Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การใช้ภาษีซื้อของรถยนต์กระบะ 4 ประตู
| เรื่อง | การใช้ภาษีซื้อของรถยนต์กระบะ 4 ประตู |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 08/12/2023 - วันที่ตอบ 10/12/2023 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 |
| ปุจฉา | ขอสอบถามเกี่ยวกับการใช้ภาษีซื้อของรถกระบะสี่ประตูค่ะ คันที่ 1 ในรายการจดทะเบียนระบุประเภทรถเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ลักษณะนั่งสองตอนท้ายบรรทุก จำนวน 4 สูบ 2488 ซีซี น้ำหนักรถรวม 1,750 กิโล คันที่ 2 ในรายการจดทะเบียนระบุประเภทรถเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ลักษณะกระบะบรรทุก จำนวน 4 สูบ 2,499 ซีซีน้ำหนักรถ 1,600 กิโลน้ำหนักบรรทุก 1,050 กิโลน้ำหนักรวม 2,650 กิโล |
| วิสัชนา | รถยนต์กระบะ 4 ประตู จากรถยนต์นั่ง สู่รถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งใช้บังคับแทนที่พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ได้ออกกฎกระทรวงกําหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เปลี่ยนแปลงรายละเอียดในพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตตอนที่ 6 สินค้ารถยนต์ สำหรับรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด จากพิกัด 06.01 ว่าด้วยรถยนต์นั่ง เป็นพิกัด 06.03 ว่าด้วยรถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม เป็นผลทำให้รถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด พ้นจากการเป็นรถยนต์นั่ง ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัตอัตราภาษีสรรพสามิต ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ตามข้อ 2 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ลงวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565 อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนดคุณลักษณะของรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ลูกบาศก์เซนติเมตร ตามความใน (3) ของประเภทที่ 06.03 รถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีนำหนักรถรวมนำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ไว้ ดังต่อไปนี้ "ข้อ 2 รถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน (ก) - (ง) และที่มีความจุของกระบอกสูบเกิน 3,250 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน (จ) ของ (3) ของประเภทที่ 06.03 ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ต้องมีคุณลักษณะครบถ้วนทุกข้อ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี 2.1 ตัวถังวางบนโครงสร้าง (Frame Construction) แบบแชสซีส์ของรถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถไม่น้อยกว่า 1,200 กิโลกรัม มีน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า 1,000 กิโลกรัม และมีน้ำหนักรถรวมนำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นแบบเดียวกับรุ่นที่มีการผลิตในประเทศ มีการจัดจำหน่ายทั่วไปหรือส่งออกเป็นปกติวิสัย และจดทะเบียนเป็นรถยนต์กระบะบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 2.2 ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบ 2.3บานประตูจนถึงด้านหลังสุดของห้องคนขับในแนวระนาบเดียวกัน มีความยาวเกินกว่า 180 เซนติเมตร 2.4 ส่วนท้ายเป็นกระบะเปิดโล่งจนถึงท้ายรถ โดยไม่มีหลังคา และมีความยาวของกระบะไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร" การเปลี่ยนแปลงพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตดังกล่าว มีผลกระทบต่อภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรดังนี้ ....1. ภาษีซื้อสำหรับรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนดตามข้อ 2 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) รวมทั้งภาษีซื้อสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถยนต์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ไม่ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2 (1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) นั่นย่อมหมายความว่า ภาษีซื้อสำหรับรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด ที่ได้มาก่อนวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 ยังคงเป็นภาษีซื้อต้องห้ามที่นับรวมเป็นต้นทุนรถยนต์นั่งต่อไป แต่ภาษีซื้อสำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ดังกล่าว ที่ผลิตหรือนำเข้าตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา ย่อมสามารถใช้เป็นภาษีซื้อที่นำไปเดรดิตหักภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ และแม้จะได้เปลี่ยนทะเบียนเป็นรถยนต์บรรทุก ก็ไม่สามารถใช้ภาษีซื้อได้ 2. ต้นทุนรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนดในการคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้มาโดยการซื้อหรือเช่าซื้อ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ไม่จำกัดมูลค่าต้นทุนที่จำนวนไม่เกิน 1,000,000 บาท อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงกฎหมายดังกล่าว ย่อมไม่กระทบต่อมูลค่าต้นทุนรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด ในการคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้มาโดยการซื้อหรือเช่าซื้อ ก่อนวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 ยังคงจำกัดมูลค่าต้นทุนที่จำนวนไม่เกิน 1,000,000 บาท อีกต่อไป 3. มูลค่าต้นทุนรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด ที่ได้มาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ในส่วนที่เกินกว่า 1,000,000 บาท ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 (1) แห่งพระราขกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 สำหรับมูลค่าต้นทุนรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด ที่ได้มาก่อนวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 ในส่วนที่เกินกว่า 1,000,000 บาท ยังคงเข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 (1) แห่งพระราขกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 อยู่ต่อไป 4. ค่าเช่ารถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด ที่เช่าตั้งแต่วันที 16 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ไม่จำกัดจำนวนที่ 36,000 บาทต่อคันต่อเดือน หรือ 1,200 บาทต่อคันต่อวัน ตามมาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 (2) แห่งพระราขกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต สำหรับรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) ทั้งนี้ เฉพาะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด จากพิกัดอัตรา 06.01 "รถยนต์นั่ง" เป็นพิกัด 06.03 "รถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม" ซึ่งต้องมีคุณลักษณะสำคัญของรถยนต์กระบะ 4 ประตูที่ขาดเสียมิได้ มิฉะนั้น รถยนต์กระบะ 4 ประตูคันนั้นๆ จะกลับกลายเป็นรถยนต์นั่งดังเดิม ได้แก่ “จดทะเบียนเป็นรถยนต์กระบะบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบ และ ส่วนท้ายเป็นกระบะเปิดโล่งจนถึงท้ายรถ โดยไม่มีหลังคา” ย่อมส่งผลกระทบต่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งส่วนของค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา และมูลค่าต้นทุนรถยนต์ในส่วนที่เกินกว่า 1,000,000 บาท และการนำภาษีซื้อเกี่ยวกับรถยนต์ดังกล่าวมาเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม นับแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา จึงต้องพิจารณาให้รอบด้านเสียก่อน หาใช้เพียงเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตู ก็จะเป็นรถยนต์บรรทุก ตามพิกัด 06.03 ไปเสียทุกคัน ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า เกี่ยวกับการใช้ภาษีซื้อของรถยนต์กระบะ 4 ประตู คันที่ 1 ในรายการจดทะเบียนระบุประเภทรถเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ลักษณะ นั่งสองตอนท้ายบรรทุก จำนวน 4 สูบ 2488 ซีซี น้ำหนักรถรวม 1750 กิโลกรัม ย่อมขาดคุณลักษณะของรถยนต์กระบะ 4 ประตูที่เป็นรถยนต์บรรทุก โดยไม่ต้องพิจารณาคุณลักษณะอื่น จึงไม่สามารถนำภาษีซื้อมาเครดิตหักจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เนื่องเพราะจดทะเบียนเป็น “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ลักษณะ นั่งสองตอนท้ายบรรทุก” มีป้ายทะเบียน “ขาว – ดำ” คันที่ 2 ในรายการจดทะเบียนระบุประเภทรถเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ลักษณะกระบะบรรทุก จำนวน 4 สูบ 2499 ซีซีน้ำหนักรถ 1600 กิโลกรัม น้ำหนักบรรทุก 1050 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 2650 กิโลกรัม นั้น หากรถยนต์คันดังกล่าว มีป้ายทะเบียน “ขาว – เขียว” แล้ว ยังต้องพิจารณาคุณลักษณะที่สำคัญอีก 2 ประการ คือ (1) ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบ และ (2) ส่วนท้ายเป็นกระบะเปิดโล่งจนถึงท้ายรถ โดยไม่มีหลังคา หากรถยนต์คันดังกล่าวมีคุณลักษณะที่สำคัญครบถ้วน ตามข้อ 2 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะสี่ประตู (Double Cab) ลงวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ก็ย่อมเป็นรถยนต์กระบะบรรทุก 4 ประตู ที่สามารถนำภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |
