Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ค่าบริการจัดส่งพนักงาน (Dispatch fee) มาทำงานที่ไทย จ่ายเงินเดือนและออกภาษีให้


เรื่อง ค่าบริการจัดส่งพนักงาน (Dispatch fee) มาทำงานที่ไทย จ่ายเงินเดือนและออกภาษีให้
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 01/12/2023 - วันที่ตอบ 24/12/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 50 (1), มาตรา 76 ทวิ, มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 7/2528
ปุจฉา
รบกวนสอบถามเกี่ยวกับการคำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) กรณีภาษีออกให้คะ
    บริษัทฯ ต้องชำระค่าบริการจัดส่งพนักงาน (Dispatch fee) มาทำงานที่ไทย อินวอยซ์ที่แจ้งมาประกอบไปด้วย เงินเดือน โบนัส และผลประโยชน์อื่น สกุลเงิน USD เงินได้เท่ากันทุกเดือน แตกต่างกันด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 
ไม่ทราบว่าต้องคำนวนอย่างไรคะ
วิสัชนา
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
     เนื่องจากข้อตกลงการจัดส่งพนักงานดังกล่าวกำหนดให้ บริษัท A ต้องจัดส่งพนักงานของ บริษัท A เข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 4 ปี กรณีจึงเป็นการให้บริการผ่านลูกจ้างหรือพนักงานอื่นเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่าหกเดือนภายในสิบสองเดือนใดๆ และถือได้ว่า บริษัท A มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย ตามข้อ 5 วรรคสี่ แห่งอนุสัญญาฯ และเนื่องจาก Dispatch fee เข้าลักษณะเป็นกำไรจากธุรกิจตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาฯ และ บริษัท A ประกอบธุรกิจโดยผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย บริษัท A จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณจากค่าบริการทั้งสิ้นที่บริษัทฯ ต้องจ่ายให้ บริษัท A ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่าย Dispatch fee ให้แก่ บริษัท A บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ตามข้อ 12 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 โดย บริษัท A มีสิทธินำไปใช้เป็นเครดิตในการชำระภาษีเงินได้ของตนในประเทศไทยได้

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
     การที่ บริษัท A ส่งพนักงานเข้ามาทำงานที่ประเทศไทยตามข้อตกลงการจัดส่งพนักงานเข้าลักษณะเป็นการให้บริการในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่า Dispatch fee ซึ่งเป็นค่าบริการตามข้อตกลงการจัดส่งพนักงาน ให้แก่ บริษัท A บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ของค่าบริการ ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งกรมสรรพากรภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงินได้ให้แก่ บริษัท A ตามข้อ 4 ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การนำส่งภาษีเงินได้การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นรายการ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 และมีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1 (18)(ค) และมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

3. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
     ในกรณีที่พนักงานมีฐานะเป็นลูกจ้างของบริษัทฯ พนักงานดังกล่าวมีหน้าที่ต้องนำเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากการจ้างแรงงานดังกล่าว ไม่ว่าจะจ่ายในหรือนอกประเทศไทย มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 14 แห่งอนุสัญญาฯ โดยบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้ให้แก่พนักงาน มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
     สำหรับกรณีที่บริษัทฯ ออกเงินค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่พนักงาน ตามข้อตกลงการจัดส่งพนักงาน โดยพนักงานไม่ต้องรับภาระในการเสียภาษีเงินได้ด้วยตนเองเลยนั้น ให้นำค่าภาษีเงินได้ที่บริษัทฯ ออกแทนให้ ไปรวมกับค่าตอบแทนที่พนักงานได้รับในปีภาษีนั้น แล้วคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร จนกว่าจะไม่มีค่าภาษีเงินได้ที่บริษัทฯ ต้องออกแทนให้อีก ตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 7/2528 เรื่อง การคำนวณเงินค่าภาษีอากรที่นายจ้างหรือผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้เป็นเงินได้พึงประเมินประเภทต่างๆ ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2528

เลขตู้ : 75/38334



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ