Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

รายจ่ายรับนักศึกษาเข้ามาเรียน 2 ปี โดยร่วมมือกับสถาบันกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง


เรื่อง รายจ่ายรับนักศึกษาเข้ามาเรียน 2 ปี โดยร่วมมือกับสถาบันกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 28/06/2024 - วันที่ตอบ 19/07/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548
ปุจฉา
บริษัทฯ ที่ดิฉันทำงานอยู่เป็นบริษัทผลิตจิวเวลรี มีการรับนักศึกษาเข้ามาเรียน 2 ปี โดยการร่วมมือกับสถาบันกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง มีการทำข้อตกลงแบบทวิภาคี โดยบริษัทฯ จะต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเรียน เช่น ค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียน เช่น สมุด ดินสอ ค่าอุปกรณ์ช่าง ที่ต้องใช้ในการสอน ค่าหอพัก ค่าชุดนักเรียน และแบบฟอร์มของบริษัท ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ สามารถลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทฯ ได้ไหมคะ และขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่ ส่วนค่าเทอม ใบเสร็จจะลงเป็นชื่อนักศึกษา สามารถอ้างอิงกับข้อตกลงเพื่อลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ไหม หรือต้องลงเป็นบริจาคคะ รวมถึงค่าหอพัก ที่บริษัทฯ จัดหาให้ ทางผู้เช่าไม่ยอมให้เราหักณ ที่จ่าย ดังนั้นบริษัทฯ จึงให้ใส่เป็นชื่อนักศึกษา และให้รวมอยู่ในเบี้ยเลี้ยงที่บริษัทฯ จ่ายให้นักศึกษา ค่าเบี้ยเลี้ยงบริษัทฯ ต้องยื่น ภ.ง.ด.1 ไหมคะ จากรายจ่ายต่าง ๆ ที่ยกมา ในทางภาษีถ้าต้องแยกค่าใช้จ่ายว่าแบบไหนเป็นการบริจาค แบบไหนเป็นค่าใช่ต้องพิจารณาอย่างไรคะ เครื่องมือช่างที่เป็นทรัพย์สิน ซึ่งต้องซื้อให้นักศึกษาใช้เรียนรู้ ต้องลงเป็นอะไรคะ สามารถลงเป็นรายจ่ายของนักศึกษาได้ไหม โดยไม่ต้องลงเป็นทรัพย์สิน คิดค่าเสื่อมราคา เพราะเราซื้อมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ 
    ขอความกรุณาอาจารย์ช่วยตอบเป็นวิทยาทานด้วยนะคะ นักศึกษาทั้งหมด 8 คน ต้องอยู่กับบริษัท 2 ปี จนจบหลักสูตรได้รับวุฒิการศึกษาของวิทยาลัย ในการทำข้อตกลง ไม่มีสัญญาว่าจบแล้วต้องทำงานกับบริษัท นักศึกษาสามารถไปทำงานที่อื่นได้
วิสัชนา
1. ตามมาตรา 4 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละร้อยของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ดังนี้   
    “มาตรา 4 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ดังต่อไปนี้
         (1) สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละร้อยของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นหรือที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
         (2) สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละร้อยของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด”

2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาศัยอำนาจตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ดังนี้ 
    “ข้อ 2 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงาน จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละร้อยของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมนั้น ต้องส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 
     ข้อ 3 สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่จะให้บริการการศึกษาหรือฝึกอบรมต้องเป็นสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง จากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560 หรือ สถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานเฉพาะที่มีฐานะเป็นมูลนิธิ สมาคม บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือนิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ 
(ความตามข้อ 3 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป)
     ข้อ 4 การให้บริการการศึกษาหรือฝึกอบรมต้องเป็นการศึกษาหรือฝึกอบรมในประเทศไทยเพื่อพัฒนาคุณภาพ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ฝีมือของลูกจ้างให้สูงขึ้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง
     ข้อ 5 หลักสูตรที่สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามข้อ 3 ใช้ในการ ให้บริการการศึกษาหรือฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องมีลักษณะ ดังนี้
          (1) กรณีสถานศึกษา 
               (ก) ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับการศึกษาในระดับที่ต่ำกว่าอุดมศึกษา หรือ 
               (ข) ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือ 
               (ค) ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการสำหรับโรงเรียนนอกระบบ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือ 
               (ง) ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560 หรือ 
               (จ) ต้องจัดการฝึกอบรมให้แก่สาธารณชนเป็นการทั่วไป (Public Training) หรือให้แก่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน ตามหลักสูตรที่สถานศึกษานั้น ๆ ได้จัดขึ้น 
               ทั้งนี้ ความใน (ข) ให้ใช้บังคับสำหรับหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป 
(ความตาม (1) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป) 
          (2) กรณีสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานต้องจัดการฝึกอบรมให้แก่สาธารณชนเป็นการทั่วไป (Public Training) หรือให้แก่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน หรือบริษัทหรือห้างหุ้นสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจเป็นเครือข่ายกัน เช่น ตัวแทนจำหน่ายสินค้า ศูนย์บริการซ่อมสินค้า เป็นต้น 
     ข้อ 6 ค่าใช้จ่ายที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่ายให้สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามข้อ 3 เพื่อส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรม ประกอบด้วย 
         (1) ค่าใช้จ่ายการศึกษาที่เป็นค่าเล่าเรียน ค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุง 
         (2) ค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมที่เป็นค่าธรรมเนียมเข้าอบรมหรือค่าลงทะเบียน 
         ค่าใช้จ่ายการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึง ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทางเพื่อเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการดูงานในประเทศหรือต่างประเทศตามที่กำหนดในหลักสูตร (ถ้ามี) ที่สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามข้อ 3 เรียกเก็บจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลด้วย 
     ข้อ 7 ค่าใช้จ่ายตามข้อ 6 ต้องมีใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามข้อ 3 ที่ออกให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายการฝึกอบรม เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น 
         กรณีใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่ายการศึกษาตามวรรคหนึ่งที่ได้ออกให้ลูกจ้างซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นส่งเข้ารับการศึกษา ก็ให้ใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นได้ด้วย 
     ข้อ 8 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายตามข้อ 6 โดยต้องมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ พร้อมแนบรายละเอียดและกำหนดการฝึกอบรมในหลักสูตรนั้นเก็บไว้ ณ สถานประกอบการเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นแสดงต่อเจ้าพนักงาน 
     ข้อ 9 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น หลังจากสำเร็จการศึกษาหรือผ่านการฝึกอบรมแล้ว” 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
1. กรณีบริษัทฯ ผลิตจิวเวลรี มีการรับนักศึกษาเข้ามาเรียน 2 ปี โดยการร่วมมือกับสถาบันกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง มีการทำข้อตกลงแบบทวิภาคี นักศึกษาจำนวสน 8 คน ต้องอยู่กับบริษัท 2 ปี จนจบหลักสูตรได้รับวุฒิการศึกษาของวิทยาลัย ในการทำข้อตกลง ไม่มีสัญญาว่าจบแล้วต้องทำงานกับบริษัท นักศึกษาสามารถไปทำงานที่อื่นได้ โดยบริษัทฯ จะต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเรียน เช่น ค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียน เช่น สมุด ดินสอ ค่าอุปกรณ์ช่าง ที่ต้องใช้ในการสอน ค่าหอพัก ค่าชุดนักเรียน และแบบฟอร์มของบริษัท นั้น 
    ค่าใช้จ่ายดังกล่าว สามารถลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทฯ และขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เพราะเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ โดยถือเป็นค่าฝึกอบรมตามมาตรา 4 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 ประกอบกับประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ดังกล่าวข้างต้น 

2. ในส่วนค่าเทอม ใบเสร็จจะลงเป็นชื่อนักศึกษา รวมถึงค่าหอพัก ที่บริษัทฯ จัดหาให้ ทางผู้เช่าไม่ยอมให้เราหัก ณ ที่จ่าย ดังนั้นบริษัทฯ จึงให้ใส่เป็นชื่อนักศึกษา และให้รวมอยู่ในเบี้ยเลี้ยงที่บริษัทฯ จ่ายให้นักศึกษา ค่าเบี้ยเลี้ยงบริษัทฯ ต้องยื่น ภ.ง.ด.1 ไหมคะจากรายจ่ายต่าง ๆ ที่ยกมา ในทางภาษีถ้าต้องแยกค่าใช้จ่ายว่าแบบไหนเป็นการบริจาค แบบไหนเป็นค่าใช่ต้องพิจารณาอย่างไรคะ เครื่องมือช่างที่เป็นทรัพย์สิน ซึ่งต้องซื้อให้นักศึกษาใช้เรียนรู้ ต้องลงเป็นอะไรคะ สามารถลงเป็นรายจ่ายของในการฝึกอบรมนักศึกษาตามข้อกฎหมายข้างต้น สามารถอ้างอิงกับข้อตกลงเพื่อลงเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ได้



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ