Case study

นำเข้าสิก้า(Cigar) ทางไปรษณีย์โดยสั่งจากต่างประเทศ หากนำเข้าได้ ปริมาณไม่เกินเท่าไหร่ ที่ไม่ต้องขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต


เรื่อง นำเข้าสิก้า(Cigar) ทางไปรษณีย์โดยสั่งจากต่างประเทศ หากนำเข้าได้ ปริมาณไม่เกินเท่าไหร่ ที่ไม่ต้องขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 06/11/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

สามารถนำเข้าสิก้า(Cigar) ทางไปรษณีย์ได้หรือไม่ โดยสั่งจากต่างประเทศ หากนำเข้าได้ ปริมาณไม่เกินเท่าไหร่ ที่ไม่ต้องขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต 

คำตอบ

สำหรับการนำเข้า “ซิการ์/บุหรี่ / ผลิตภัณฑ์ยาสูบ” เข้ามาในประเทศไทยนั้น มีข้อกฎหมายและข้อจำกัดที่ควรทราบดังนี้

1. สิ่งที่อนุญาตสำหรับ “บุคคลเดินทางเข้าไทย

หากเป็นการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยบุคคลทั่วไป เมื่อเดินทางเข้าไทย (ไม่ใช่นำเข้าโดยพาณิชย์) เช่น ซิก้า หรือ ยาสูบทั่วไป เงื่อนไขของ กรมศุลกากร (Customs Department) ระบุว่า

  • บุหรี่ ไม่เกิน 200 มวนบุหรี่ หรือ
  • ซิการ์ ไม่เกิน 250 กรัม หรือ
  • คละกันไม่เกิน 250 กรัม 

โดยถือว่าเป็นการ “ของใช้ส่วนบุคคล” กรมศุลกากรให้ยกเว้นอากร และ VAT แก่ของใช้ส่วนตัวที่นำติดตัวโดยผู้เดินทางเข้าไทย 

ดังนั้น ถ้ามีการนำติดตัว “เดินทางเข้าไทย” และนำซิการ์ มาไม่เกินขีดจำกัดดังกล่าว ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยกเว้นอากรและไม่ต้องขอใบอนุญาตจากสรรพสามิต (แต่ต้องเพื่อใช้งานส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อการค้า)

2. สำหรับการส่งซิการ์ทางไปรษณีย์ 
แม้ว่าจะเป็นการใช้ส่วนตัว ก็ถือเป็นการนำเข้าสินค้า 

โดยหลักทั่วไป ซิการ์ถือเป็นสินค้ายาสูบชนิดอื่นนอกเหนือจากบุหรี่ กฎหมายสรรพสามิตกำหนดให้นำเข้าซิการ์ทุกกรณีต้องยื่นขออนุญาตนำเข้า (ใบอนุญาตประเภท ย.ส.01-06 สำหรับยาสูบชนิดอื่น) จากกรมสรรพสามิต แม้จะเป็นของใช้ส่วนตัวหรือของใช้ทดลองก็ตาม และต้องเสียภาษีสรรพสามิตตามอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งเสียอากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 79/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร

แต่ก็มีข้อผ่อนผันที่ไม่ต้องขออนุญาต หากเข้าเงื่อนไข ตามข้อ 3.1 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดจำนวนสุรา ใบยา ยาอัด ยาสูบ หรือไพ่ และกำหนดด่านศุลกากรสำหรับผ่อนผันให้ผู้นำสุราหรือไพ่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือให้ผู้นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้า โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาต (ฉบับที่ 2)

"ข้อ 3 ผ่อนผันให้ผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาสูบยกเว้นบุหรี่ซิกาแรตหรือสุราในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตนำยาสูบหรือสุราเข้ามาในราชอาณาจักร
         3.1 กรณียาสูบยกเว้นบุหรี่ซิกาแรต
                 (1) 
กรณีนำยาสูบยกเว้นบุหรี่ซิกาแรตไม่เกิน 2 กิโลกรัมเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้า ทางสำนักงานศุลกากรทุกแห่งในเขตกรุงเทพมหานคร


คือ

  1. ต้องเป็นการนำเข้าซิการ์ ไม่เกิน 2 กิโลกรัม เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือไม่ใช่เพื่อการค้า และ
  2. ที่อยู่ในการจัดส่งและนำเข้าจะต้องอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เท่านั้น หากที่อยู่ในการจัดส่งสินค้าของผู้นำเข้าไปอยู่จังหวัดอื่น เช่น ส่งไปที่อยู่ในจังหวัดชลบุรี สินค้านี้จะต้องถูกเปิดตรวจที่ศุลกากรแหลมฉบัง ซิการ์นี้จะไม่ได้รับการผ่อนผันเรื่องใบอนุญาตนำเข้า ผู้นำเข้าจะต้องแสดงใบอนุญาตขออนุญาตนำเข้า (ใบอนุญาตประเภท ย.ส.01-06 สำหรับยาสูบชนิดอื่น) ให้แก่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เพื่อตรวจสอบพร้อมชำระภาษี ถึงจะสามารถนำสินค้ากลับไปได้

3. แต่ถ้าเป็น “การสั่งซื้อนำเข้าโดยไปรษณีย์ / จากต่างประเทศ”ในลักษณะการพานิชย์

กรณีนี้จะอยู่ภายใต้กฎหมายของ กรมสรรพสามิต (Excise Department) และกรมศุลกากร 

  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบ เช่น ซิก้า หรือบุหรี่ “นำเข้าเพื่อการจำหน่าย” หรือในลักษณะพาณิชย์ ต้องได้รับ ใบอนุญาตนำเข้า (ใบอนุญาตประเภท ย.ส.01-06 สำหรับยาสูบชนิดอื่น) จากกรมสรรพสามิต ตาม พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 จะไม่มีการผ่อนผันเรื่องใบอนุญาตนำเข้าแต่อย่างใด

สรุปตามคำถาม

ถามว่า “สามารถนำเข้าซิก้า (cigar) ทางไปรษณีย์ได้หรือไม่” และ “ถ้านำเข้าได้ … ไม่เกินเท่าไหร่ที่ไม่ต้องขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต”

  • ถ้าเป็น การนำเข้าด้วยตนเองเมื่อเดินทางเข้าไทย (จากต่างประเทศ) และเป็นจำนวนไม่มาก เป็นของใช้ส่วนบุคคล : ได้ตามข้อจำกัดข้างต้น (200 มวน หรือ 250 กรัม) โดยไม่ต้องใบขออนุญาต
  • แต่ถ้าเป็นการ ส่งทางไปรษณีย์ / สั่งจากต่างประเทศผ่านพัสดุ ถือว่าเป็นการ“นำเข้า” ในความหมายของการขนส่งสินค้าเข้าประเทศ ซึ่งต้องได้รับอนุญาต (มีใบอนุญาต) จากกรมสรรพสามิต เพราะเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ยาสูบ เว้นแต่ จะเข้าเงื่อนไขตามข้อ 3.1 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดจำนวนสุรา ใบยา ยาอัด ยาสูบ หรือไพ่ และกำหนดด่านศุลกากรสำหรับผ่อนผันให้ผู้นำสุราหรือไพ่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือให้ผู้นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้า โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาต (ฉบับที่ 2) ก็จะได้รับการผ่อนผันเรื่องใบอนุญาต

ภาษีและอากรที่ต้องชำระ

สินค้านำเข้าซิการ์ต้องเสียภาษีหลายประเภท ได้แก่

  • อากรขาเข้า (Customs Duty) : 
     คิดตามพิกัดอัตราศุลกากรสินค้า (ภาษีนำเข้าตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร) ซึ่งอาจมีอัตราต่างกันไปตามประเภทยาสูบ แต่โดยทั่วไปจัดเป็นสินค้าพิกัด “ยาสูบ” (Chapter 24)
  • ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) : 
     ซิการ์ถือเป็นสินค้ายาสูบชนิดอื่นนอกเหนือจากบุหรี่ กฎหมายสรรพสามิตกำหนดให้นำเข้าซิการ์ทุกกรณีต้องยื่นขออนุญาตนำเข้า (ใบอนุญาตประเภท ย.ส.01-06 สำหรับยาสูบชนิดอื่น) จากกรมสรรพสามิต แม้จะเป็นของใช้ส่วนตัวหรือของใช้ทดลองก็ตาม และต้องเสียภาษีสรรพสามิตตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตของยาสูบประเภทต่างๆ สูงกว่า 50% ของราคาขายปลีก)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) : 
     ตั้งแต่ล่าสุดตั้งแต่ 18 ก.พ. 2568 สินค้าส่งทางไปรษณีย์ทุกชิ้น โดยรวมถึงสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท จะต้องเสีย VAT 7% เหมือนสินค้าปกติ (เดิมเคยยกเว้นสำหรับค่าบริการน้อยกว่า 1,500 บาท)

หลังผ่านด่านศุลกากรแล้ว หากพัสดุนำเข้าอยู่ในช่วงที่กรมศุลกากรกำหนด (มักไม่เกิน 40,000 บาท) ไปรษณีย์ไทยจะเป็นผู้ออกใบแจ้งการชำระภาษีให้ผู้รับ ผู้รับสามารถชำระภาษีได้ผ่านช่องทางต่างๆ ที่ไปรษณีย์กำหนด (ออนไลน์หรือที่ทำการ) แล้วจึงรับสินค้าต่อไป

ขั้นตอนการนำเข้าทางไปรษณีย์

  1. จัดส่งสินค้าจากต่างประเทศ : แนบ Invoice, ราคา, จำนวน ฯลฯ บนเอกสารส่งสินค้า
  2. พิธีการศุลกากร : เมื่อสินค้ามาถึงไทย ตู้สินค้าทางไปรษณีย์จะถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หากถือเป็นสินค้าต้องสำแดง เจ้าหน้าที่จะประเมินราคาและคำนวณภาษี (อากรขาเข้า, สรรพสามิต, VAT)
  3. รับแจ้งชำระภาษี : สำหรับพัสดุที่ผ่านด่านและประเมินภาษีเรียบร้อย (มูลค่าไม่เกิน 40,000 บาท) ไปรษณีย์ไทยจะแจ้งให้ผู้รับทราบอัตราภาษีที่จะต้องชำระ และออกใบแจ้งการชำระภาษี 
  4. ชำระภาษีและรับสินค้า : ผู้รับสามารถชำระภาษีได้ทั้งช่องทางออนไลน์และที่ทำการไปรษณีย์ (ปัจจุบันมี QR Code ให้สแกนจ่ายผ่านธนาคารได้สะดวก) หลังชำระเรียบร้อย ไปรษณีย์จะส่งสินค้าต่อไปยังที่อยู่ผู้รับ
  5. การขอใบอนุญาต (ถ้ามี) : หากปริมาณหรือประเภทสินค้าจำเป็นต้องขออนุญาตนำเข้าจากกรมสรรพสามิต เช่น การสั่งซื้อจำนวนมากเกินระดับส่วนตัวหรือเพื่อจำหน่าย  ผู้ส่ง/ผู้รับต้องติดต่อกรมสรรพสามิต ยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบตามข้อกำหนด (แบบ ย.ส.01-06 ฯลฯ) และรออนุมัติก่อนส่งสินค้าหรือรับสินค้าเข้าประเทศ

สรุปแนวทางการนำเข้า “ซิการ์ (Cigar)” เข้ามาในประเทศไทย


ประเภทการนำเข้า

ปริมาณที่อนุญาต/ผ่อนผัน

ต้องขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิตหรือไม่

ต้องเสียภาษีหรือไม่

หมายเหตุเพิ่มเติม

1. ผู้เดินทางนำติดตัวเข้ามาในไทย

ซิการ์ไม่เกิน 250 กรัม หรือรวมกับบุหรี่ไม่เกิน 250 กรัม

ไม่ต้องขอใบอนุญาต

ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า / VAT (ของใช้ส่วนตัว)

ต้องใช้เพื่อการส่วนตัวเท่านั้น ห้ามจำหน่าย

2. นำเข้าทางไปรษณีย์จากต่างประเทศ (ใช้ส่วนตัว/ตัวอย่างสินค้า)

ซิการ์ (ยาสูบชนิดอื่น) ไม่เกิน 2 กิโลกรัม

ไม่ต้องขอใบอนุญาต ถ้าเข้าเงื่อนไข

- เป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้า 

- ต้องจัดส่งผ่าน ศุลกากรเขตกรุงเทพฯ

ต้องเสียภาษีอากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต + VAT 7%

ได้รับผ่อนผันตาม ประกาศกรมสรรพสามิต ฉบับที่ 2

3. นำเข้าทางไปรษณีย์เกิน 2 กิโลกรัม หรือจัดส่งไปต่างจังหวัด

เกิน 2 กิโลกรัม

ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า (แบบ ย.ส.01–06) จากกรมสรรพสามิต

ต้องเสียภาษีอากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต + VAT 7%

ไม่เข้าข่ายผ่อนผัน ต้องผ่านขั้นตอนศุลกากรปกติ

4. นำเข้าเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์

ไม่จำกัดมวนหรือน้ำหนัก

ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า (แบบ ย.ส.01–06)

ต้องเสียภาษีอากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต + VAT 7%

ถือเป็นการนำเข้าเพื่อการค้า ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560


เพิ่มเติม
ความแตกต่างของบุหรี่ซิการ์ และ บุหรี่ซิกาแรต (เพื่อพิจารณาเรื่องการผ่อนผันใบอนุญาต)

บุหรี่ซิการ์และบุหรี่ซิกาแรตต่างกันที่ลักษณะภายนอกและวิธีการสูบโดยซิการ์ทำจากใบยาสูบล้วน มักมีขนาดใหญ่และมีรสชาติเฉพาะตัว ส่วนบุหรี่ซิกาแรตทำจากยาสูบผสม มวนด้วยกระดาษและสูดควันเข้าปอด


คุณสมบัติ

บุหรี่ซิการ์

บุหรี่ซิกาแรต

ส่วนประกอบหลัก

ใบยาสูบคุณภาพดีที่ผ่านการหมักและม้วนอย่างประณีต

ยาสูบที่ผสมกับสารปรุงแต่งหลายชนิด

การห่อหุ้ม

ใบยาสูบธรรมชาติ

กระดาษ

ขนาดและเวลาสูบ

มีหลายขนาด บางขนาดใหญ่สามารถใช้เวลาสูบได้นาน 1-2 ชั่วโมง

มีขนาดเล็กกว่าและสูบได้รวดเร็วกว่า

วิธีการสูบ

อมควันไว้ในปากเพื่อรับรสชาติและกลิ่น แล้วจึงพ่นออกมา ไม่สูดเข้าไปในปอด

สูดควันเข้าปอดโดยตรง

รสชาติ

หลากหลาย มีตั้งแต่รสหวานหอมถั่วไปจนถึงเผ็ดร้อนและกลิ่นดิน ขึ้นอยู่กับชนิดและวิธีการหมัก

มักมีรสชาติที่ปรุงแต่งมาเพื่อให้สูบได้ง่าย

ผลกระทบต่อสุขภาพ

ยังคงมีนิโคตินและสารเคมีอันตรายในระดับสูงจากการหมักใบยาสูบ

มีนิโคตินและสารเคมีอันตรายในระดับสูงเช่นกัน

รูปภาพ

 


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: จาก Google

ข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้อง


ประกาศกรมสรรพสามิต
เรื่องกำหนดจำนวนสุราใบยายาอัดยาสูบหรือไพ่และกำหนดด่านศุลกากรสำหรับผ่อนผันให้ผู้นำ
สุราหรือไพ่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือให้ผู้นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
ซึ่งใบยายาอัดหรือยาสูบเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าโดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาต
 (ฉบับที่ 2)



                     เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้นำสุราและยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าโดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตอาศัยอำนาจตามความใน
มาตรา 154วรรคสามและมาตรา 166วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตพ.ศ. 2560 อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงออกประกาศเพิ่มเติมไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในข้อ 3 ของประกาศกรมสรรพสามิตเรื่องกำหนดจำนวนสุราใบยายาอัดยาสูบหรือไพ่และกำหนดด่านศุลกากรสำหรับผ่อนผันให้ผู้นำสุราหรือไพ่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือให้ผู้นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งใบยายาอัดหรือยาสูบเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าโดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตลงวันที่ 27 กันยายนพ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                     "ข้อ 3 ผ่อนผันให้ผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาสูบ
ยกเว้นบุหรี่ซิกาแรตหรือสุราในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตนำยาสูบหรือสุราเข้ามาในราชอาณาจักร
                              3.1 กรณียาสูบยกเว้นบุหรี่ซิกาแรต
                                    (1) 
กรณีนำยาสูบยกเว้นบุหรี่ซิกาแรตไม่เกิน 2 กิโลกรัมเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้า ทางสำนักงานศุลกากรทุกแห่งในเขตกรุงเทพมหานคร
(2) กรณีนำยาสูบยกเว้นบุหรี่ซิกาแรตไม่เกิน 2 กิโลกรัมติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าทางด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ตด่านศุลกากรท่าอากาศยานหาดใหญ่ด่านศุลกากรสะเดาด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลกหรือสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
3.2 กรณีสุรา
(1) กรณีนำสุราจำนวนไม่เกิน 10 ลิตรเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าทางสำนักงานศุลกากรทุกแห่งในเขตกรุงเทพมหานครด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ตด่านศุลกากรท่าอากาศยานหาดใหญ่หรือสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
                                    (2) กรณีนำสุราจำนวนไม่เกิน 10 ลิตรติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าทางสำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมืองด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ตด่านศุลกากรท่าอากาศยานหาดใหญ่ด่านศุลกากรสะเดาด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ด่านศุลกากรสุไหโก-ลก  หรือสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ"

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป


ประกาศณวันที่ 6 มิถุนายนพ.ศ.2562
(นายพชรอนันตศิลป์)
 อธิบดีกรมสรรพสามิต



คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 85/2542

เรื่อง      การคำนวณฐานภาษีสำหรับการนำเข้าและการขายยาสูบตามประเภทและชนิดที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีตามมาตรา 79/5 แห่งประมวลรัษฎากร และการจัดทำใบกำกับภาษี กรณีการขายยาสูบตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร

---------------------------------------------

                เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนำผู้ประกอบการจดทะเบียน กรณีการคำนวณฐานภาษีสำหรับการนำเข้าและการขายยาสูบตามประเภทและชนิดที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ตามมาตรา 79/5 แห่งประมวลรัษฎากรและการจัดทำใบกำกับภาษีกรณีการขายยาสูบ ตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากรกรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

                ข้อ 1 การนำเข้ายาสูบจากต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ไม่ว่าจะนำเข้าโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือบุคคลอื่น ต้องคำนวณฐานภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ มูลค่าของยาสูบนำเข้าโดยให้ใช้ราคา ซี.ไอ.เอฟ. บวกด้วย อากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา 77/1(19) ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

                        กรณีการนำเข้าตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้นำเข้าได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายอื่น ให้นำอากรขาเข้าซึ่งได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนดังกล่าว มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีด้วย

                        คำว่า  กฎหมายอื่น  ตามวรรคสอง หมายความถึงกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร

                ข้อ 2 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ขายยาสูบที่นำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่นำเข้ายาสูบเอง หรือซื้อจากผู้นำเข้า หรือผู้ขายทุกทอด จะต้องคำนวณฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังต่อไปนี้

                        (1) กรณียาสูบที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นบุหรี่ซิกาแรตที่กรมสรรพสามิตได้กำหนดราคายาสูบไว้ตามความในมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ให้คำนวณมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตโดยการหักจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากจำนวนเต็มของราคาขายปลีกของบุหรี่ซิกาแรต ซึ่งจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มให้คำนวณตามอัตราภาษีมูลค่า-เพิ่มที่รวมอยู่ในจำนวนเต็มของราคาขายปลีก ตามมาตรา 79/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร

                              กรณียาสูบตามวรรคหนึ่ง เป็นบุหรี่ซิกาแรตที่กรมสรรพสามิตได้กำหนดราคายาสูบสำหรับการขายในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครและในจังหวัดอื่นนอกจากเขตกรุงเทพมหานครแตกต่างกัน ให้คำนวณมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายบุหรี่ซิกาแรต ตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

                              ตัวอย่าง ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตในกรุงเทพมหานครซองละ 43.00 บาท อัตราภาษีร้อยละ 7.0 เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 2.81 บาท (43 x7)107 และเป็นมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 40.19 บาท (43.00 - 2.81)

                              ตัวอย่าง ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครซองละ 44.00 บาท อัตราภาษีร้อยละ 7.0 เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 2.88 บาท(44 x7) และเป็นมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 41.12 บาท (44.00 - 2.88)

                        (2) กรณียาสูบที่นำเข้าจากต่างประเทศนอกจาก (1) ให้คำนวณมูลค่าของยาสูบตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับหรือพึงได้รับจากการขายยาสูบ รวมทั้งภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา 77/1(19) ถ้ามี ด้วย

                ข้อ 3 ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 2 จะต้องจัดทำใบกำกับภาษีดังต่อไปนี้

                        (1) กรณียาสูบที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นบุหรี่ซิกาแรตที่กรมสรรพสามิตได้กำหนดราคายาสูบไว้ตามความในมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร

                              ใบกำกับภาษีตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                              (ก) คำว่า     ใบกำกับภาษี     ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

                              (ข) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2 แห่งประมวลรัษฎากรให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย

                              (ค) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้า

                              (ง) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามี

                              (จ) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า ซึ่งระบุเป็นภาษาอังกฤษได้

                              (ฉ) ราคาขายปลีกหักด้วยจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งคำนวณตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจำนวนเต็มของราคาขายปลีก

                              (ช) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าตาม (ฉ) โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าตาม (ฉ) ให้ชัดแจ้ง

                              (ซ) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

                        (2) กรณียาสูบที่นำเข้าจากต่างประเทศนอกจาก (1) ผู้ประกอบ-การจดทะเบียนต้องจัดทำใบกำกับภาษีที่มีรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

                              ใบกำกับภาษีตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                              (ก) คำว่า     ใบกำกับภาษี     ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

                              (ข) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบ-การจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2 แห่งประมวลรัษฎากรให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย

                              (ค) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้า

                              (ง) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามี

                              (จ) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า ซึ่งระบุเป็นภาษาอังกฤษได้

                              (ฉ) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้า โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าให้ชัดแจ้ง

                              (ช) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

                              ผู้ประกอบการจดทะเบียนตาม (1) และ (2) ต้องเก็บสำเนาใบกำกับภาษีเพื่อเป็นหลักฐานการลงรายงานภาษีขาย

                ข้อ 4 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 2 ขายยาสูบในลักษณะขายปลีก คือ เป็นการขายสินค้าที่ผู้ขายทราบโดยชัดแจ้งว่าเป็นการขายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง และได้ขายในปริมาณซึ่งตามปกติวิสัยของผู้บริโภคนั้นจะนำสินค้าไปบริโภคโดยมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อไป ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

                        (1) กรณียาสูบที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นบุหรี่ซิกาแรตที่กรมสรรพสามิตได้กำหนดราคายาสูบไว้ตามความในมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำใบกำกับภาษีที่มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                              (ก) คำว่า     ใบกำกับภาษีอย่างย่อ     ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

                              (ข) ชื่อ หรือชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี

                              (ค) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามี

                              (ง) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า ซึ่งระบุเป็นภาษาอังกฤษได้

                              (จ) ราคาขายปลีกหักด้วยจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งคำนวณตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจำนวนเต็มของราคาขายปลีก

                              (ฉ) ราคาสินค้า โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว

                              กรณีราคาสินค้าซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้วตาม (ฉ) มีจำนวนน้อยกว่ามูลค่าหรือราคาของสินค้าที่คำนวณตาม (จ) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องรับผิดเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่คำนวณตาม (จ)

                              (ช) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

                        (2) กรณียาสูบที่นำเข้าจากต่างประเทศนอกจาก (1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำใบกำกับภาษีที่มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                              (ก) คำว่า     ใบกำกับภาษีอย่างย่อ     ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

                              (ข) ชื่อ หรือชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี

                              (ค) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามี

                              (ง) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า ซึ่งระบุเป็นภาษาอังกฤษได้

                              (จ) ราคาสินค้า โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว

                              (ฉ) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

                              ผู้ประกอบการจดทะเบียนตาม (1) และ (2) ต้องเก็บสำเนาใบกำกับภาษีเพื่อเป็นหลักฐานการลงรายงานภาษีขาย

                ข้อ 5 ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 1 และข้อ 2 เมื่อมีการนำเข้ายาสูบ หรือซื้อและขายยาสูบ จะต้องลงรายการมูลค่าของสินค้าและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มในรายงานภาษีขายตามมาตรา 87(1) และรายงานภาษีซื้อตามมาตรา 87(2) แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

                        (1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 1 ซึ่งนำเข้ายาสูบ จะต้องลงรายการมูลค่าของยาสูบและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มในรายงานภาษีซื้อ ตามหลักฐานใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากร

                        (2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 2 ซึ่งขายยาสูบ โดยจัดทำใบกำกับภาษีตามข้อ 3 และข้อ 4 จะต้องลงรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อ ดังต่อไปนี้

                              (ก) การขายยาสูบตามข้อ 2(1) ให้ลงรายการมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตโดยการหักจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากจำนวนเต็มของราคาขายปลีกของบุหรี่ซิกาแรต และลงรายการจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจำนวนเต็มของราคาขายปลีก

                              ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ซื้อยาสูบตามข้อ 2(1) ลงรายการมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรต และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในรายงานภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

                              ตัวอย่าง ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตซองละ 43.00 บาท แต่ราคาขายจริง 41.00 บาท อัตราภาษีร้อยละ 7.0 ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องคำนวณ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากราคา 43.00 บาท เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 2.81 บาท (43 x7) และเป็นมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 40.19 บาท (43.00 - 2.81) ให้ลงรายการมูลค่าสินค้าจำนวน 40.19 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 2.81 บาท

                              (ข) การขายยาสูบตามข้อ 2(2) ให้ลงรายการมูลค่าของยาสูบตามจำนวนที่ได้รับจริงจากการขายยาสูบ และลงรายการจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของยาสูบที่ได้รับจริง

                              ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ซื้อยาสูบตามข้อ 2(2) ลงรายการมูลค่าของยาสูบ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในรายงานภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

                ข้อ 6 กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนผลิตบุหรี่ซิกาแรตขาย ต้องคำนวณมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตโดยการหักจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากจำนวนเต็มของราคาขายปลีกของบุหรี่ซิกาแรต ซึ่งจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้คำนวณตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจำนวนเต็มของราคาขายปลีกตามมาตรา 79/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร

                        กรณีกรมสรรพสามิตได้กำหนดราคาขายบุหรี่ซิกาแรต สำหรับการขายในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครและในจังหวัดอื่นนอกจากเขตกรุงเทพมหานครแตกต่างกัน ให้คำนวณมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายบุหรี่ซิกาแรต ตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

                        ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดทำใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีรายการอย่างน้อยตามข้อ 3(1)

                        ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ขายบุหรี่ซิกาแรตในลักษณะขายปลีกโดยตรงเช่นเดียวกับการขายสินค้าตามข้อ 4 ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวมีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีรายการอย่างน้อยตามข้อ 4(1)

                        ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง จะต้องลงรายงานภาษีขายตามมาตรา 87(1) แห่งประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 5(2)(ก)

                        ตัวอย่าง ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตซองละ 32 บาท อัตราภาษีร้อยละ 7.0 เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 2.09 บาท (32 x7) และเป็นมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 29.91 บาท ให้ลงรายการมูลค่าสินค้าจำนวน 29.91 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 2.09 บาท

                        ตัวอย่าง ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครซองละ 33.00 บาท อัตราภาษีร้อยละ 7.0 เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 2.16 บาท (33 x7) และเป็นมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 30.84 บาท (33.00 - 2.16) ให้ลงรายการมูลค่าสินค้าจำนวน 30.84 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 2.16 บาท

                ข้อ 7   ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ซื้อบุหรี่ซิกาแรตและได้รับใบกำกับภาษีจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาลตามข้อ 6 เมื่อขายบุหรี่ซิกาแรตไป ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(น) แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีและไม่มีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้า

                        ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ไม่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีที่ได้รับจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาลตามข้อ 6 จึงไม่ต้องนำใบกำกับภาษีดังกล่าว ไปลงรายงานภาษีซื้อตามมาตรา 87(2) แห่งประมวลรัษฎากร

                ข้อ 8 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือตอบข้อหารือหรือทางปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ ให้เป็นอันยกเลิก


สั่ง ณ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2542


ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ

อธิบดีกรมสรรพากร



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

สั่งของจากต่างประเทศและขนส่งมาทางไปรษณีย์

แหล่งที่มา

Q&A อ.ศุทธิกานต์ กริชไกรวรรณ

วันที่


ประเภทภาษี


ข้อกฎหมาย


คำถาม

ถ้าต้องการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศโดยขนส่งมาทางไปรษณีย์จะต้องเสียภาษีหรือไม่ อย่างไร

คำตอบ

หลักการด้านศุลกากร คือ ของทุกอย่างที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เป็นของต้องเสียอากรขาเข้า เว้นแต่เป็นของที่มีกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ภาค 4 ให้ยกเว้นอากรขาเข้า และของนั้นก็จะได้สิทธิยกเว้นภาษีสรรพสามิต และภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย เช่น ของที่มีมูลค่ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยไม่เกิน 1,500 บาท หรือเป็นตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่าง เช่น ผ้าขนาดที่ตัดมาเพื่อให้ดูลายพิมพ์หรือสี

วิธีการ คือ เจ้าพนักงานไปรษณีย์และเจ้าหน้าที่ศุลกากร จะคัดแยกของที่มาทางไปรษณีย์  ดังนี้

    1. ของที่มีกฎหมายกำหนดให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามภาค 4 : ของที่มีมูลค่ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยไม่เกิน 1,500 บาท หรือเป็นตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่าง เช่น ผ้าขนาดที่ตัดมาเพื่อให้ดูลายพิมพ์ หรือสีและเป็นของที่ไม่ต้องขออนุญาตนำเข้า พนักงานไปรษณีย์จะนำไปส่งให้ผู้รับตามที่อยู่หน้าพัสดุ

    2. ของที่มีราคาของไม่เกิน 40,000 บาท และไม่เป็นของต้องห้ามการนำเข้าหรือต้องขออนุญาตนำเข้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะเปิดดูของต่อพนักงานไปรษณีย์เพื่อประเมินราคาของและคำนวณอากรขาเข้าและภาษีอื่นๆ และมอบให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ออกใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศสำหรับของจะไปรอผู้รับที่ที่ทำการไปรษณีย์ เมื่อชำระอากรขาเข้าและค่าภาษีอื่นๆ พร้อมทั้งชำระค่าดำเนินการของไปรษณีย์ ผู้รับก็สามารถรับของไปได้

    3. ของอื่นๆ นอกจาก 1 และ 2 เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะนำส่งในคลังของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด สำหรับผู้รับที่อยู่ในกรุงเทพ ส่วนของที่ผู้รับอยู่ต่างจังหวัดจะนำของไปส่งที่ด่านศุลกากรที่ใกล้กับที่อยู่ของผู้รับ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด จะแจ้งให้ผู้รับไปรับ ณ สถานที่ที่เก็บของเพื่อดำเนินการ ซึ่งเมื่อเปิดตรวจของแล้วพบว่าเป็นของใน ข้อ 2 ผู้รับสามารถชำระภาษีอากรและรับของไปได้ แต่หากไม่เป็นของในข้อ 2 ผู้รับต้องทำใบขนสินค้าขาเข้าในระบบพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์

    กรณีนี้นอกจากค่าอากรขาเข้าและภาษีอื่นๆ ผู้รับยังต้องชำระค่าเก็บรักษา หากเก็บรักษาโดยบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ก็ชำระกับบริษัทฯ ตามอัตราของบริษัทฯ หากเก็บโดยด่านศุลกากร จะเก็บค่ารักษาตามอัตราที่กรมศุลกากรกำหนด (มารับภายใน 1 สัปดาห์ นับจากวันรุ่งขึ้นที่ของมาถึงด่าน ไม่มีค่าเก็บรักษา หากมารับไม่เกิน 5 สัปดาห์ จะนับจากวันรุ่งขึ้นที่เก็บรักษาจนถึงวันที่มาชำระ ค่าเก็บรักษาขึ้นกับน้ำหนักของของ แต่หากเกิน 5 สัปดาห์ ค่าเก็บรักษาจะเป็น 2 เท่า)

อย่างไรก็ดี

    1. กรณีผู้รับเป็นผู้ประกอบการนิติบุคคล ประสงค์จะขอรับใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรเพื่อใช้ในการลงบัญชี แม้ว่าของจะเป็นของตามข้อ 2 ก็สามารถขอใช้วิธีการทำใบขนสินค้าในระบบพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์

    2. ของในข้อ 2 ผู้รับสามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปรับแทนได้ โดยทำมอบอำนาจในใบแจ้งฯ


เรื่องศุลกากร ไว้ใจเรา Tax-EZ ศุลกากร.!!

สนใจใช้บริการติดต่อ : คุณอัญจนา สมแสง  

บริษัท เอเซีย อัลลิแอนซ์ พาร์ทเนอร์จำกัด

TEL : 02-261-8182  E-mail : unjana@aapth.com

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ