ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ

คดีแพ่ง เรื่อง การริบมัดจำและการลดเบี้ยปรับกรณีผิดสัญญา


เรื่อง คดีแพ่ง เรื่อง การริบมัดจำและการลดเบี้ยปรับกรณีผิดสัญญา
แหล่งที่มา ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ
วันที่
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4, มาตรา 7, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378 (2), มาตรา 383
คำถาม

การริบมัดจำและการลดเบี้ยปรับกรณีผิดสัญญา

คำตอบ

คดีแพ่ง เรื่อง การริบมัดจำ และ การ ลดเบี้ยปรับ กรณีผิดสัญญา 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2139/2565

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และมาตรา 7, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378 (2) , มาตรา 383

 

    เมื่อโจทก์ทำสัญญาจองบ้านพร้อมที่ดินสองแปลงกับจำเลยและได้ชำระเงินจองและเงินทำสัญญา รวมเป็นเงิน 500,000 บาท ภายหลังจำเลยส่งหนังสือบอกเลิกสัญญา เพราะโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาและจำเลยริบเงินมัดและเงินทำสัญญาทั้งหมด แต่โจทก์ฎีกาว่าสัญญาจองบ้านพร้อมที่ดินทั้งสองแปลงเป็นสัญญาสำเร็จรูป [1] และมีข้อกำหนดให้โจทก์ชำระเงินจองเป็นเงินมัดจำและเงินทำสัญญากับจำเลยสูงกว่าที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และมัดจำสูงเกินส่วน ขอให้ศาลลดและให้ริบได้เพียงเท่าที่มีความเสียหายที่แท้จริงจำเลย 

[1] “สัญญาสำเร็จรูป” หมายความว่า สัญญาที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรโดยกำหนดข้อสัญญาที่เป็นสาระสำคัญไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะทำในรูปแบบใด ซึ่งคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำมาใช้ในการประกอบกิจการของตนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 3


    ศาลวินิจว่า การพิจารณาว่าสัญญาจองบ้านดังกล่าวเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ จะต้องพิจารณาว่าสัญญาดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบการหรือธุรกิจร้านค้าหรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป

- ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร หรือ

- มีลักษณะหรือมีผลให้โจทก์ปฏิบัติหรือรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ หรือ

- มีข้อตกลงให้โจทก์ต้องรับผิดหรือรับภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือ

- เป็นข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดโดยไม่มีเหตุผลอันควร หรือ

- ให้สิทธิจำเลยบอกเลิกสัญญาได้ โดยโจทก์ในฐานะคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ปฏิบัติผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ อันเป็นลักษณะของข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 4 วรรคสาม หรือไม่ 


เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยมีรายละเอียดของสัญญาจองที่มีตามปกติทั่วไปและไม่ได้มีข้อความให้เกิดผลตามที่กล่าวมาแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงไม่เป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 

แม้สัญญาดังกล่าวจะกำหนดให้โจทก์ชำระเงินจองและเงินทำสัญญากับจำเลยสูงกว่าที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา การกำหนดข้อตกลงดังกล่าวย่อมเป็นไปตามการแสดงเจตนาของคู่สัญญาเป็นสำคัญซึ่งสอดคล้องกับประเพณีทางการค้าขายที่คู่สัญญาจะตกลงให้มีการวางเงินจองและเงินทำสัญญาสูงกว่าเกณฑ์ที่ผู้จะขายกำหนดไว้ก็ได้ มิได้มีข้อห้ามหรือข้อจำกัดใด 


เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาต่อจำเลย จำเลยชอบที่จะริบเงินมัดจำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378 (2) อย่างไรก็ตาม หากกรณีมีการริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบเพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ย่อมได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 7 ดังนี้ กรณีนี้ราคาบ้านพร้อมที่ดินทั้งสองแปลงที่จะซื้อจะขายรวมเป็นเงินสูงถึง 16,300,000 บาท และเงินจองซึ่งเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโจทก์และเป็นประกันความเสียหายให้แก่จำเลย อันเป็นมัดจำซึ่งโจทก์ชำระรวม 200,000 บาท คิดคำนวณเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 2 ของราคาบ้านและที่ดินทั้งสองหลัง จึงไม่สูงเกินส่วน จำเลยมีสิทธิที่จะริบเงินมัดจำดังกล่าวได้ทั้งหมด

          อย่างไรก็ดี เงินทำสัญญของบ้านพร้อมที่ดินทั้งสองแปลงที่จะซื้อจะขายรวมเป็นเงิน 300,000 บาท มิใช่เงินมัดจำแต่เป็นการชำระราคาบางส่วน ซึ่งเมื่อเอกสารการจองระบุให้จำเลยมีสิทธิริบเงินที่โจทก์ชำระไว้ทั้งหมด เงินในส่วนนี้ย่อมเป็นเบี้ยปรับและหากสูงเกินส่วน ศาลย่อมลดลงให้เป็นจำนวนพอสมควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 วรรคหนึ่ง มื่อศาลพิเคราะห์ทางได้เสียทุกอย่างของจำเลย ประกอบกับจำเลยมีสิทธิริบมัดจำจำนวน 200,000 บาท ดังที่วินิจฉัยข้างต้น และเหตุแห่งการผิดสัญญาของโจทก์ เป็นผลให้จำเลยต้องสูญเสียโอกาสในการนำบ้านและที่ดินทั้งสองแปลงออกจำหน่ายให้แก่บุคคลอื่นใดเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เบี้ยปรับ 300,000 บาท จึงนับว่าสูงเกินส่วน ศาลฎีกาเห็นสมควรปรับลดเป็นเงิน 30,000 บาท ดังนั้น จึงพิพากษาให้จำเลยต้องคืนเงินจำนวน 270,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันอ่านคำพิพากษาฎีกาเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์



 ให้การสนับสนุนด้านกฏหมายทั่วไป .!!

ที่ปรึกษาด้านกฏหมายทั่วไป เช่น  การยื่นขอใบอนุญาตต่างๆ และ การตรวจสอบข้อกฎหมาย จัดทำระเบียบข้อบังคับบริษัทและหนังสือสัญญาการจ้างงาน

จัดทำและตรวจทานหนังสือสัญญา  รับคำปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน  รับคำปรึกษาด้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา  บริการงานด้านมรดก และอื่นๆ

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ แผนกกฏหมาย

(ทนายความ)

ติดต่อโดยตรง : 02-261-8182

E-mail : legal@aapth.com

 

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ