงจะสามารถนำภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ มิใช่เหมารวมดังเช่นตามแนวคำตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/2479 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 โดยไม่คำนึงถึงคุณลักษณะของรถยนต์กระบะ 4 ประตู ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพสามิต (Double Cab) ลงวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เนื่องจากหากรถยนต์กระบะ 4 ประตูที่ไม่เป็นไปตามคุณลักษณะของรถยนต์บรรทุกตามที่อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนดย่อมเป็นรถยนต์นั่งตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตด โดยอัตโนมัติ ดังที่เคยเป็นมาก่อนวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 
    อนึ่ง ตามข้อ 2 (1) และ (11) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535 ได้กำหนดภาษีซื้อเกี่ยวกับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ดังนี้ 
    “ข้อ 2 ภาษีซื้อดังต่อไปนี้ ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร
         (1) ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ เช่าซื้อ เช่า หรือรับโอนรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต และภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้าหรือการรับบริการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต 
              ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับสำหรับการขายรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต และการให้บริการเช่ารถยนต์ดังกล่าวของตนเองโดยตรง และการให้บริการรับประกันวินาศภัยสำหรับรถยนต์ดังกล่าว 
         (11) ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ เช่าซื้อ หรือรับโอนรถยนต์ที่มิใช่รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต เพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และต่อมาได้มีการดัดแปลงรถยนต์ดังกล่าวเป็นรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้ เฉพาะที่ได้กระทำภายในสามปีนับแต่เดือนภาษีที่ได้รถยนต์ไว้ในครอบครอง
              ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับสำหรับการขายรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต และการให้บริการเช่ารถยนต์ดังกล่าวของตนเองโดยตรง”



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ