Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในเขตปลอดอากร / เงินบริจาคที่จะคำนวณในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50


เรื่อง ขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในเขตปลอดอากร / เงินบริจาคที่จะคำนวณในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 21/04/2023 - วันที่ตอบ 22/04/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 77/1 (8)(ค) และ (14) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
1. ขอทราบถามค่ะ พอดีไม่เข้าใจและไม่มีความรู้ ในการขายสินค้าให้กับลูกค้าที่อยู่ในเขตฟรีโซนค่ะ
2. สอบถามเกี่ยวกับเงินบริจาคที่จะคำนวณในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50
วิสัชนา
1. การขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในเขตปลอดอากร 
    “มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
         ( 8 ) "ขาย" หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง 
              (ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
              (ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย
              (ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร
              (ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใดๆ เว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตนเอง โดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 1) )
              (จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง
              (ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการ มีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือ และหรือทรัพย์สินดังกล่าวของผู้ประกอบการซึ่งได้ควบเข้ากัน หรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ควบเข้ากัน หรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3
              (ช) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(ดู กฎกระทรวง ฉบับที่ 188 (พ.ศ. 2534) )
         (14) “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศและให้หมายความรวมถึง
              (ก) การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะสินค้าที่ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด 
(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 125) )
              (ข) การขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่ขายให้แก่ผู้ที่เดินทางออก ไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด” 
(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 125) )
         (21) “เขตปลอดอากร” หมายความว่า เขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเขตที่มีกฎหมายกำหนดให้ยกเว้นอากรขาเข้า
     มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
         (1) การส่งออกสินค้า...” 
    กรณีบริษัทฯ ขายสินค้าให้แก่ลูกค้าที่อยู่ในเขตปลอดอากร ได้แก่ เขตพื้นที่ที่กำหนดไว้ เพื่อประโยชน์ทางอากรศุลกากรในการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งเขตปลอดอากรต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมศุลกากร นั้น 
    1.1 กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม 
         (1) ถือเป็นการขายโดยการส่งออก ตามมาตรา 77/1 (8)(ค) และ (14) แห่งประมวลรัษฎากร 
         (2) ตามมาตรา 78 (4) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อบริษัทฯ ดำเนินพิธีการทางศุลกากร โดยการยื่นแบบ กศก.122 
         (3) บริษัทฯ ได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร 
         (4) บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีในอัตรา 0% ให้แก่ลูกค้า 
    1.2 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล ถือเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักรเช่นเดียวกับการขายสินค้าให้แก่ลูกค้าในประเทศทั่วไป เพียงแต่ได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% เท่านั้น  

2. เกี่ยวกับเงินบริจาคที่จะคำนวณในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ตามรายการที่ 17 ข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 
    15. เงินที่บริจาคแก่พรรคการเมือง ให้กรอกจำนวนเงินรายจ่ายซึ่งเป็นเงินที่บริจาคแก่พรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ให้หักได้ไม่เกินห้าหมื่นบาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี ประกาศกำหนด 
    16. รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะฯ ให้กรอกจำนวนเงินรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี* และที่ประกาศกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาฯ** ตามจำนวนที่จ่ายจริง และนำส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ (ถ้ามี) ไปกรอกในรายการที่2 18. หน้า 3
    17. รายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ให้กรอกจำนวนเงินรายจ่ายเพื่อการศึกษา หรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำ หนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี* ตามจำนวนที่จ่ายจริงและนำ ส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 2 ของกำ ไรสุทธิ (ถ้ามี) ไปกรอกในรายการที่2 19. หน้า 3
    *อธิบดีกรมสรรพากร โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ รายจ่ายเพื่อการศึกษา และรายจ่ายเพื่อการกีฬา ไว้ดังต่อไปนี้
     1. รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ ได้แก่ รายจ่ายในการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการดังต่อไปนี้ 
        (1) การส่งเสริม อนุรักษ์ และรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 
        (2) การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ 
        (3) การคุ้มครองและรักษาป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ 
        (4) การส่งเสริม คุ้มครอง และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 
        (5) การควบคุม ป้องกัน แก้ไข ตลอดจนการลดและขจัดอันตรายอันเกิดจากการแพร่กระจายของมลพิษ หรือภาวะมลพิษและของเสียอันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
        (6) กองทุนสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 
        (7) การบูรณะโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
        ( 8 ) การก่อสร้างถนนและได้โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลโดยไม่มีค่าตอบแทน ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ส่วนราชการ หรือองค์การของรัฐบาลผู้รับโอนได้ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในถนนดังกล่าว 
        (9) การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าให้แก่ส่วนราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย หรือภัยธรรมชาติในลักษณะทำนองเดียวกัน
        (10) การบริจาคทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการให้แก่ส่วนราชการ เพื่อบริจาคให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน 
        (11) การส่งเสริมการแสดงกิจกรรมหรือผลงานประดิษฐ์ และการจัดนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้แก่หน่วยงานภายใต้การบริหารกิจการขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อวพช.)
        ทั้งนี้ รายจ่ายตาม (1) ถึง (11) ต้องเป็นการจ่ายให้แก่กิจการตามโครงการพระราชดำริ หรือของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล หรือองค์การกุศลสาธารณะที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร
     2. รายจ่ายเพื่อการศึกษา ได้แก่ รายจ่ายในการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
        (1) สถานศึกษา หอสมุดหรือห้องสมุด หรือสถาบันวิจัย ทั้งนี้ เฉพาะของทางราชการ
        (2) การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นการทั่วไป
        (3) กระทรวง ทบวง กรม หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างสถานศึกษา หอสมุดหรือห้องสมุด ของทางราชการ 
        (4) สถานศึกษาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นและสถานศึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันศึกษาเอกชน
     3. รายจ่ายเพื่อการกีฬา ได้แก่ รายจ่ายในการบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินให้แก่หรือเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
        (1) การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการกีฬา
        (2) คณะกรรมการกีฬาจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด 
        (3) กรมพลศึกษา เพื่อการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน
        (4) สมาคมกีฬาจังหวัดหรือสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่จัดตั้งขึ้นโดยได้รับอนุญาตจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อการกีฬา
  ** ที่ประกาศกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาฯ ได้แก่ รายจ่ายในการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการดังต่อไปนี้ 
     1. กองทุนสวัสดิการที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำ นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 424)
     2. กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 498) 
     3. การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัยหรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น เป็นตัวแทนรับเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคเพื่อไปช่วยเหลือฯ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 527) 
     4. กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำ หรับคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดการศึกษาสำ หรับคนพิการ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 594)
     5. กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการจัดขึ้น ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 619) 
     6. กิจการวิสาหกิจเพื่อสังคม ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 735)

แบบ ภงด.50 ปี 2565 (ผูกสูตร)



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ