Case study

ไม่ใช่ร้านทอง หากขายทอง จะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่


เรื่อง ไม่ใช่ร้านทอง หากขายทอง จะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 21/08/2024
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
คำถาม

บริษัทฯ อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง แต่กิจการได้มีการซื้อทองมาเพื่อเก็งกำไรในอนาคต เมื่อมีการขายทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณ บริษัทฯ ต้องทำอย่างไร

- บริษัทฯ ต้องนำส่งภาษีขาย ของทองรูปพรรณด้วยฐานภาษีใด ราคาที่ขายได้ทั้งจำนวน หรือ เฉพาะค่ากำเหน็จ 

- บริษัทฯ ต้องนำส่งภาษีขาย ของทองคำแท่งด้วยฐานภาษีใด หรือ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ 

- บริษัทฯ ต้องออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้กับร้านทองหรือไม่

- บริษัทฯ จำเป็นต้องยื่นแบบ ภพ.09 ต่อสรรพากรหรือไม่

คำตอบ

คำตอบ


บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีวัตถุประสงค์ในการซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ มาเพื่อการเก็งกำไร ก็ย่อมเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

1. หากบริษัทฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้ค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า และไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับยกเว้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการขายทองคำ ตามมาตรา 3 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการนำเข้าหรือการขายทองคำ เฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณที่จะได้รับยกเว้น ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2543 


ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ ขายทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ ให้กับร้านทอง จึงต้องนำมูลค่าทองคำที่ขายมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งจำนวน ในอัตรา 7% 


บริษัทจะต้องออกใบกำกับภาษี ให้กับร้านทอง ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เกิดขึ้นเมื่อมีการส่งมอบสินค้า ตามมาตรา 78(1) แห่งประมวลรัษฎากรผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษี ซึ่งมีรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร



2. หากบริษัทมีการแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามแบบแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำ และได้รับอนุญาตให้ค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า และมีคุณสมบัติที่จะได้รับยกเว้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการขายทองคำ ตามมาตรา 3 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการนำเข้าหรือการขายทองคำ เฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณที่จะได้รับยกเว้น ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2543 


  • บริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายทองคำแท่ง มาตรา 3 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540


  • บริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายทองรูปพรรณ  มาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (14) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 117)ฯ ใช้บังคับ 1 ตุลาคม 2544 เป็นต้นไปกำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี จากการขายทองรูปพรรณ ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

    "ข้อ 2 ค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี

         (14) มูลค่าของทองรูปพรรณที่ขายเป็นจำนวนเท่ากับราคาทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศรับซื้อคืนในวันที่ขายทองรูปพรรณ ทั้งนี้ เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายทองรูปพรรณซึ่งมีใบอนุญาตค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า



3. หากบริษัทมีการประกอบกิจการ ซื้อทองมาเพื่อเก็งกำไร เป็นประจำ บริษัทมีหน้าที่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพิ่มประเภทกิจการ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการประกอบกิจการค้าทอง ตามแบบ ภ.พ.09 เพื่อเพิ่มลักษณะการประกอบกิจการ  ตามมาตรา 85/6 แห่งประมวลรัษฎากร



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

บริษัททั่วไป ซื้อทองมาไว้เพื่อเก็งกำไรตอนขายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 03/03/2022 - วันที่ตอบ 24/04/2022

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

พระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่ 311), ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40), (ฉบับที่ 117)

ปุจฉา

บริษัทฯ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ไม่ได้จดทะเบียนค้าทองซื้อทองมาไว้เพื่อเก็งกำไรตอนขายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไรคะ

วิสัชนา

1.ตามความในมาตรา 3 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540

    “มาตรา 3 ทวิ ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือการขายทองคำ ทองคำขาว ทองขาว เงิน และพาลาเดียมเฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณของผู้ประกอบการจดทะเบียน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด”

https://www.rd.go.th/2782.html

    อธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามมาตรา 3 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการนำเข้าหรือการขายทองคำ เฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณที่จะได้รับยกเว้น ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ดังนี้

    “ข้อ 1 ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ที่มีความประสงค์จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการ นำเข้าหรือการขายทองคำ เฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ ต้องแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามแบบแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ โดยยื่นผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

         กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง มีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้แจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ ไม่ว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวจะได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีรวมกันหรือไม่ก็ตาม โดยยื่นผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่

    ข้อ 2 ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่แจ้งความประสงค์ตามข้อ 1 จะต้องเป็นผู้นำเข้าหรือขายทองคำเฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณโดยทองคำดังกล่าวต้องมีน้ำหนักเนื้อทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.5...”


2.ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (14) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 117)ฯ ใช้บังคับ 1 ตุลาคม 2544 เป็นต้นไปกำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี จากการขายทองรูปพรรณ ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

    "ข้อ 2 ค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี

         (14) มูลค่าของทองรูปพรรณที่ขายเป็นจำนวนเท่ากับราคาทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศรับซื้อคืนในวันที่ขายทองรูปพรรณ ทั้งนี้ เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายทองรูปพรรณซึ่งมีใบอนุญาตค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า

              ทองรูปพรรณตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า ทองคำที่ทำสำเร็จเป็นเครื่องประดับกาย เครื่องแต่งกาย ของชำร่วย หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่มีไว้เพื่อโชว์ ทั้งนี้ ต้องไม่มีอัญมณีประกอบอยู่ด้วย

              ทองรูปพรรณตามวรรคสอง หมายความรวมถึงนากที่สามารถคำนวณราคารับซื้อคืนได้ตามส่วนของราคาทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศรับซื้อคืน"


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า


    กรณีบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า และไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายทองคำ ตามมาตรา 3 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการนำเข้าหรือการขายทองคำ เฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณที่จะได้รับยกเว้น ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ ขายทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ จึงต้องนำมูลค่าทองคำที่ขายมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งจำนวน ในอัตรา 7% เว้นแต่กรณีส่งออกที่ได้ดำเนินพิธีการทางศุลกากร จึงจะได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0%

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

บริษัทขายทองต้องนำส่ง VAT 7% หรือไม่

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 06/10/2021 - วันที่ตอบ 12/11/2021

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/2 (1), มาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

หนูเป็นบริษัทสำนักงานกฎหมายคะ ซื้อทองคำแท่งมาเก็บไว้ 50 บาทตอนบริษัทขายทองต้องส่ง VAT 7% จากมูลค่าทองคำมั้ยคะซื้อทองมา 1,380,000 บาท ตอนจะขาย ได้ 1,400,000 บาท กำไรจากการขายทอง 20,000 บาทคะ ถ้าต้องเสีย VAT 7% จากมูลค่าทองที่ขาย ประมาณ 98,000 บาท ซึ่งเยอะกว่ากำไรอีกค่ะ โดยซื้อทองมาในนามบริษัท

วิสัชนา

บริษัทฯ ประกอบกิจการสำนักงานกฎหมาย ซื้อทองคำแท่งมาเก็บไว้ 50 บาท สมมติมีมูลค่าต้นทุน 1,380,000 บาท นำไปขายได้ในราคา 1,400,000 บาท นั้น ต้องพิจารณาองค์ประกอบโครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ ว่าเคยมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ หากไม่เคยมีรายได้ที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม มาก่อนรายได้ค่าขายทองคำแท่งยังไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีขนาดย่อม กล่าวคือ 1.8 ล้านบาทต่อปี ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 บริษัทฯ ก็ยังไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

    อนึ่ง ยังต้องพิจารณาว่า บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการซื้อทองคำแท่งมาเพื่อการใด หากซื้อมาเพื่อการเก็งกำไรก็ย่อมเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

    นอกจากนี้ หากบริษัทฯ มีรายได้ที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่บ้าง แต่ยังไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ก็อาจทยอยนำทองคำแท่งออกขาย โดยระมัดระวังมิให้มีรายได้ที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มรวมเกินกว่า 1.8 ล้านบาท ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"




หมายเหตุ: TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น  กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง



หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ