Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ค่าตอบแทนที่ตัวแทนฯ ได้รับเป็นส่วนลดในรูปแบบของใบลดหนี้ และเงินสนับสนุน หรือเงินช่วยเหลืออุดหนุน


เรื่อง ค่าตอบแทนที่ตัวแทนฯ ได้รับเป็นส่วนลดในรูปแบบของใบลดหนี้ และเงินสนับสนุน หรือเงินช่วยเหลืออุดหนุน
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 07/11/2022 - วันที่ตอบ 05/12/2022
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 118/2545ฯ
ปุจฉา
บริษัทผู้ผลิต ได้ขายสินค้าและการออกใบกำกับภาษีให้ตัวแทนจำหน่ายสินค้า โดยราคาขายสินค้าให้กับตัวแทนฯ จะเป็นราคาตลาด ที่บริษัทผู้ผลิตประกาศราคาขายในเดือนนั้นๆ แต่ในขณะที่การขายสินค้าจากตัวแทนฯ ไปยังลูกค้า ทางบริษัทผู้ผลิตจะเป็นผู้กำหนดราคาขายให้กับตัวแทนฯ โดยราคาขายสินค้าจะเป็นราคาเป็นราคามาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกตัวแทนจำหน่ายสินค้า เพื่อจัดจำหน่ายให้กับลูกค้า 
(หมายเหตุ:- ราคาขายที่ทางบริษัทผู้ผลิตประกาศนั้น เป็นราคาอ้างอิงกับราคาตลาดตามเศรษฐกิจประเทศ เศรษฐกิจโลก ซึ่งจะราคาขายนี้จะมีการปรับปรุงอัพเดทเป็นรายเดือน)
    กรณีที่ 1 ตัวแทนฯ ซื้อสินค้าในเดือนมกราคม ในราคา 40 บาทต่อชิ้น แต่ตัวแทนฯ สามารถขายสินค้าให้กับลูกค้าได้ภายในเดือนเดือนกัน ดังนั้น จึงไม่เกิดส่วนต่างของราคารขายทั้งสองฝั่ง
    กรณีที่ 2 ตัวแทนฯ ซื้อสินค้าในเดือนมกราคม ในราคา 40 บาทต่อชิ้น แต่ตัวแทนฯ สามารถขายสินค้าให้กับลูกค้าได้ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งราคาขายได้ ณ เดือนกุมภาพันธ์เป็นเงิน 37 บาทต่อชิ้น (ราคาตลาดลดลง)
    และในทางกลับกัน ในกรณีที่ 3 ตัวแทนฯ ซื้อสินค้าในเดือนมกราคม ในราคา 40 บาทต่อชิ้น แต่ตัวแทนฯ สามารถขายสินค้าให้กับลูกค้าได้ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นเงิน 43 บาทต่อชิ้น (ราคาตลาดเพิ่มขึ้น)
    จากการขายสินค้าดังกล่าว ตัวแทนฯ จะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 2 บาทต่อชิ้น ตามปริมาณยอดขายที่ขายได้ ซึ่งค่าตอบแทนนี้ ทางผู้ผลิตจะจ่ายในรูปแบบของส่วนลด โดยออกเป็นใบลดหนี้ให้กับตัวแทนจำหน่ายในแต่ละเดือน 
    และสำหรับเงินส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าที่ตัวแทนฯ ซื้อจากผู้ผลิต และราคาสินค้าที่ขายให้กับลูกค้า จำนวน 3 บาทต่อชิ้น ในกรณีที่ 2 และ 3  >>>>> ในกรณีที่ 2 ทางตัวแทนฯ  ได้รับเงินชดเชยส่วนต่าง 3 บาท เนื่องจากราคาสินค้าที่ขายให้กับลูกค้านั้นต่ำกว่าทุน (คือเป็นราคาที่ซื้อจากผู้ผลิตมา) /หรืออาจจะต้องคืนเงินให้กับผู้ผลิต ในกรณีที่ 3 เนื่องจากตัวแทนขายสินค้าให้กับลูกค้าในราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อมา 
    การออกเอกสาร และใบกำภับภาษีมูลค่าเพิ่ม - ณ วันที่ผู้ผลิตขายสินค้าได้ จะออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับตัวแทนฯ ราคา 40 บาทต่อชิ้น และ ณ วันสิ้นเดือน ผู้ผลิตสรุปยอดการขายสินค้าของตัวแทนฯ เพื่อออกใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้เพื่อจ่ายเงินชดเชยค่าสินค้า หรือเรียกเก็บเงินเพิ่มจากตัวแทนฯ  
    สำหรับตัวแทนฯ จะออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า ตามราคาที่ประกาศขายในเดือนนั้นๆ (จากตัวอย่างเช่น ราคา 37 บาทต่อชิ้น หรือ 43 บาทต่อชิ้น)
คำถาม
    ข้อ 1 ค่าตอบแทนที่ตัวแทนฯ ได้รับเป็นส่วนลดในรูปแบบของใบลดหนี้ จำนวน 2 บาทต่อชิ้น ตามปริมาณยอดขายที่ขายได้ นั้น เข้าลักษณะเป็นรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามข้อ 9 ป. 118/2545 หรือไม่ (ถ้าไม่ใช่ รบกวนขอคำแนะนำนะคะ)
    ข้อ 2 เงินส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าที่ตัวแทนฯ ซื้อจากผู้ผลิต และราคาสินค้าที่ขายให้กับลูกค้า จำนวน 3 บาทต่อชิ้น ตามกรณีที่ 2 ที่ทางบริษัทผู้ผลิตจ่ายให้ตัวแทนฯ จะถือเป็นเงินสนับสนุน หรือเงินช่วยเหลืออุดหนุน (Subsidize) จะเข้าข่ายตามป.118/2542 มีภาระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ใช่หรือไม่ และหากแต่ในกรณีที่ 3 ต้องเรียกเงินส่วนต่างคืน ก็ออกเป็นใบแจ้งหนี้ ไปเรียกเงินคืนจากตัวแทนฯ ได้หรือไม่ (ถ้าไม่ใช่ รบกวนขอคำแนะนำนะคะ)
    ข้อ 3 เงินส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าที่ตัวแทนฯ ซื้อจากผู้ผลิต และราคาสินค้าที่ขายให้กับลูกค้า จำนวน 3 บาทต่อชิ้น ตามกรณีที่ 2 หรือกรณีที่ 3 จะถูกมองเป็นการเพิ่มราคา หรือลดราคาสินค้าจากผู้ผลิต และเป็นเหตุต้องออกใบลดหนี้/ใบกำกับภาษี ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร หรือใบเพิ่มหนี้/ใบกำกับภาษี ตามมาตรา 82/9 แห่งประมวลรัษฎากร และวันที่ออกใบลดหนี้ หรือใบเพิ่มหนี้ ต้องเป็นวันที่ตัวแทนฯ จำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้า หรือวันไหนคะ (หากจะไปใช้วันที่ผู้ผลิตขายสินค้าให้กับตัวแทนฯ ก็ไม่ได้ เพราะ ณ วันนั้น ก็ใช้ราคาตลาด ในการขายายสินค้าให้ตัวแทนแล้ว)
    ข้อ 4 หากมีภาระภาษีอื่นใด รบกวนขอให้อาจารย์ชี้ทางสว่างให้ด้วยนะคะ 

FB question.docx
    ทั้งนี้ ได้แนบไฟล์เอกสาร เพื่อให้อาจารย์อ่านได้ง่ายขึ้นด้วยนะคะ
วิสัชนา
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
    ข้อ 1 ตามข้อ 1 วรรคสอง ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 118/2545ฯ ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ได้กำหนดนิยามศัพท์ของคำว่า “รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย” ไว้ดังนี้ 
         “รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย” หมายถึง เงินอุดหนุน เงินสนับสนุน เงินช่วยเหลือ เงินส่วนลด หรือเงินอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันที่ผู้ขายสินค้าซึ่งเป็นผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายได้จ่ายให้แก่ผู้ซื้อสินค้าซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายที่ซื้อสินค้าโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ ทั้งนี้ ไม่ว่าเงินดังกล่าวจะคำนวณจากฐานการซื้อขายหรือคำนวณจากฐานอื่นใด เพื่อให้มีผลต่อการขาย การลดต้นทุน หรือลดรายจ่าย ของผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่าย
         ค่าตอบแทนที่ตัวแทนฯ ได้รับเป็นส่วนลดในรูปแบบของใบลดหนี้ จำนวน 2 บาทต่อชิ้น  ตามปริมาณยอดขายที่ขายได้ นั้น เข้าลักษณะเป็นรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามข้อ 1 วรรคสอง ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 118/2545ฯ  
(คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 118/2545ฯ มีเพียง 8 ข้อเท่านั้นครับ!!!)      

    ข้อ 2 เงินส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าที่ตัวแทนฯ ซื้อจากผู้ผลิต และราคาสินค้าที่ขายให้กับลูกค้า จำนวน 3 บาทต่อชิ้น ตามกรณีที่ 2 ที่ทางบริษัทผู้ผลิตจ่ายให้ตัวแทนฯ จะถือเป็นเงินสนับสนุน หรือเงินช่วยเหลืออุดหนุน (Subsidize) จะเข้าลักษณะเป็น “รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย” ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 118/2542 ที่บริษัทผู้ผลิตมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% 
         ในทางตรงกันข้าม ตามกรณีที่ 3 บริษัทผู้ผลิตต้องเรียกเงินส่วนต่างคืน ก็ออกเป็นใบแจ้งหนี้ ไปเรียกเงินคืนจากตัวแทนฯ ถือว่า ตัวแทนเป็นผู้จ่ายเงินสนับสนุน หรือเงินช่วยเหลืออุดหนุน (Subsidize) ให้แก่ผู้ผลิดตามข้อตกลง ที่ทั้งสองฝ่ายได้กระทำต่อกันไว้ล่วงหน้าแล้ว (พึงต้องมีข้อตกลงในทั้งสองลักษณะนี้ไว้ให้ชัดแจ้ง)

    ข้อ 3 เงินส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าที่ตัวแทนฯ ซื้อจากผู้ผลิต และราคาสินค้าที่ขายให้กับลูกค้า จำนวน 3 บาทต่อชิ้น ตามกรณีที่ 2 หรือกรณีที่ 3 ถือเป็น “เงินสนับสนุน หรือเงินช่วยเหลืออุดหนุน” (Subsidize) ตามคำตอบข้อ 2 ดังกล่าว จึงไม่อาจถือเป็นการเพิ่มราคา หรือลดราคาสินค้าจากผู้ผลิต และเป็นเหตุต้องออกใบลดหนี้/ใบกำกับภาษี ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร หรือใบเพิ่มหนี้/ใบกำกับภาษี ตามมาตรา 82/9 แห่งประมวลรัษฎากร   

    ข้อ 4 ทั้งผู้ผลิตและตัวแทน พึงต้องจัดทำข้อตกลงในการจ่าย “เงินสนับสนุน หรือเงินช่วยเหลืออุดหนุน” ให้แก่กันให้ชัดแจ้ง พร้อมให้เจ้าพนักงานทำการตรวจสอบ 
         ตัวแทนต้องแสดงให้เห็นว่า ตนเองมีกำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าดังกล่าวในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีภายหลังจากที่ได้รับเงินอุดหนุน และจ่ายคืนเงินอุดหนุน เพื่อพิสูจน์ความมีเหตุอันสมควรในราคาที่ขายระหว่างกันดังกล่าว



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ