Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับบุคคลธรรมดาที่เป็นชาวต่างชาติ


เรื่อง การหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับบุคคลธรรมดาที่เป็นชาวต่างชาติ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 17/04/2020 - วันที่ตอบ 18/04/2020
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อกฎหมาย มาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา

บ. จ่ายเงินค่าแปลภาษา ให้กับบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เค้าไปๆ มาๆ ประเทศไทย ไม่มี work permit เปิดสมุดบัญชีในไทยอยากทราบเรื่องการหัก ณ ที่จ่ายค่ะเป็นเงินได้ประเภทไหน
ต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง

ขอบคุณค่ะ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าจ้างแปลภาษาให้กับบุคคคลต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นแหล่งเงินได้ในประเทศไทย เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย ในลักษณะการรับทำงานให้
1. กรณีผู้มีเงินได้เป็นคนชาติที่ไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย และ
....(1) เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีภาษี ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) วรรคท้าย แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรา 15% ของเงินได้
....(2) เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วันในปีภาษี ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) วรรคแรก และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากเป็นกรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ไม่สามารถคำนวณหาจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ให้คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีนำส่งไว้เท่านั้น หากคำนวณแล้วไม่มีเงินภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ในปีเดียวกันนี้ถ้ามีการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้ผู้รับรายเดียวกันนี้อีก ให้นำเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในครั้งแรกมารวมกับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในครั้งที่สอง แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับการคำนวณครั้งแรก หากคำนวณแล้วไม่มีภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ถ้าได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้นำเงินภาษีที่หักและนำส่งไว้แล้ว (ถ้ามี) มาเครดิตออก เหลือเท่าใดจึงหักเป็นเงินภาษีและนำส่งไว้เท่านั้น ถ้ามีการจ่ายเงินได้พึงประเมินในครั้งที่สามและครั้งต่อ ๆ ไป ก็ให้คำนวณตามวิธีดังกล่าวนี้ทุกครั้งไป ตามข้อ 1 (6) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 96/2543
2. กรณีผู้มีเงินได้เป็นคนชาติที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย และ
....(1) ไม่ว่าผู้มีเงินได้จะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีภาษี เข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่เป็นบริการส่วนบุคคลที่ไม่อิสระ ที่ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) วรรคท้าย แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรา 15% ของเงินได้
....(2) เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วันในปีภาษี เข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่เป็นบริการส่วนบุคคลที่ไม่อิสระ ที่ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) วรรคแรก และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากเป็นกรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ไม่สามารถคำนวณหาจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ให้คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีนำส่งไว้เท่านั้น หากคำนวณแล้วไม่มีเงินภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ในปีเดียวกันนี้ถ้ามีการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้ผู้รับรายเดียวกันนี้อีก ให้นำเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในครั้งแรกมารวมกับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในครั้งที่สอง แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับการคำนวณครั้งแรก หากคำนวณแล้วไม่มีภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ถ้าได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้นำเงินภาษีที่หักและนำส่งไว้แล้ว (ถ้ามี) มาเครดิตออก เหลือเท่าใดจึงหักเป็นเงินภาษีและนำส่งไว้เท่านั้น ถ้ามีการจ่ายเงินได้พึงประเมินในครั้งที่สามและครั้งต่อ ๆ ไป ก็ให้คำนวณตามวิธีดังกล่าวนี้ทุกครั้งไป ตามข้อ 1 (6) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 96/2543


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ