Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ประเด็นหัก ณ ที่จ่าย ประกอบกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถและอะไหล่รถกอล์ฟ/รถไฟฟ้า


เรื่อง ประเด็นหัก ณ ที่จ่าย ประกอบกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถและอะไหล่รถกอล์ฟ/รถไฟฟ้า
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 28/05/2022 - วันที่ตอบ 30/05/2022
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อกฎหมาย มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528
ปุจฉา
ผมเป็นตัวแทนจำหน่ายรถและอะไหล่รถกอล์ฟ/รถไฟฟ้า มีประเด็นคำถามเกี่ยวกับการหัก ณ ที่จ่าย ดังนี้
    1. กรณีขายอะไหล่โดยที่ทางลูกค้าโทรมาแจ้งให้คิดค่าอะไหล่ พร้อมบริการติดตั้งอะไหล่ จะต้องห้ก ณ ที่จ่ายอย่างไร
    2. กรณีขายอะไหล่พร้อมค่าบริการโดยที่ทางบริษัทฯ เป็นผู้เข้าตรวจเช็ครถแล้วเสนอราคาไป ต้องหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร
ทั้งสองกรณี คือทางบริษัทฯ จะเป็นบิลเดียวกันแต่แยกรายการอะไหล่กับค่าบริการออกจากกันครับ
    3. ในกรณีที่ บริษัทฯ ได้ขายสัญญาบริการ (บำรุงรักษา) เป็นรายปีไปแล้ว โดยมีกำหนดเข้าตรวจเช็ครถทุกๆ 1 เดือน โดยมีรายละเอียดเรียนถามเพิ่มเติม คือ ในการเข้าตรวจเช็ครายเดือนนั้น อาจมีงานที่ต้องกลับมาเพื่อเสนอราคาอะไหล่เพื่อขายและเข้าบริการติดตั้ง (ขายแต่อะไหล่ไม่มีค่าแรงแล้ว เพราะในส่วนค่าแรงนั้นอยู่ในสัญญาล่วงหน้าแล้ว) ในกรณีนี้การขายอะไหล่ต้องหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่อย่างไรครับ
วิสัชนา
ตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีการให้บริการซ่อมรถยนต์ กรณี ศูนย์บริการได้ออกบิลค่าแรงและค่าอะไหล่แยกออกจากกัน หรือศูนย์บริการฯ เรียกเก็บค่าอะไหล่อย่างเดียว โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าแรง ตามหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811/7660 ลงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2544 เลขตู้ : 64/30743
ข้อหารือ : 
    บริษัทฯ ประกอบธุรกิจผลิตสินค้าเพื่อขาย และมีพนักงานขายของบริษัทฯ เอง บริษัทฯ มีปัญหาเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย ดังนี้ 
    1. กรณีค่าซ่อมรถ พนักงานขายของบริษัทฯ ได้นำรถยนต์ของบริษัทฯ เข้าซ่อมที่ ต่างจังหวัดตามศูนย์บริการของอีซูซุและโตโยต้า เมื่อซ่อมแล้วทางศูนย์บริการออกบิลค่าซ่อมและ ค่าอะไหล่แยกออกจากกันแต่เป็นชื่อบริษัทเดียวกัน บริษัทฯ จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากบิลยอดไหน อย่างไร 
    2. จากกรณีข้อ 1 ถ้าศูนย์บริการคิดแต่ค่าอะไหล่อย่างเดียว ไม่มีค่าแรง จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย อย่างไร

แนววินิจฉัย :  
    1. การที่บริษัทฯ ได้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่ศูนย์บริการ O และ G ในต่างจังหวัด เมื่อซ่อมแล้ว ศูนย์บริการได้ออกบิลค่าแรงและค่าอะไหล่แยกออกจากกัน แต่เป็นชื่อบริษัทเดียวกัน กรณีนี้ถือได้ว่า ศูนย์บริการผู้รับจ้างประกอบกิจการรับจ้างซ่อมรถยนต์ ซึ่งเข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของ เมื่อศูนย์บริการฯ เป็นผู้จัดหาอะไหล่เพื่อใช้สำหรับการซ่อมรถยนต์เอง รายรับของศูนย์บริการฯ จึงต้องรวมทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าบริการซ่อมรถยนต์ให้แก่ศูนย์บริการฯ บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของยอดเงินที่จ่ายทั้งที่เป็นค่าแรงและค่าอะไหล่ ทั้งนี้ ตามข้อ 8 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528   
    2. กรณีตามข้อเท็จจริงดังกล่าว ถ้าศูนย์บริการฯ เรียกเก็บค่าอะไหล่อย่างเดียว โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าแรงด้วย บริษัทฯ ยังคงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของยอดเงินที่จ่ายทั้งหมด ทั้งนี้ ตามข้อ 8 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถและอะไหล่รถกอล์ฟ/รถไฟฟ้า
มีประเด็นคำถามเกี่ยวกับการหัก ณ ที่จ่ายดังนี้
    1. กรณีขายอะไหล่โดยที่ทางลูกค้าโทรมาแจ้งให้คิดค่าอะไหล่ พร้อมบริการติดตั้งอะไหล่ โดยบริษัทฯ ออกเป็นบิลเดียวกัน แต่แยกรายการอะไหล่กับค่าบริการออกจากกัน นั้น หากบริษัทฯ พิสูจน์ได้ว่า เป็นการขายอะไหล่ให้แก่ลูกค้าพร้อมให้บริการติดตั้ง โดยไม่มีการให้บริการตรวจเช็ครถกอล์ฟหรือรถไฟฟ้านั้นแต่อย่างใด ได้โดยชัดแจ้ง ซึ่งบริษัทฯ มุ่งหมายหรือมีเจตนาที่จะโอนกรรมสิทธิ์ในอะไหล่เท่านั้น กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้
    การขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าและค่าบริการติดตั้งแยกออก จากกันเป็น 2 ฉบับ คือ ค่าสินค้าหนึ่งฉบับและค่าบริการติดตั้งหนึ่งฉบับหรือออกใบกำกับภาษี ฉบับเดียวแต่แยกรายการคือสินค้า หนึ่งรายการและค่าบริการติดตั้งอีกหนึ่งรายการ เฉพาะค่าบริการที่แยกออกจากราคาสินค้า เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 (หนังสือตอบข้อหารือเลขที่ กค 0702/9274 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เรื่อง ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง เลขตู้ 72/36975) 

    2. กรณีขายอะไหล่พร้อมค่าบริการโดยที่ทางบริษัทฯ เป็นผู้เข้าตรวจเช็ครถแล้วเสนอราคาไป โดยบริษัทฯ ออกเป็นบิลเดียวกัน แต่แยกรายการอะไหล่กับค่าบริการออกจากกัน นั้น การดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการให้บริการซ่อมแซมบำรุงรักษา โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ ค่าอุปกรณ์และบริการติดตั้งฉบับเดียวกันแต่แยกราคาค่าอุปกรณ์ และค่าบริการออกจากกัน เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของ ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่าย จากยอดรวมมูลค่าสินค้าและค่าซ่อมแซม โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวล รัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 

    3. ในกรณีที่บริษัทฯ ได้ขายสัญญาบริการ (บำรุงรักษา) เป็นรายปีไปแล้ว โดยมีกำหนดเข้าตรวจเช็ครถทุกๆ 1 เดือน โดยในการเข้าตรวจเช็ครายเดือนนั้น อาจมีงานที่ต้องกลับมาเพื่อเสนอราคาอะไหล่เพื่อขาย และเข้าบริการติดตั้ง (ขายแต่อะไหล่ไม่มีค่าแรงแล้ว เพราะในส่วนค่าแรงนั้นอยู่ในสัญญาล่วงหน้าแล้ว) ในกรณีนี้การค่าอะไหล่ดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างทำของที่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของผลสำเร็จของงานจ้างทำของที่ได้จ่ายค่าบริการล่วงหน้า เว้นแต่ลูกค้าจะได้ซื้ออะไหล่จากบริษัทอื่นที่ไม่ใช่บริษัทฯ โตยตรง ไม่ผ่านบริษัทฯ ก็ไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ