Case study

ต้นทุนการทำเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง


เรื่อง ต้นทุนการทำเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 30/05/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทมีโปรเจคที่จะทำเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวค่ะ ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์มีดังต่อไปนี้

1. บริษัทได้จ้างบริษัท เพื่อเขียนเว็บไซต์ท่องเที่ยว

2. บริษัทได้จ้างทีมงาน เพื่อออกกองถ่ายทำ ตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลการท่องเที่ยว มาลงในพื้นที่เว็บไซต์

3. บริษัทได้จ้างทีมงานตัดต่อคลิปวีดีโอ ต่าง ๆ และ มีค่าเขียนบทความท่องเที่ยว และ จ้างบุคคลเพื่อรีวิว สถานที่ท่องเที่ยว

ดังนั้นจึงอยากสอบถามว่า ต้นทุนที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้เว็บไซต์สมบูรณ์แบบ และ พร้อมใช้งาน ต้นทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมด ถือเป็นต้นทุนเว็บไซต์ได้เลยมั้ยค่ะ

คำตอบ

ตอบ 


รายการที่ 1  >> ถือเป็นต้นทุนของเว็บไซต์ได้ค่ะ 


รายการที่ 2 และ รายการที่  3 ออกกองถ่ายทำ  และ ค่าจ้างตัดต่อคลิปวีดีโอ ต่างๆ ค่าเขียนบทความท่องเที่ยว ค่าจ้างบุคคลรีวิว สถานที่ท่องเที่ยว  >>  ถือเป็นค่าใช้จ่ายค่ะ เนื่องจาก  ขั้นตอนการเขียนเว็บไซต์ได้เสร็จสิ้นพร้อมใช้งานแล้วในรายการที่ 1  แต่การที่เพิ่มรายการที่ 2 และ 3 ไปนั้น เป็นเพียง เพื่อให้เว็ปสมบูรณ์แบบ น่าเชื่อถือเท่านั้นค่ะ 


หมายเหตุ  แต่ถ้าเป็นการเพิ่มเติมการใช้งานของ Website กรณีนี้ถึงจะสามารถ >> ถือเป็นต้นทุนของเว็บไซต์เพิ่มเติมได้ค่ะ


เรื่อง

บริษัทำสื่อคอนเทนต์ ทำคลิปลงใน Platform มีจ่ายค่าอาหารให้ไรเดอร์มากกว่าค่าสินค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 24/04/2024 - วันที่ตอบ 01/05/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

บริษัทฯ ทำธุรกิจค้าปลีก ขายสินค้าผ่านทาง E-commerce รวมถึง live สดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งทีมขายได้มีการทำสื่อคอนเทนต์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า โดยการทำคลิปลงใน platform ซึ่งเป็นการที่พนักงานสั่งของผ่าน delivery จำนวน 500 บาท แต่ให้ไรเดอร์ไปเลย 1,000 บาท ซึ่งของที่สั่งมาอาจจะให้ไรเดอร์หรือพนักงานไปเลยค่ะซึ่งเอกสารมีการระบุแค่บันทึกข้อความว่า มีการทำคลิปนี้ขึ้นมาจำนวนเท่าไร

อยากทราบว่า
 
สามารถทำให้เป็นค่าใช้จ่ายในทางภาษีได้ไหมคะ หรือต้องมีเอกสารหรือทำอะไรเพิ่มเติมที่สามารถทำให้ใช้ค่าใช้จ่ายในทางภาษีได้บ้างค่ะ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจค้าปลีก ขายสินค้าผ่านทาง E-commerce รวมถึงการ live สดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งทีมขายได้มีการทำสื่อคอนเทนต์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า โดยการทำคลิปลงใน platform ในการดำเนินการดังกล่าว บางกรณีพนักงานสั่งของผ่าน delivery จำนวน 500 บาท แต่ให้ไรเดอร์ จำนวน 1,000 บาท หรือในบางครั้งของที่สั่งมาอาจจะให้ไรเดอร์ หรือพนักงานไปเลย ซึ่งเอกสารมีการระบุแค่บันทึกข้อความว่า มีค่าใช้จ่ายในการทำคลิปดังกล่าวเป็นจำนวนเงินเท่านั้นเท่านี้ นั้น

สำหรับค่าจ่ายพิเศษให้แก่ Rider จำนวนที่มากกว่าสินค้าดังกล่าว และสินค้าที่สั่งมานั้น หากบริษัทฯ มอบให้ Rider หรือพนักงานของบริษัทฯ หากไม่มีข้อเท็จจริงอื่นใดเพิ่มเติม ย่อมเข้าลักษณะเป็นการให้โดยเสน่หา ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร แต่หากมีการถ่ายทำคลิป โดย Rider ร่วมเข้าฉาก เงินที่จ่าย ย่อมเข้าลักษณะเป็นค่าแสดงหากมีจำนวนที่จ่ายแต่ละคราวไม่ถึง 1,000 บาท ก็ไม่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด แต่หากมีจำนวนถึง 1,000 บาท บริษัทฯ ก็ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ของเงินได้

สำหรับ

การมีเอกสารประกอบ อาทิ

    - การอนุมัติโครงงานหรือโครงการดำเนินงาน (ถ้ามี)

    - หลักฐานการจ่ายเงิน เช่น ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ใบสำคัญรับเงิน หรือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน และการอนุมัติ

    - รายงานผลการดำเนินงาน



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์


เรื่อง

ต้นทุนส่วนเพิ่มของการผลิตภาพยนตร์ เป็นค่าตัดต่อและค่าห้องสตูดิโอ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 21/02/2013 - วันที่ตอบ 02/02/2018

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

"อาจารย์ขา หนูมีคำถามอีกแล้วค่ะ จริงๆ หนูก็เกรงใจและกลัวจะรบกวนเวลาอาจารย์ด้วย แต่มันจำเป็นจริงๆ ค่ะ พยายามหาแล้วแต่ได้คำตอบไม่ชัดเจน คือ

บริษัทมีรายได้จากผลิตภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง เริ่มผลิตปี 2552 เสร็จเข้าฉายปี 2553 แต่ปี 2554 มีต้นทุนการผลิตอีกเป็นค่าตัดต่อเพิ่มเติมและค่าห้องสตูดิโอ

คำถาม บริษัทควรตั้งสินทรัพย์ที่เป็นลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เมื่อปีไหนคะ จะปี 2553 หรือ ปี 2554 และจะคำนวณค่าลิขสิทธิ์ตัดจ่ายปีไหน คำนวณวิธีใด

ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

วิสัชนา

ข้อสังเกต
1. คุณริน ดารามีความใกล้ชิดกับวงการ ดารา มากๆ จึงกล้าใช้ชื่อแฝงดังกล่าว คำว่า "ภาพยนตร์" คำที่ถูกต้องต้องมี "ร์" ยกเว้น โรงภาพยนตร์ที่จังหวัดลพบุรี ใช้คำว่า "ภาพยนต์" เหมือนที่คุณรินใช้ครับ
 2. เกรงใจเหลือเกิน กลัวจะรบกวน แต่ก็ถาม มันขัดแย้งกันมาก ไม่อ้างอะไร ผมก็ต้องตอบคุณรินอยู่แล้วนิ 555555

ต่อข้อถาม ขอแยกเป็นส่วนๆ ด้งนี้
1. ในส่วนของต้นทุนการสร้างภาพยนตร์ในปี 2552 และนำออกฉายในปี 2553 ก็ให้ถือปฏิบัติเป็นเอกเทศแยกต่างหากจากต้นทุนการผลิดที่เป็นค่าตัดต่อเพิ่มเติมในปี 2554 เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไปหมดสิ้นแล้ว
 2. 
สำหรับต้นทุนการผลิตอีกเป็นค่าตัดต่อเพิ่มเติมและค่าห้องสตูดิโอ ที่เกิดขึ้นในปี 2554 ถือเป็น "รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หรือรายจ่ายในการต่อเติมเปลี่ยนแปลงขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม" ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร
         
ในทางภาษีอากรถือเป็นทรัพย์สินรายการใหม่ ให้เริ่มคิดค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคานับแต่วันที่การตัดต่อเพิ่มเติมเสร็จสิ้นลงไปครับ
 3. วิธีการตัดต้นทุนภาพยนตร์ ควรใช้วิธีการที่เหมาะสมกับรายได้ อาทิ การตัดต้นทุนตามอัตราร้อยละของรายได้ที่เกิดขึ้น ไม่ควรใช้วิธีเส้นตรง (ไม่ได้ถามแต่อยากตอบ)


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"




หมายเหตุ: TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น  กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ