Tax-EZ
(
easy
)
Home
Update
Q
&
A
Testing
Training
Revenue Code
About
Other Services
Login
Register
Login
Register
ค้นหา BY Google
×
Home
(หน้าหลัก)
Update
(กฎหมายใหม่)
Q
&
A
(ถาม-ตอบ)
Testing
(การทดสอบ)
Training
(การฝึกอบรม)
Revenue Code
(ประมวลรัษฎากร)
About
(เกี่ยวกับเรา/ติดต่อเรา)
Other Services
(บริการอื่นๆ)
Update
Q&A
Training
Revenue Code
ทั้งหมด
ข้อหารือกรมสรรพากร เเละ Q&A
FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
Case study
Q&A Chinese (Translate)
FB คุณพงษ์นรินทร์ Transfer Pricing Specialist
FAQ กรมศุลกากร
Q&A อ.ศุทธิกานต์ กริชไกรวรรณ
FB CPA Solution ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ
ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ
Q&A AAP’s Lawyer
Q&A ประกัน
ค้นหา
เคลียร์
FB คุณพงษ์นรินทร์ Transfer Pricing Specialist
ถูกใจ
บทความที่ชอบ
แชร์
Thin Capitalization คืออะไร? ตอนที่ 2
เรื่อง
Thin Capitalization คืออะไร? ตอนที่ 2
แหล่งที่มา
FB คุณพงษ์นรินทร์ Transfer Pricing Specialist
วันที่
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม
Thin Capitalization คืออะไร? ตอนที่ 2
คำตอบ
OECD TP Guidelines เห็นว่าหลักการ Arm’s Length ตาม Article 9 ของ OECD Model Tax Convention ครอบคลุมถึงการตรวจสอบการจัดหาเงินทุนในลักษณะ Thin Capitalization โดยอ้างอิง Commentary เกี่ยวกับ Article 9 วรรค 3(b) ว่าการประยุกต์ใช้หลักการ Arm’s Length เกี่ยวข้อง “ไม่เฉพาะกับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาให้กู้ยืมเงิน แต่ยังเกี่ยวกับผลตอบแทนสำหรับธุรกรรมให้กู้ยืมเงินในเบื้องต้น ควรพิจารณาว่าเป็น การให้กู้ยืม หรือเป็นการชำระเงินในลักษณะอื่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลตอบแทนต่อประโยชน์ที่ได้รับจากเงินทุน” ดังนั้น Committee on Fiscal Affairs’ Report on Thin Capitalization ของ OECD เมื่อ 26 พย. 1986 จึงแนะนำให้เริ่มต้นกำหนดราคาโอนสำหรับการให้กู้ยืม โดยพิจารณาว่าธุรกรรมที่อ้างว่าเป็นการให้กู้ยืม เป็น “การให้กู้ยืม” เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านภาษี จริงหรือไม่? หรือควรถือว่าเป็นการชำระเงินในลักษณะอื่น โดยเฉพาะที่เป็นผลตอบแทนต่อประโยชน์ที่ได้รับจากเงินทุน นั่นคือ เงินปันผล
OECD TP Guidelines, Chapter X, paragraph 10.13 ยกตัวอย่างของบริษัท B ที่อยู่ในกลุ่ม MNE ได้รับเงินกู้ระยะยาว 10 ปีจากบริษัท C ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ จากการตรวจสอบ เป็นที่แน่ชัดว่า สถานะทางการเงินของบริษัท B ไม่สามารถชำระคืนเงินต้นที่มีมูลค่าสูงมากเช่นนี้ได้ และบริษัทอิสระย่อมจะไม่ให้กู้ยืมเงินจำนวนเดียวกันนี้กับบริษัท B เพราะผู้กู้ยืมไม่อยู่ในสถานะที่จะใช้คืนเงินต้นได้ ดังนั้น การกำหนดจำนวนของเงินต้นที่เหมาะสมเพื่อวัตถุประสงค์ด้านราคาโอนจึงทำได้โดยการเทียบเคียงจำนวนเงินต้นสูงสุดที่ผู้ให้กู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกันจะให้กู้กับบริษัท B และจำนวนเงินต้นสูงสุดที่ผู้กู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกันในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันจะกู้ยืมเงินจากบริษัท C รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะไม่ให้กู้หรือไม่ยืมเงินจำนวนใดๆ เลย เมื่อประเมินดังนี้แล้ว แล้วจึงคำนวณดอกเบี้ยตามอัตราตลาด จากจำนวนเงินต้นที่บริษัทพึงกู้ยืมหากดำเนินการโดยเป็นอิสระต่อกัน
คำถามคือ จำนวนเงินต้นที่บริษัท B กู้ยืมมากเกินไป ในทางปฏิบัติจะถือเป็นเงินทุน และประเมินว่าผลตอบแทนที่อ้างว่าเป็นดอกเบี้ยนั้น เป็นเงินปันผลได้หรือไม่? ครั้งหน้าเรามาหาคำตอบกันครับ
phongnarin_r@drkilaw.com
#TransferPricing
#drkilaw
แชร์
© 2021 - All Rights Reserved by
Asia Alliance Partner Co., Ltd.
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น
ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ