Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ลูกค้าในประเทศไทยจ้างซ่อมสินค้า และบริษัทฯ ส่งไปซ่อมที่ต่างประเทศ


เรื่อง ลูกค้าในประเทศไทยจ้างซ่อมสินค้า และบริษัทฯ ส่งไปซ่อมที่ต่างประเทศ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 31/08/2022 - วันที่ตอบ 24/10/2022
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 91/2541
ปุจฉา
ลูกค้าในประเทศส่งสินค้ามาให้บริษัทฯ เพื่อจ้างซ่อม แต่ออกใบสั่งซื้อเป็นซื้อสินค้า แต่เราซ่อมไม่ได้จึงส่งไปให้บริษัทแม่ที่ประเทศอังกฤษซ่อม ตอนส่งออก declare ต่อกรมศุลกากรว่า เป็น repair & return เมื่อบริษัทแม่ซ่อมเสร็จได้ส่งกลับมาให้บริษัทฯ โดยบริษัทแม่ออก inv. เก็บเงินบริษัทฯ เป็นค่าซ่อม บริษัทฯ ออก inv. ให้ลูกค้าในประเทศเป็นค่าซ่อม มี VAT 7% 
อยากถามอาจารย์ดังต่อไปนี้ค่ะ
     1. เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าซ่อมไปให้บริษัทแม่ที่ประเทศอังกฤษต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ยื่น ภ.ง.ด.54 และต้องคิด VAT 7% นำส่ง ภ.พ.36 หรือไม่ ถ้าไทย มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศอังกฤษ
     2. ถึงแม้ลูกค้าจะออกใบสั่งซื้อเป็นซื้อสินค้า แต่ทางบริษัทเราออก INVOICE เป็นค่าซ่อม และมีการติดอากรแสตมป์ที่สัญญาจ้างซ่อมไปให้ลูกค้าด้วย แต่เวลาบริษัทลูกค้าจ่ายเงินมาให้ บริษัทฯ เราไม่หักภาษี ณ.ที่จ่าย แบบนี้บริษัทลูกค้าจะมีความผิดหรือไม่คะ
วิสัชนา
กรณีตามข้อเท็จจริง
1. ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย - สหราชอาณาจักร ถือว่าค่าซ่อมแซมดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น "กำไรธุรกิจ" ตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย - สหราชอาณาจักร ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าซ่อมไปให้บริษัทแม่ที่ประเทศอังกฤษ จึงไม่ต้องตำนวณหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย - สหราชอาณาจักร
     กรณีการจ่ายค่าบริการซ่อมดังกล่าวให้แก่บริษัทแม่แห่งประเทศสหราชอาณาจักร เข้าลักษณะเป็นการชำระค่าบริการที่ได้ให้ในต่างปรเทศ และได้ใช้บริการนั้นในรชอาณาจักร บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบยื่น ภ.พ.36 เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร 

2. เกี่ยวกับการที่บริษัทลูกค้ามิได้คำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติ ไว้ตามข้อ 10 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 91/2541 ว่า หากบริษัทฯ ได้นำเงินได้พึงประเมินตามจำนวนที่ไม่ได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือตามจำนวนที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ไม่ครบจำนวนที่ถูกต้อง ไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีแล้ว ถือว่าบริษัทฯ ในฐานะผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ได้ชำระหนี้ภาษีแล้ว ดังนี้ 
     "ข้อ 10 กรณีผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามข้อ 1 ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง หรือได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้ว แต่ไม่ครบจำนวนที่ถูกต้องตามข้อ 2 ถึงข้อ 8 แต่ผู้มีเงินได้ได้นำเงินได้พึงประเมินตามจำนวนที่ไม่ได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือตามจำนวนที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ไม่ครบจำนวนที่ถูกต้อง ไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีแล้ว ถือว่าผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ได้ชำระหนี้ภาษีแล้ว ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินจึงหลุดพ้นจากหนี้ภาษี เฉพาะเงินภาษีที่ต้องชำระต่อกรมสรรพากร ตามมาตรา 54 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร แต่ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายยังคงต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
          การคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษี จนถึงวันที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีครบจำนวนที่ถูกต้อง แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้ไม่ให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง"



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ