1. เกี่ยวกับการปิดอากรแสตมป์บนตราสาร (สัญญา) “จ้างทำของ” ตราสาร “จ้างทำของ” หมายถึง เอกสารการจ้างทำของซึ่งผู้รับจ้างตกลงทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเป็นการตอบแทน โดยคู่สัญญาได้ลงลายมือชื่อครบทั้งสองฝ่าย จึงจะถือเป็นการ “กระทำ” ตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ กรณีจ้างทำของ – “ผู้รับจ้าง” มีหน้าที่ต้องเสียอากรแห่งสินจ้างซึ่งไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้เสียเป็น “ตัวเงิน” ในอัตรา 1,000 ละ 1 บาท ในกรณีดังต่อไปนี้ 1. กรณีทั่วไป มูลค่า ≥ 1 ล้านบาท 2. กรณี ผู้เช่าเป็นภาครัฐ ≥ 2 แสนบาท สำหรับตราสารที่กระทำเป็น “สัญญาจ้างทำของ” 1. หากได้มีการทำตราสาร “สัญญาจ้างทำของ” โดยผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้าง ลงลายมือชื่อครบทั้ง 2 ฝ่าย ในวันใด (ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายหลังวันที่ทำสัญญานานเท่าใดก็ตาม) ให้เสียอากรแสตมป์ในวันที่ได้ลงนามครบทั้งสองฝ่าย แต่หากปิดอากรแสตมป์ล่าช้ากว่าวันที่ดังกล่าว หากไม่เกิน 15 วัน ก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอากรแสตมป์แต่อย่างใด กรณีที่ได้มีการทำตราสาร “สัญญาจ้างทำของ” ก็ไม่เสียอากรแสตมป์บนหนังสือโต้ตอบ ที่มีการลงลายมือชื่อครบถ้วนทั้งสองนั้น แต่อย่างใด 2. กรณีที่ไม่ได้ “กระทำตราสารจ้างทำของ” โดยมีแต่เพียงหนังสือโต้ตอบที่ก่อให้เกิดเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ อาทิ (1) ได้มีการจัดทำใบเสนอราคา (ผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้าง ลงลายมือชื่อครบทั้ง 2 ฝ่าย) ให้ผู้รับจ้างเสียอากรในวันที่ลงนามครบทั้งสองฝ่าย แต่ล่าช้าได้ไม่เกิน 15 วัน ซึ่งตามปกติผู้ว่าจ้าง ก็จะลงนามทีหลังอยู่แล้ว ก็จะเป็นวันที่ผู้ว่าจ้างลงนาม (2) ได้มีการจัดทำใบเสนอราคา โดยผู้รับจ้างลงชื่อฝ่ายเดียว) ---> ต่อมาผู้ว่าจ้าง ออกใบสั่งจ้าง/ใบสั่งซื้อ (P/O) โดยผู้ว่าจ้างลงนามในใบสั่งจ้างฝ่ายเดียว ถือเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันก่อให้เกิดตราสารจ้างทำของ *(มีฝ่ายเสนอ และฝ่ายสนอง) ให้ผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ในวันที่ผู้ว่าจ้างออกใบสั่งจ้างและแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ (ถ้ากรณีคนละวันต้องถือตามวันที่ผู้รับจ้างได้ทราบ) (3) กรณีที่ไม่มีจากจัดทำใบเสนอราคา โดยผู้รับจ้างได้ทำงานจ้างทำของเสร็จสิ้นแล้ว ต่อมาผู้ว่าจ้างที่เป็นส่วนราชการ หรือไม่สามารถบันทึกบัญชีได้ เพราะระบบไม่ได้ออกใบสั่งจ้าง/ใบสั่งซื้อ (P/O) ในการนี้ ผู้รับจ้างได้ออกใบแจ้งหนี้ + แนบใบสั่งจ้าง + เรียกเก็บเงิน กรณีเช่นนี้ เข้าลักษณะเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารจ้างทำของ ให้ผู้รับจ้างเสียอากรในวันที่ได้ออกใบแจ้งหนี้ แต่ล่าช้าได้ไม่เกิน 15 วัน อนึ่ง กรณีที่ตราสารดังกล่าวไม่เข้าลักษณะตามที่กล่าวข้างต้น ให้ใช้วิธีแสตมป์ปิดทับตราสารหรือจะชำระเป็นตัวเงินก็ได้ ดังนั้น วันที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ ได้แก่ วันที่คู่สัญญาจ้างทำของ ได้ลงลายมือชื่อครบถ้วนทั้งสองฝ่ายแล้ว แม้จะเป็นวันหลังจากวันที่ลงในสัญญาจ้างทำของ ก็ตาม ดังตัวอย่างตามข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 153/2559 ฯ ดังนี้ “ข้อ 5 ตราสารจ้างทำของที่ต้องเสียอากร หมายถึง เอกสารการจ้างทำของซึ่งผู้รับจ้างตกลงทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเป็นการตอบแทน โดยคู่สัญญาได้ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ตัวอย่าง (1) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซึ่งประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ให้สร้างอาคารสำนักงานโดยบริษัท ก จำกัด แจ้งให้บริษัท ข จำกัด ประเมินราคางานเบื้องต้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และบริษัท ข จำกัด ทำใบเสนอราคา (Quotation) ให้แก่บริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ต่อมาบริษัท ก จำกัด และบริษัท ข จำกัด ได้ทำสัญญาจ้างและลงลายชื่อทั้งสองฝ่ายในวันที่ 1 เมษายน 2559 บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้างจึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทำตราสารจ้างทำของ (2) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซ่อมเครื่องจักร โดยบริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้างออกใบเสนอราคา (Quotation) ให้บริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และบริษัท ก จำกัดได้ลงนามในใบเสนอราคาฉบับดังกล่าวในวันที่ 1 มีนาคม 2559 บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทำตราสารจ้างทำของ (3) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซ่อมเครื่องถ่ายเอกสาร โดยบริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้าง ออกใบเสนอราคา (Quotation) ให้บริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 แต่บริษัท ก จำกัด ไม่ได้ลงนามในใบเสนอราคาดังกล่าว ต่อมาบริษัท ก จำกัด ออกใบสั่งจ้าง (Purchase Order) แจ้งให้บริษัท ข จำกัด ทราบในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ใบสั่งจ้างตามใบเสนอราคาเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารจ้างทำของ บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 มีนาคม 2559 (4) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซ่อมหลังคาอาคารโรงงาน บริษัท ข จำกัด ได้ซ่อมหลังคาอาคารโรงงานตามที่ตกลงแล้วเสร็จในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ต่อมาบริษัท ก จำกัด ออกใบสั่งจ้าง (Purchase Order) ให้แก่บริษัท ข จำกัด ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และบริษัท ข จำกัดออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) พร้อมแนบใบสั่งจ้างเรียกเก็บเงินจากบริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 เมษายน 2559 ใบแจ้งหนี้ตามใบสั่งจ้างเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารจ้างทำของ บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 เมษายน 2559”
2. กรณีผู้ถือหุ้นเสียชีวิต และได้ขอหมายศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก โดยมีผู้จัดการมรดกร่วมกัน 2 ท่าน (1) กรณีโอนหุ้นให้ทายาท ไม่จำเป็นต้องโอนหุ้น ให้เป็นชื่อผู้จัดการมรดกก่อน แล้วจึงโอนต่อให้ทายาท (2) กรณีโอนให้ผู้จัดการมรดก ซึ่งมีผู้จัดการมรดกร่วม 2 ท่าน ในการจ่ายปันผล ถือเป็นการจ่ายเงินปันผลให้แก่กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ให้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง โดยให้บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินปันผลคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของเงินได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |