ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ

สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ต่อให้เขียนไว้ ก็ใช้บังคับไม่ได้ ใครกำลังจะเซ็นสัญญาอสังหาฯ หรือสัญญามาตรฐาน ควรต้องรู้อะไรบ้าง
| เรื่อง | สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ต่อให้เขียนไว้ ก็ใช้บังคับไม่ได้ ใครกำลังจะเซ็นสัญญาอสังหาฯ หรือสัญญามาตรฐาน ควรต้องรู้อะไรบ้าง |
| แหล่งที่มา | ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ |
| วันที่ | |
| ประเภทภาษี | |
| ข้อกฎหมาย | |
| คำถาม | สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ต่อให้เขียนไว้ ก็ใช้บังคับไม่ได้ ใครกำลังจะเซ็นสัญญาอสังหาฯ หรือสัญญามาตรฐาน ควรต้องรู้อะไรบ้าง |
| คำตอบ | คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4184/2565 ข้อสัญญาบังคับอนุญาโตตุลาการในคดีผู้บริโภคที่ไม่เป็นธรรมใช้บังคับไม่ได้ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง : พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรคสาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11, มาตรา 14 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 6/2 สรุปใจความสำคัญ : พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 เป็นกฎหมายเฉพาะที่ตราขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการแม้จะเป็นไปตามหลักเสรีภาพในการแสดงเจตนา แต่ต้องเป็นข้อตกลงที่ผู้บริโภคให้ความยินยอมโดยสมัครใจอย่างแท้จริง และต้องไม่เป็นการตัดสิทธิหรือเพิ่มภาระแก่ผู้บริโภคเกินสมควร กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำสัญญามาตรฐานบังคับให้ข้อพิพาทต้องระงับโดยอนุญาโตตุลาการเพียงอย่างเดียว โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลตามกฎหมายว่าด้วยคดีผู้บริโภค ย่อมขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและไม่มีผลใช้บังคับ ผู้บริโภคจึงมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้โดยไม่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการก่อน รายละเอียดคำพิพากษาโดยย่อ : โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญามาตรฐานตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 และมีข้อสัญญากำหนดให้ข้อพิพาททั้งหมดต้องระงับโดยอนุญาโตตุลาการตามข้อ 10.4 แต่เพียงอย่างเดียว ต่อมาโจทก์อ้างว่าจำเลยผิดสัญญาและนำคดีมาฟ้องต่อศาล จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบโดยอ้างข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 เป็นกฎหมายเฉพาะที่มุ่งคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งอยู่ในฐานะเสียเปรียบผู้ประกอบธุรกิจ โดยเปิดโอกาสให้ศาลมีบทบาทเชิงรุกและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค ในขณะที่กระบวนพิจารณาทางอนุญาโตตุลาการมีขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และวิธีการที่แตกต่างจากกฎหมายคดีผู้บริโภคหลายประการ ซึ่งโดยสภาพอาจเพิ่มภาระและลดทอนสิทธิของผู้บริโภค นอกจากนี้ ศาลฎีกายังเห็นว่า สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญามาตรฐานที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจเป็นฝ่ายจัดทำขึ้นล่วงหน้า โดยผู้บริโภคซึ่งอยู่ในฐานะเสียเปรียบไม่มีโอกาสต่อรองเงื่อนไขของสัญญา และจำต้องยอมรับข้อสัญญาที่กำหนดไว้ทั้งหมด รวมถึงข้อสัญญาที่กำหนดให้การระงับข้อพิพาทต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการแต่เพียงอย่างเดียว การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวจึงมิอาจถือได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาโดยสมัครใจอย่างแท้จริงของผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการตัดสิทธิในการนำคดีขึ้นสู่ศาลตามกฎหมายว่าด้วยคดีผู้บริโภค และเป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้บริโภคเกินสมควร การที่จำเลยจัดทำสัญญามาตรฐานบังคับให้ผู้บริโภคต้องยอมรับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการซึ่งนอกเหนือไปจากแบบสัญญาที่รัฐมนตรีกำหนด และไม่เป็นคุณแก่ผู้บริโภคดังกล่าว จึงขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายและเข้าลักษณะเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ส่งผลให้ข้อตกลงอนุญาโตตุลาการดังกล่าวไม่มีผลใช้บังคับ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้นได้โดยไม่จำต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการก่อน
ที่ปรึกษาด้านกฏหมายทั่วไป เช่น การยื่นขอใบอนุญาตต่างๆ และ การตรวจสอบข้อกฎหมาย จัดทำระเบียบข้อบังคับบริษัทและหนังสือสัญญาการจ้างงาน จัดทำและตรวจทานหนังสือสัญญา รับคำปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน รับคำปรึกษาด้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา บริการงานด้านมรดก และอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ แผนกกฏหมาย (ทนายความ) ติดต่อโดยตรง : 02-261-8182 E-mail : legal@aapth.com |
ให้การสนับสนุนด้านกฏหมายทั่วไป