Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ห้างหุ้นส่วนจำกัดประกอบกิจการซื้อขายเครื่องจักร และอุปกรณ์การเกษตร


เรื่อง ห้างหุ้นส่วนจำกัดประกอบกิจการซื้อขายเครื่องจักร และอุปกรณ์การเกษตร
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 28/12/2022 - วันที่ตอบ 28/12/2022
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา

สอบถามเกี่ยวกับการเสียภาษีประกอบกิจการ ซื้อขายเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรค่ะ มีขั้นตอน และวิธีเสียภาษีอย่างไร ในกรณีที่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่มีความรู้เลยค่ะ ขอความกรุณาอาจารย์แนะแนวทางให้ด้วยค่ะ

วิสัชนา
1. เครื่องจักรกลการเกษตร (Agricultural Machinery) หมายถึง เครื่องจักรที่ใช้ในภาคเกษตรกรรมเกี่ยวกับพืชและสัตว์ ทั้งที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการทุ่นแรง การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การเพิ่มคุณภาพ การแปรสภาพผลผลิตเกษตร และการสนับสนุนระบบการผลิตทางการเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทด้านการใช้งานในภาคเกษตรกรรมของประเทศเป็นสำคัญ สามารถแบ่งประเภท ชนิด ของเครื่องจักรกลการเกษตรตามพิกัดศุลกากร (Harmonized System : HS Code) และลักษณะการใช้งาน
    โดยทั่วไปของเครื่องจักรกลการเกษตรไทย ได้ดังนี้
    (1) แทรกเตอร์ (Tractors) เป็นเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีความสำคัญต่อการทำเกษตรกรรมแผนใหม่ เนื่องจากใช้เป็นแหล่งต้นกำลังหลักสำหรับลากและขับอุปกรณ์หรือเครื่องมือการเกษตรอื่นๆ เช่น เครื่องเตรียมดิน เครื่องบำรุงรักษา เครื่องเก็บเกี่ยว ฯลฯ โดยแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตรมีทั้งชนิด 4 ล้อ และ 2 ล้อ ซึ่งแทรกเตอร์ 4 ล้อที่ใช้ในประเทศไทย สามารถแบ่งตามแรงม้าได้ 3 ขนาด คือ ขนาดเล็กต่ำกว่า 18 แรงม้า ขนาดกลาง 18-50 แรงม้า และขนาดใหญ่ 50 แรงม้าขึ้นไป ส่วนแทรกเตอร์ 2 ล้อ เรียกอีกชื่อว่า รถไถเดินตาม (Pedestrian controlled tractoes) มีขนาดแรงม้าไม่เกิน 15 แรงม้า
    (2) เครื่องเตรียมดิน (Tillage equipment) เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตรสำหรับการเตรียมดินเพื่อการเพาะปลูก แบ่งเป็นเครื่องเตรียมดินครั้งแรก เช่น ไถหัวหมู (Moldboardplow) ไถจาน (Disk plow) ไถดินดาน (Subsoiler) ไถยกร่อง (Lister) ฯลฯ และเครื่องมือเตรียมดินครั้งที่สอง เช่น พรวนจาน (Disk harrow) พรวนซี่สปริง (Spring tooth harrow) คราด (Spike) ลูกกลิ้ง (Landroller) ทุ่นลาก (Float) ฯลฯ 
    (3) เครื่องปลูก (Planting equipment) เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการเกษตร เพื่อการเพาะปลูกพืชด้วยวิธีการต่างๆ ตามกรรมวิธีในการปลูกและเลี้ยงดูต้นไม้ตั้งแต่เพาะเมล็ดหรือนำต้นที่โตแล้ว หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของต้น ได้แก่ หัว กิ่ง ต้นอ่อน ไปปลูกแล้วบำรุงให้เจริญเติบโต เช่น เครื่องหว่าน เมล็ด (Spacing drill) เครื่องปลูกพืชหัว (Planters) เครื่องย้ายต้นกล้า/ดำนา (Transplanters) เครื่องปลูกอ้อย (Sugar cane planter) ฯลฯ
    (4) เครื่องบำรุงรักษา (Crop protection equipment) เช่น เครื่องสูบน้ำ (Water pumps) เครื่องพ่นยา (Sprats) เครื่องพรวนระหว่างแถว (Cultivator) เครื่องหว่านปุ๋ย (Fertiliser distributors) เครื่องตัดหญ้า (Mowers) ฯลฯ
    (5) เครื่องเก็บเกี่ยว (Harvesting equipment) เช่น เครื่องเกี่ยวนวดข้าว (Combine harvester) เครื่องเก็บเกี่ยวอ้อย (Sugar harvester) เครื่องทำฟอนฟาง (Straw or fodder balers) เครื่องนวด (Threshing) เครื่องสี (Hullers and Mills) เครื่องเก็บเกี่ยวรากหรือหัวพืช (Root or tuber harvesting)  ฯลฯ 
    (6) เครื่องมืออื่นๆ (Other equipment) ได้แก่ เครื่องจักรที่ใช้ในงานปศุสัตว์ (Livestock machine) เช่น เครื่องรีดนม (Milking machines) เครื่องเตรียมอาหารสัตว์ (Feeding stuffs) เครื่องเลี้ยงสัตว์ปีก (Poultry keeping) ฯลฯ และเครื่องทุ่นแรงที่ทำให้ผลิตผลสำเร็จรูป (Crop processing equipment) เช่น เครื่องคัดแยกขนาด (Grading) เครื่องอบแห้ง (Dryers) เครื่องยก (Conveyors) ฯลฯ
ที่มา: 

2. อุปกรณ์การเกษตร เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยให้การปฏิบัติงานเกษตรมีความสะดวกและรวดเร็ว ลดแรงของเกษตรกร อุปกรณ์การเกษตรแบ่งตามชนิดวัสดุมีทั้งที่ทำจากโลหะ ทำจากพลาสติก ทำจากไฟเบอร์ หรือแม้แต่ทำจากวัสดุธรรมชาติ หากแบ่งอุปกรณ์การเกษตรตามลักษณะการใช้งานจะสามารถแบ่งได้เป็นอุปกรณ์งานหนักและอุปกรณ์งานเบา แบ่งตามลักษณะใช้งาน ได้แก่ เครื่องมือช้งานกับดิน เครื่องมือใช้งานในการให้น้ำพืช และเครื่องมือที่ใช้ในการดูแลตัดแต่งกิ่ง ตัวอย่างอุปกรณ์การเกษตร เช่น จอบขุด เสียมพรวน บัวรดน้ำ กรรไกตัดกิ่ง รถไถ่ รถเกี่ยว เป็นต้น เช่น
• ส้อมพรวน : ใช้ในการพรวนดิน เหมาะกับดินที่ร่วนซุย เนื่องจากส้อมพรวนไม่ใช่อุปกรณ์เกษตรประเภทใช้งานหนัก เมื่อใช้แล้วควรล้างทำความสะอาด เช็ดให้แห้งแล้วทาด้วยน้ำมันกันสนิม 
• เสียม : ใช้ในการขุดหลุมเตรียมเพื่อปลูกต้นไม้ เหมาะในการขุดหลุมขนาดเล็ก เมื่อใช้แล้วควรล้างทำความสะอาด เช็ดให้แห้งแล้วทาด้วยน้ำมันเพื่อกันสนิม เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย 
• พลั่ว : ใช้ในการตักดิน ตักปุ๋ย หรือขุดหลุมขนาดเล็ก ๆ ไม่ลึก เมื่อใช้แล้วควรล้างทำความสะอาด เช็ดให้แห้งแล้วทาด้วยน้ำมันเพื่อกันสนิม เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย 
• คราด : ใช้ในการย่อยดินให้เป็นก้อนเล็ก ๆ และใช้เก็บเศษหญ้าบนหน้าดิน เมื่อใช้แล้วควรล้างทำความสะอาด เช็ดให้แห้งแล้วทาด้วยน้ำมันเพื่อกันสนิม เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย 
• บัวรดน้ำ : ใช้ในการรดน้ำเหมาะกับต้นกล้าหรือต้นไม้ที่มีขนาดเล็กลำต้นอ่อน น้ำที่ออกจากฝักบัวจะเป็นสายขนาดเล็ก ช่วยให้น้ำกับพืชได้ทั่วถึงและต้นไม้ไม่บอบช้ำ เมื่อใช้แล้วล้างทำความสะอาดเก็บเศษหญ้าออกจากบัวรดน้ำเพื่อไม่ให้อุดตันฝักบัวเมื่อนำไปใช้รดน้ำครั้งต่อไป 
• กรรไกรตัดกิ่ง : ใช้สำหรับตัดแต่งกิ่งไม้ขนาดเล็ก ตัดใบพืชที่แห้ง เป็นโรคทิ้ง ตัดแต่งต้นไม้ที่มีใบหนาเกินไป เมื่อใช้แล้วควรเช็ดทำความสะอาดแล้วทาด้วยน้ำมันเพื่อกันสนิมและหยอดน้ำมันสปริงขากรรไกร เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย 
• เครื่องตัดสับ : ใช้สำหรับตัดหรือสับหญ้าอาหารโคให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อความสะดวกในการบรรจุเพื่อขนย้าย และเพื่อสับหญ้าให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ สำหรับนำมาผสมในสูตรอาหารโค 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัดประกอบกิจการซื้อขายเครื่องจักร และอุปกรณ์การเกษตร ในลักษณะการซื้อมาขายไป มีภาระภาษีอากรที่เกี่ยวข้องดังนี้ 
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
    ห้างฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล จากฐานกำไรสุทธิทางภาษีอากร ซึ่งคำนวณได้จากรายได้จากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการ ที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องยื่นแบบชำระภาษีต่อกรมสรรพากร ณ สำนักงาน สรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่หรือทางอินเทอร์เน็ต ปีละ 2 ครั้ง 
    > ภาษีเงินได้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือน นับแต่วันครบ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
    > ภาษีเงินได้สิ้นรอบระยะเ วลาบัญชี ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี โดยนำภาษีที่จ่ายในครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 
    ในการประกอบกิจการขายเครื่องจักร และอุปกรณ์การเกษตร ห้างฯ ต้องมีการว่าจ้างแรงงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อห้างฯ จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และสวัสดิการให้กับพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน ต้องมีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถ้ดไป
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
    > ห้างฯ ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีรายได้ต่อปีเกินกว่า 1.8 ล้านบาท 
    > ห้างฯ ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก ผู้ซื้อและออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อเมื่อส่งมอบสินค้า
    > ห้างฯ มีหน้าที่จัดทำรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ 
    > ห้างฯ ต้องยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.30 ในแต่ละเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
    1. ศึกษาจากคู่มือภาษีสำหรับผู้ประกอบการ ของกรมสรรพากร https://www.rd.go.th/62063.html เลือกหัวข้อที่เกี่ยวข้องที่ต้องการเรียนรู้ 
    2. หาสำนักงานบัญชีที่มีความรู้ความชำนาญ และมีประสบการณ์ทั้งทางบัญชี และภาษีอากร ให้ช่วยจัดการวางรูประบบบัญชี ตลอดจนเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และแนะนำวิธีการเสียภาษีอากรตั้งแต่เริมแรก
    3. ลงทะเบียนเรียนหลักสูตรภาษีอากรที่เกี่ยวข้อง (ต้องเลือกหลักสูตรดีๆ หน่อยนะ) มิฉะนั้น อาจต้องเสียเงินเป็นเรื่อนแสน
    4. ติดต่อหน่วยงายของรัฐ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขอคำปรึกษา และเข้ารับการอบรมฟรีให้แก่ผู้ประกอบการ 
ไม่ทราบว่า ห้างฯ เปิดมานานหรือยัง หากเปิดมานานแล้ว ก็ต้องมีสำนักงานบัญชี หรือพนักงานบัญชีที่ทำหน้าที่ทางภาษีอากรอยู่ก่อนแล้ว หากเป็นสำนักงานบัญชี ก็ให้เดินเข้าไปหาขอความรู้จากนักบัญชีภาษีอากรเหล่านั้นได้ 
แต่หากตั้งใหม่ ใข้ข้อ 2 ข้างต้นดีที่สุดครับ
(คำอธิบายภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร)
ภาษีเงินได้นิติบุคคล 
ภาษีเงินได้นิติบุคคลคำนวณจากกำไรสุทธิ
    - ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิ
    - รอบระยะเวลาบัญชี
    - กำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
    - เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ทวิ
    - เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (รายจ่ายต้องห้าม)
    - อัตราภาษีและการคำนวณภาษี
    - การยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ