Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

องค์การไม่แสวงหากำไร หรือองค์กรนอกภาครัฐของต่างประเทศ (NGO)
| เรื่อง | องค์การไม่แสวงหากำไร หรือองค์กรนอกภาครัฐของต่างประเทศ (NGO) |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 07/11/2022 - วันที่ตอบ 12/11/2022 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 50 และมาตรา 3 เตรส ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ |
| ปุจฉา | 1. เป็น สนง. ตัวแทนของต่างประเทศ (NGO) 2. แม่ต่างประเทศจะโอนเงินเข้าไทย เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย พนักงาน และค่าเช่า ในไทย 3. การทำงาน จะจ่ายสนับสนุนองค์กร ที่อยู่ ตปท. หมด จ่ายโดยเงินของแม่ เงินที่แม่โอนมาให้ จะต้องรับรู้เป็นรายได้ อื่น ทั้งหมด หรือไม่ หรือเป็น loan (เงินไทยไม่คืน) มีภาระภาษีที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง |
| วิสัชนา | ตามนิยามศัพท์คำว่า “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้นิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศที่เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยเป็น “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” และเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร ก็ต่อเมื่อเข้ามาดำเนินกิจการเป็นทางค้าหรือหากำไรในประเทศไทย ดังนี้ “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง (1) กิจการซึ่งดำเนินการเป็นทางค้าหรือหากำไรโดยรัฐบาลต่างประเทศ องค์การของรัฐบาลต่างประเทศ หรือนิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ (2) กิจการร่วมค้า ซึ่งได้แก่กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไรระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือนิติบุคคลอื่น (3) มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) (3/1) กองทุนรวมที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของ ต่างประเทศ (4) นิติบุคคลที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา” ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีองค์การไม่แสวงหากำไร หรือองค์กรนอกภาครัฐของต่างประเทศ (NGO: Non–Governmental Organization) ซึ่งส่วนมากจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มีสำนักงานตัวแทนในการดำเนินกิจการในประเทศไทย สำนักงานสาขาในประเทศไทยได้รับเงินจากสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ เพื่อเเป็นค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเช่า ในประเทศไทย โดยดำเนินการจ่ายเงินสนับสนุนองค์กรที่อยู่ต่างประเทศทั้งหมด (รวมทั้งในประเทศไทย) โดยเงินของสำนักงานใหญ่ นั้น ตราบเท่าที่ NGO มิได้ดำเนินการใดๆ อันเป็นการดำเนินการเป็นทางค้าหรือหากำไร ตราบนั้น ย่อมไม่เข้าลักษณะเป็น “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร NGO ย่อมไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือภาษีอากรประเภทอื่นตามประมวลรัษฎากร สำหรับเงินอุดหนุนที่สำนักงานใหญ่โอนมาให้ เพื่อใช้จ่าย และดำเนินการตามกรอบวัตถุประสงค์ของ NGO จึงไม่ต้องรับรู้เป้นรายได้แต่อย่างใด NGO มีภาระภาษีที่เกี่ยวข้องก็แต่เพียงในฐานะผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 และมาตรา 3 เตรส ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 เท่านั้น โดยต้องมีและใช้เลขประจำตัวผู่เสียภาษีอากรตามมาตรา 3 เอกาทศ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |