Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

มูลนิธิหรือสมาคม เป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งของรัฐบาล โดยได้รับส่วนลด 2%


เรื่อง มูลนิธิหรือสมาคม เป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งของรัฐบาล โดยได้รับส่วนลด 2%
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 14/04/2023 - วันที่ตอบ 18/04/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร, พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 310) พ.ศ. 2540
ปุจฉา

กรณีมูลนิธิสมาคม เป็นตัวแทนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในสัญญาได้รับส่วนลดสุทธิ 2% หลังหักให้ผู้ค้าปลีกแล้ว มูลนิธิสมาคมคำนวณภาษีจากส่วนลดที่ได้รับ 2% โดยนำส่งภาษี 2% ใช่ไหมค่ะ

วิสัชนา
1. ตามมาตรา 5 จตุทศ (2) และ (3) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 310) พ.ศ. 2540 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2540 เป็นต้นไป กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับรายได้จากการจำหน่ายสลากการกุศลงวดพิเศษที่คณะรัฐมนตรีมีมติว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดังนี้
    “มาตรา 5 จตุทศ ให้ยกเว้นรัษฎากรดังต่อไปนี้แก่การออกสลากการกุศลงวดพิเศษที่คณะรัฐมนตรีมีมติว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
         (1) ภาษีเงินได้ตามส่วน 2 และส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินรางวัลสลากซึ่งยอมให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1.0 ของรางวัล โดยไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
         (2) ภาษีเงินได้ตามส่วน 2 และส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับการขายหรือส่วนลดจากการซื้อสลาก
         (3) ภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด 4 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับการขายสลาก
         ทั้งนี้ ไม่ว่าเงินได้หรือการขายนั้นจะได้รับหรือได้กระทำก่อนหรือหลังวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ”

2. ตามมาตรา 3 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 กำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับรายได้จากการขายสลากกินแบ่งของรัฐบาล  
    “มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการขายสินค้า ดังต่อไปนี้...
         (2) การขายสลากกินแบ่งของรัฐบาล สลากออมสินของรัฐบาล และสลากบำรุงกาชาดไทย”
    จากบทบัญญัติดังกล่าว อาจจำแนกภาษีอากรของมูลนิธิหรือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับสลากของรัฐบาลได้ดังนี้
1. สำหรับสลากกินแบ่งของรัฐบาล
    (1) กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล เงินได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งของรัฐบาล เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากไม่มีข้อกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับทั้งเงินได้จากการจำหน่าย หรือส่วนลดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งของรัฐบาล และรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล แต่อย่างใด มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ที่ไม่ได้รับการประกาศให้เป็นองค์การกุศลสาธารณะ จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งของรัฐบาล 
    (2) กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม กำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสลากกินแบ่งของรัฐบาล ตามมาตรา 3 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 

2. สำหรับสลากการกุศลงวดพิเศษที่คณะรัฐมนตรีมีมติว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน  
    (1) กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้จากการจำหน่าย หรือส่วนลดจากการจำหน่ายสลากการกุศลงวดพิเศษฯ ตามมาตรา 5 จตุทศ (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 
    (2) กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม กำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสลากกินแบ่งของรัฐบาล ตามมาตรา 5 จตุทศ (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 

3. เนื่องจากทั้งสลากกินแบ่งของรัฐบาล และสลากการกุศลงวดพิเศษฯ มีการกำหนดราคาสลากไว้เป็นจำนวนที่แน่นอน ดังนั้น ในทางปฏิบัติกรมสรรพากรจึงตีความว่า การยกเว้นภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสลากทั้งสองประเภทดังกล่าว ให้หมายความเฉพาะในส่วนที่ไม่เกินราคาที่กำหนดไว้เท่านั้น เช่นเดียวกับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายแสตมป์ไปรษณีย์ แสตมป์อากร หรือแสตมป์อื่นของรัฐบาล องค์การของรัฐบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะที่ยังไม่ได้ใช้ในราคาที่ไม่เกินมูลค่าที่ตราไว้ ตามมาตรา 3 (3) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
     กรณีมูลนิธิหรือสมาคม เป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งของรัฐบาล ในสัญญาตั้งตัวแทน (ยี่ปั๊ว) กำหนดให้มูลนิธิหรือสมาคมได้รับส่วนลดสุทธิ 2% หลังหักส่วนลดให้แก่ผู้ค้าปลีก (ซาปั๋ว) แล้ว เช่นนี้ ต้องพิจารณารายละเอียดในสัญญาตั้งตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งของรัฐบาล รวมทั้งสลากการกุศลงวดพิเศษที่คณะรัฐมนตรีมีมติว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ว่า มูลนิธิหรือสมาคมไม่ใช่ผู้ซื้อสลากดังกล่าวโดยเสร็จเด็ดขาดเพื่อนำมาจำหน่าย หากแต่เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายสลากดังกล่าวที่ได้รับบำเหน็จจากการเป็นตัวแทนสุทธิเพียง 2% หลังจากหักให้ผู้ค้าปลีกแล้ว ในลักษณะของตัวแทนที่เป็นคนกลาง (กินหัวคิว) ซึ่งได้รับเงินได้ตามที่ตกลงเท่านั้น กรณีจึงต้องพิจารณาเจตนารมณ์ของสัญญาตั้งตัวแทนจำหน่ายสลากทั้งสองประเภทดังกล่าวเป็นสำคัญ 
    ดังนั้น ส่วนลดจากการจำหน่ายสลาก “ทั้งสองประเภท” ดังกล่าวที่มูลนิธิหรือสมาคมได้รับจากสำนักงานสลากกินแบ่ง ย่อมเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของมูลนิธีหรือสมาคม สำหรับส่วนลดจากการจำหน่ายสลากทั้งสองประเภทดังกล่าว จึงให้นำส่วนลดที่มูลนิธิหรือสมาคมได้รับสุทธิเพียง 2% หลังหักส่วนลดให้แก่ผู้ค้าปลีกแล้ว มาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 10% ของส่วนลดดังกล่าว ในแบบ ภ.ง.ด.55 
หากไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาตั้งตัวแทนของสำนักงานสลากกินแบ่ง ก็ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ข้างต้น



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ