Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เเละ ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจ่ายเงินค่าออกแบบโรงงานให้กับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย


เรื่อง ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เเละ ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจ่ายเงินค่าออกแบบโรงงานให้กับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 18/03/2022 - วันที่ตอบ 30/04/2022
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 12 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย-ญี่ปุ่น มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
ขอรบกวนเรียนถามอาจารย์ เรื่อง อนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นดังนี้นะคะ บริษัทฯ เป็นนิติบุคคลในไทย ต้องจ่ายเงินค่าออกแบบโรงงานให้กับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย กรณีนี้บริษัทฯ หัก ภาษี ณ ที่จ่าย ได้หรือไม่คะ
วิสัชนา
กรณีบริษัทฯ เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ได้จ่ายเงินค่าออกแบบโรงงานให้กับบริษัทแม่แห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย นั้น 
    1. หากกรรมสิทธิ์ในแบบแปลนดังกล่าว ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ ควรมีสัญญาจ้างออกแบบให้ชัดแจ้ง และมีต้นฉบับสัญญาจ้างออกแบบที่ปิดอากรแสตมป์โดยครบถ้วน พร้อมให้เจ้าพนักงานสรรพากรทำการตรวจสอบได้ทันที นั้น เงินได้ที่บริษัทฯ จ่ายให้บริษัทแม่ดังกล่าว ถือเป็นเงินได้เนื่องจากการรับทำงานให้ ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทญี่ปุ่นฯ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึง ประเมินดังกล่าว ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม เงินค่าตอบแทนดังกล่าว เป็นเงินได้หรือกำไรของวิสาหกิจ เมื่อบริษัท ญี่ปุ่นฯ มีสถานประกอบการในประเทศญี่ปุ่น ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย ตามนัยข้อ 5 แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ บริษัทแม่แห่งประเทศญี่ปุ่นฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ทั้งนี้ ตามข้อ 7 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาดังกล่าวประกอบกับ มาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 บริษัทฯ จึงไม่มี หน้าที่ต้องหัก ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร 

    แต่การจ่ายค่าบริการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าบริการที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในประเทศไทย บริษัทฯ ย่อมมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.36 ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้แก่บริษัทแม่ ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 104/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้น ในราชอาณาจักรตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากรและกรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่าง ประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่ง ประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544


    2. หากกรรมสิทธิ์ในแบบแปลงดังกล่าว เป็นของบริษัทแม่แห่งประเทศญี่ปุ่น นั้น เงินได้ที่บริษัทฯ จ่ายให้บริษัทแม่ดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือกรรมวิธีลับใดๆ หรือเพื่อข้อสนเทศที่เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นค่าสิทธิตามข้อ 12 วรรคสาม แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ที่จ่าย และนำส่ง พร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 12 แห่งอนุสัญญาฯ ประกอบกับพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 และบริษัทฯ ย่อมมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.36 ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้แก่บริษัทแม่ ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 104/2544ฯ ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ