ข้อหารือ กรมสรรพากร

ขอหารือกรณีอายุความการออกหมายเรียก


เรื่อง ขอหารือกรณีอายุความการออกหมายเรียก
แหล่งที่มา ข้อหารือ กรมสรรพากร
วันที่ 30/08/1999
เลขที่หนังสือ กค 0811/09008
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ข้อกฎหมาย มาตรา 54, มาตรา 114 (2) (ข), มาตรา 193/31 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข้อหารือ

     นาย ก. กับพวก กรณีทำนิติกรรมขายที่ดินให้กับบริษัท A จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดสำโรง (ลานตากฟ้า) อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2533 ในราคา 8,550,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าที่ได้ซื้อขายกันจริง นาย ก. มีเงินได้จากการขายที่ดินจำนวน 71,875,156.08 บาท แต่นาย ก. แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐมว่า มีการซื้อขายที่ดินเพียง 8,550,000 บาท ทำให้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนำส่งไว้ขาดไป และนาย ก. มิได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90 สำหรับปี 2533 โดยมีเหตุว่าไม่มีเงินได้ประเภทอื่น และเนื่องจากเงินได้ของนาย ก. เป็นเงินได้จากการขาย อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ตามมาตรา 48 (4) ให้สิทธิผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่น เพื่อความเป็นธรรมจึงคำนวณเป็นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ดังนั้น นาย ก. จึงถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ขาดไป (ตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินลงวันที่ 16 ตุลาคม 2533 ระหว่างนาย ก.และพวก "ผู้จะขาย" กับ บริษัท A จำกัด "ผู้จะซื้อ" ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันว่าสำหรับค่าธรรมเนียมค่าภาษีในการโอนกรรมสิทธิทางทะเบียนผู้จะขายเป็นผู้ชำระทั้งหมด) จากผลการตรวจสอบปรากฏว่านาย ก. ต้องรับผิดชำระภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินเพิ่ม รวมเป็นเงินภาษีทั้งสิ้น 26,278,455.84 บาท และการขายอสังหาริมทรัพย์ผู้ขายต้องออกใบรับ ตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร และตามลักษณะแห่งตราสารข้อ 28 (ข) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ทำให้นาย ก. ต้องรับผิดชำระอากรแสตมป์และเงินเพิ่มอากรรวมเป็นเงิน 2,403,632 บาท รวมเป็นเงินภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติมทั้งสิ้น 28,682,087.84 บาท

     จึงขอหารือว่า กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่นาย ก. ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และเรียกเก็บค่าอากรแสตมป์ขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2533 และนาย ก. มิได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90 และ 91 ไว้เนื่องจากไม่มีเงินได้ประเภทอื่น ดังนั้น

     1. กรณีมีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องชำระเพิ่มเติม จะถือว่านาย ก. ยื่นรายการ และชำระภาษีไว้ไม่ครบถ้วน ซึ่งมีอายุความการออกหมายเรียกตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากตามมาตรา 48 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ให้สิทธิเลือกที่จะคำนวณภาษี โดยไม่ต้องนำเงินได้จากการขายที่ดินโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไรไปรวมกับเงินได้อื่น หรือจะถือว่าเป็นกรณีที่ นาย ก. มิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีอายุความการออกหมายเรียกตามมาตรา 23 แห่งประมวลรัษฎากร

     2. ตามที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม ได้หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (5) (ข) ของนาย ก. ไว้ไม่ครบถ้วน จังหวัดฯ มีอำนาจที่จะสั่งให้ นาย ก. นำส่งเงินได้บุคคลธรรมดาส่วนที่ขาดเพิ่มเติมได้หรือไม่

แนววินิจฉัย

     กรณีเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้รับชำระภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และหรือค่าอากรแสตมป์ไว้ไม่ครบถ้วนถูกต้องให้ดำเนินการ ดังนี้

     1. ให้เจ้าพนักงานประเมินเรียกเก็บภาษีดังกล่าวจากผู้จ่ายเงิน เนื่องจากผู้จ่ายเงินต้องรับผิดตามมาตรา 54 แห่งประมวลรัษฎากร

     2. ส่วนอากรแสตมป์ เจ้าหน้าที่อากรแสตมป์จะต้องประเมินเรียกเก็บอากรแสตมป์เพิ่มเติมจากผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่ออกใบรับ ตามมาตรา 114 (2) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร

     3. การดำเนินการตาม 1. และ 2. ให้ประเมินได้ภายใน 10 ปี ตามมาตรา 193/31 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 

เลขตู้ 62/28254
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ