กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ สามารถให้พนักงานทำงานอยู่ที่ coworking space เหมือนเดิมได้ แต่เนื่องจาก มิใช่สถานประกอบการจึงไม่สามารถประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการได้ หากแต่ต้องใช้สถานประกอบการของบริษัทฯ คือ บ้านกรรมการฯ เป็นที่อยู่ในการประกอบกิจการเท่านั้น กรุณาศึกษา แนวคำตอบตามข้างท้ายนี้ประกอบ
Inbox: อังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 20:11 น. คุณ Narumon Tirodram สวัสดีคะอาจารย์ เรียนสอบถามภาษีหัก ณ ที่จ่าย co working space คะ จากโพสที่อาจารย์ได้อธิบายไว้ ที่ออฟฟิสมีการทำสัญญา ค่าสมาชิก ซึ่งในสัญญาระบุห้องที่เขามาใช้บริการ และระยะเวลาที่ใช้บริการ โดยห้องที่ระบุเราได้ให้กุญแจกับลูกค้า ลักษณะนี้ถือว่ามอบสิทธิการครอบครองไหมคะ แล้วถ้าเข้าสิทธิครอบครองจะเข้าลักษณะเป็นการให้เช่าหรือไม่คะ ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องทำอย่างไรคะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์ วิสัชนา: การให้บริการ Coworking space เป็นการให้บริการใช้พื้นที่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีการส่งมอบการครอบครอง จึงอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร 1. การรับรู้รายได้จากการให้บริการ Coworking Space 1.1 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 ให้รับรู้รายได้ตาม “เกณฑ์สิทธิ” โดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น มารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้น แม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ซึ่งตรงกับเกณฑ์คงค้าง ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป 1.2 กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีผู้ใช้บริการ Coworking Space เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอี่น เมื่อมีการจ่ายเงินได้ผู้ใช้บริการดังกล่าว มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่ายอัตรา 3.0% ของเงินได้ ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 12/1 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 1.3 กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม การรับรู้รายได้เพื่อการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นไปตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการออกใบกำกับภาษีก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการออกใบกำกับภาษี ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
2. เกี่ยวกับการบันทึกรายการบัญชี 2.1 เมื่อลูกค้าใช้บริการเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 บริษัทฯ จะวางบิลเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ให้บันทึกบัญชีตามเอกสารใบแจ้งหนี้ค่าบริการ Coworking Space โดย เดบิต ลูกหนี้ค่าบริการ..................10,700 เครดิต รายได้ค่าบริการ...........................10,000 ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนด.....................700 2.2 เมื่อลูกค้าชำระหนี้ค่าบริการ และคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3.0% ของเงินได้ ตามหลักฐานหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยบริษัทฯ ได้ออกใบกำกับภาษีให้แก่ลูกค้า บันทึกรายการบัญชีโดย เดบิต เงินสด...................................10,400 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย.............300 เครดิต ลูกหนี้.............................................10,700 ปรับปรุงบัญชีภาษีขายยังไม่ถึงกำหนด เดบิต ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนด........700 เครดิต ภาษีขาย..............................................700
3. สำหรับค่าสมาชิก สมมติเป็นรายปี ให้บันทึกรับรู้เป็นรายได้รับล่วงหน้า แล้วทยอยตัดรับรู้เป็นรายได้จริงตามงวดระยะเวลาการให้บริการเป็นรายเดือน 3.1 เมื่อลูกค้าชำระค่าสมาชิกรายปี จำนวน 12,000 บาท เฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 840 บาท และคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3.0% ของเงินได้ เป็นเงิน 360 บาท ตามหลักฐานหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยบริษัทฯ ได้ออกใบกำกับภาษีให้แก่ลูกค้า บันทึกรายการบัญชีโดย เดบิต เงินสด.................................12,480 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย...........360 เครดิต ค่าสมาชิกรับล่วงหน้า.................12,000 ภาษีขาย.................................................840 3.2 ปรับปรุงรับรู้รายได้เป็นรายเดือน เดบิต ค่าสมาชิกรับล่วงหน้า........1,000 เครดิต รายได้ค่าสมาชิก............................1,000
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ มีการทำสัญญา Co working space เรียกเก็บค่าสมาชิก ซึ่งในสัญญาระบุห้องที่เขามาใช้บริการ และระยะเวลาที่ใช้บริการ โดยห้องที่ระบุบริษัทฯ ได้ให้กุญแจกับลูกค้า ลักษณะนี้ยังไม่ถือว่า บริษัทฯ ได้ส่งมอบสิทธิการครอบครองให้แก่ลูกค้า เพราะบริษัทฯ ยังคงมีกุญแจกลางไขเข้าไปทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถู ดูแลความเรียบร้อยอยู่ การมอบกุญแจเป็นเพียงอำนวยความสะดวก ให้แก่ลูกค้าเท่านั้น ภาระภาษีอากรยังคงเป็นดังเช่นที่ได้ตอบไว้แล้วข้างต้น กรณีที่ทางสรรพากรพื้นที่โทรมาแจ้งว่าให้เปลี่ยนสัญญา เพราะถือเป็นการเช่า นั้น ขอให้อธิบายลักษณะการประกอบธุรกิจให้ชัดเจน เปรียบเทียบกับกิจการโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ หรือกิจการในลักษณะทำนองเดียวกัน ก็มีการมอบกุญแจ แต่ไม่ใช้การส่งมอบการครอบครองพื้นที่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน จึงเป็นแต่เพียงให้บริการพื้นที่เท่านั้น เข้าลักษณะเป็นบริการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และถูกหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่าบริการ หากเจ้าพนักงานสรรพากรไม่รับฟังความเห็นก็ควรให้เจ้าพนักงานสรรพากร หรือบริษัทฯ เขียนข้อเท็จจริงหารือไปยังกรมสรรพากร ขออย่าได้นำคำตอบของผมไปใช้อ้างอิงให้เจ้าพนักงานเสียอารมณ์ และความรู้สิก แต่ให้อ้างข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |