Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ค่านายหน้าที่บริษัทฯ จ่ายให้แก่ผู้แนะนำลูกค้าให้แก่บริษัทฯ


เรื่อง ค่านายหน้าที่บริษัทฯ จ่ายให้แก่ผู้แนะนำลูกค้าให้แก่บริษัทฯ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 28/03/2018 - วันที่ตอบ 28/03/2018
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อกฎหมาย มาตรา 40 (2), มาตรา 50 (1) วรรคแรกและวรรคสอง, มาตรา 48 (1), มาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร, ข้อ 4 (1)(ข) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 115/2545
ปุจฉา

     บริษัทฯ ประกอบกิจการชิปปิ้ง ได้จ่ายค่านายหน้าให้กับผู้แนะนำลูกค้ามาให้ โดยจ่ายตามจำนวนชุดงานในแต่ละเดือน ประมาณเดือนละเป็นหลักหมื่น แต่ที่ผ่านมาไม่ได้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ กรณีนี้สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้หรือไม่ และทำอย่างไรคะ (หากทำเป็นจ่ายค่าบริการ หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับเงิน จะได้หรือไม่)
ขอบพระคุณอาจารย์มากคะ

วิสัชนา

บริษัทฯ ประกอบกิจการชิปปิ้ง ได้จ่ายค่านายหน้าให้กับผู้แนะนำลูกค้ามาให้ โดยจ่ายตามจำนวนชุดงานในแต่ละเดือน ประมาณเดือนละเป็นหลักหมื่น

1. แต่ที่ผ่านมาไม่ได้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ เป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ทั้งหลักการประกอบธุรกิจ หลักการบัญชี และทางภาษีอากร ทำให้มองได้ว่า กิจการไม่มีความโปร่งใส อาจมีการหลบรายได้ เพื่อชดเชยกับรายจ่ายที่มิได้ลงรายการบัญชีให้ครบถ้วน

2. รายจ่ายค่านายหน้าที่บริษัทฯ จ่ายให้แก่ผู้แนะนำลูกค้าให้แก่บริษัทฯ ถือเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ บริษัทฯ ย่อมสามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทฯ ได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

 
3. กรณีผู้รับค่านายหน้าเป็นบุคคลธรรมดา ให้บริษัทฯ จัดทำใบรับเงินตามแบบในคู่มือการจักทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีอากรได้ ที่แนบมาพร้อมนี้ พร้อมกับแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับเงิน

4. เนื่องจากค่านายหน้าดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทฯ ทำการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) วรรคแรกและวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับการจ่ายเงินเดือนค่าจ้างให้แก่พนักงาน โดยถือปฏิบัติตามข้อ 4 (1)(ข) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 115/2545 ดังนี้
....“(ข) กรณีการจ่ายค่าตอบแทนที่ไม่สามารถคำนวณหาจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ให้คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีนำส่งไว้เท่านั้น หากคำนวณแล้วไม่มีเงินภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ในปีเดียวกันนี้ถ้ามีการจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้รับรายเดียวกันนี้อีก ให้นำค่าตอบแทนที่จ่ายในครั้งแรกมารวมกับค่าตอบแทนที่จ่ายในครั้งที่สองแล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับการคำนวณครั้งแรก หากคำนวณแล้ว ไม่มีภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ถ้าได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้นำเงินภาษีที่หักและนำส่งไว้แล้ว (ถ้ามี) มาเครดิตออก เหลือเท่าใดจึงหักเป็นเงินภาษีและนำส่งไว้เท่านั้น ถ้ามีการจ่ายค่าตอบแทนในครั้งที่สามและครั้งต่อ ๆ ไป ก็ให้คำนวณตามวิธีดังกล่าวนี้ทุกครั้งไป”


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ