Case study

ค่าสมาชิกสนามกอล์ฟรายปี หักภาษี ณ ที่จ่าย อัตราเท่าไหร่


เรื่อง ค่าสมาชิกสนามกอล์ฟรายปี หักภาษี ณ ที่จ่าย อัตราเท่าไหร่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 02/09/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ ได้มีการจ่ายค่าสมาชิกรายปีสนามกอล์ฟในนามบริษัทฯ โดยชื่อที่ระบุในหน้าบัตรสมาชิก เป็นชื่อกรรมการของบริษัทฯ เอง ในใบแจ้งหนี้ / ใบกำกับภาษี เรียกเก็บเป็นชื่อบริษัทฯ  ดังนั้น บริษัทฯ ต้องมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับค่าสมาชิกนี้หรือไม่ และ ต้องหักในอัตราเท่าไหร่

คำตอบ

คำตอบข้อ 1

           

         กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จ่ายเงินค่าสมาชิกรายปีให้กับบริษัทสนามกอล์ฟ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่าสมาชิก ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 



ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่

https://tax-ez.info/Training/View/Ktd9nIfX

 




การรับรู้รายได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าสมาชิก ให้ถือปฏิบัติดังนี้

  

  1.1 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล

         บริษัทฯ มีสิทธิเลือกรับรู้รายได้ค่าสมาชิกที่เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินก้อนเพื่อตอบแทนการให้บริการทั้งจำนวน ไม่ว่ารายได้นั้นจะเกิดขึ้นจากการผ่อนชำระหรือชำระครั้งเดียว และไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันมารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการ หรือจะนำรายได้นั้นมาเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบปี  และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการก็ได้ ทั้งนี้

ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3.8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ดังนี้

         “3.8 การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการสนามกอล์ฟหรือกิจการให้บริการตามสัญญาระยะยาวแก่สมาชิกให้ใช้เกณฑ์สิทธิตามข้อ 2 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องนำรายได้ที่เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินก้อนเพื่อตอบแทนการให้บริการทั้งจำนวน ไม่ว่ารายได้นั้นจะเกิดขึ้นจากการผ่อนชำระหรือชำระครั้งเดียว และไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันมารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการ หรือจะนำรายได้นั้นมาเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบปี  และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการก็ได้

                กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่งได้มีการจ่ายคืนเงินดังกล่าวตามข้อตกลงหรือสัญญา ให้นำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้จ่ายคืนเงิน” 


    1.2 กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

         กรณีลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ย่อมมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่าสมาชิก ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 




    1.3 กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม

         การให้บริการแก่สมาชิก ถือเป็นรายได้จากการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องนำค่าสมาชิกทั้งหมด มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร




อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

จ่ายค่าสมาชิกสนามกอล์ฟในนามบริษัท แต่บัตรสมาชิกเป็นชื่อกรรมการ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 20/01/2021 - วันที่ตอบ 22/03/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 56/2538

ปุจฉา

     อาจารย์คะหนูรบกวนถามเรื่องที่บริษัทฯ ต้องจ่ายค่าสมาชิกสนามกอล์ฟค่ะ ตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ จ่ายค่าสมาชิกในนามบริษัท ใบเสร็จ/ใบกำกับออกในนามบริษัท แต่บัตรสมาชิกเป็นชื่อกรรมการ (สนามกอล์ฟเป็นแบบปิดถ้าไม่เป็นสมาชิกจะเข้ามาใช้บริการไม่ได้ยกเว้นเป็น guest ค่ะ) และถ้ากรรมการท่านนี้ออกจะสามารถเปลี่ยนชื่อเป็นของท่านอื่นได้

    ความเข้าใจของหนูในกรณีนี้ค่าใช้จ่ายค่าสมาชิกถือเป็นค่ารับรองได้โดยเฉลี่ยตามอายุสมาชิก และไม่สามารถใช้ VAT ได้ ในกรณีของกรรมการไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน เนื่องจากบัตรสมาชิกตัวนี้ไม่ได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์เด็ดขาดของเค๊า ถูกต้องมั๊ยคะ

รบกวนอาจารย์ด้วยค่ะหนูไม่เคลียร์คำว่า "จำกัดเฉพาะตัวบุคคล" กับเรื่องที่บัตรสมาชิกเป็นชื่อของกรรมการจริง ๆ

ขอบคุณมากค่ะ

วิสัชนา

     กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าสมาชิกสนามกอล์ฟในนามบริษัท ใบเสร็จ/ใบกำกับออกในนามบริษัท แต่บัตรสมาชิกเป็นชื่อกรรมการ (สนามกอล์ฟเป็นแบบปิดถ้าไม่เป็นสมาชิกจะเข้ามาใช้บริการไม่ได้ยกเว้นเป็น guest) และถ้ากรรมการท่านนี้ออกจะสามารถเปลี่ยนชื่อเป็นของท่านอื่นได้ เช่นนี้ ค่าใช้จ่ายค่าสมาชิกถือเป็นค่ารับรองได้โดยเฉลี่ยตามอายุสมาชิก และไม่สามารถใช้ VAT ได้ ในกรณีของกรรมการไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน เนื่องจากบัตรสมาชิกตัวนี้ไม่ได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์เด็ดขาดของกรรมการ ความเข้าใจดังกล่าวถูกต้องแล้ว ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 56/2538

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "



เรื่อง

ธุรกิจบริหารจัดการด้านการขนส่ง และสถานที่เก็บสินค้า และบริการการใช้ Platform หลังบ้านเกี่ยวกับการขายสินค้า online

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 17/11/2022 - วันที่ตอบ 02/12/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 78/1 (1), มาตรา 81 (1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528ฯ, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ

ปุจฉา

บริษัทฯ จดทะเบียนวัตถุประสงค์หลัก เป็นธุรกิจบริหารจัดการด้านการขนส่ง และสถานที่เก็บสินค้า และบริการการใช้ Platform และจดภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีให้บริการ เป็นเจ้าของ Platform หลังบ้านเกี่ยวกับการขายสินค้า online ที่มีบริการ ดังนี้

     1. เก็บค่าสมาชิกในการจะขอเข้ามาใช้ระบบ

     2. เก็บค่าเติมเงินกรณีการเข้ามาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ คิดค่าบริการเป็นครั้งและตัดเงินค่าบริการจากการเดิมเงินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดมีระยะเวลา

     3. มีบริการขนส่ง โดยเรียกเก็บค่าขนส่ง และ outsource ไปให้บริษัทขนส่งอีกต่อหนึ่ง และมีส่วนต่างจากการเรียกเก็บ

     4. มีการรับเงินค่าสินค้าแทนบริษัทเจ้าของสินค้าเมื่อรับเงินมาแล้วจึงทำการโอนเงินคืน ทั้งระบบ การโอนเงินเมื่อสั่งสินค้า และระบบ COD (Cash on delivery)

คำถาม;

     1. กรณีค่าสมาชิก รับรู้รายได้และรับรู้แวท อย่างไร

     2. กรณีเติมเงิน ไม่มีวันหมดอายุ รับรู้รายได้และรับรู้แวทอย่างไร

     3 กรณีเก็บค่าขนส่ง และ outsource ออกไป (บริษัทจดทะเบียนเป็นบริษํทขนส่งด้วย)การรับรู้รายได้และแวท รับรู้อย่างไร (ถ้ากรณีเราสามารถ track รายการต่อรายการได้ว่าการรับเงินแต่ละครั้งส่งให้ outsource เป็นจำนวนเงินเท่าไร)

     4 กรณีมีการรับเงินค่าสินค้าแทนเจ้าของสินค้า (เราไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง)จะรับรู้การเก็บเงินนี้อย่างไร โดยที่ไม่มีส่วนต่างของค่าสินค้าเลยและทำจ่ายเจ้าของสินค้าตามบิลเรียกเก็บ

     5 ต่อเนื่องจากข้อ 4 ถ้าบิลเรียกเก็บมีแวทและ ออกบิลในนามบริษันเรา จะสามารถนำแวทมาใช้ได้ใหม

     6. กรณี COD (cash on delivery) ลูกค้าจะโอนเงินมาที่บริษัทสำหรับค่าขนส่งและสินค้าก่อน และเมื่อขนส่ง (Outsource) ทำการจัดส่งสำเร็จ ขนส่งจะมาเก็บเงินที่บริษัทสำหรับค่าขนส่ง บวก surcharge ค่าบริการ 2% จากนั้นค่าสินค้า บริษัทจะทำการโอนคืนแม่ค้าในระบบ + ค่าบริการ 2% อยากทราบว่าค่าบริการ 2% มี Vat หรือไม่ และค่าขนส่งที่เราเก็บจากลูกค้าต้องออกใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จหรือไม่

วิสัชนา

กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น

1. การรับรู้รายได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าสมาชิก ให้ถือปฏิบัติดังนี้

    1.1 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล

         บริษัทฯ มีสิทธิเลือกรับรู้รายได้ค่าสมาชิกที่เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินก้อนเพื่อตอบแทนการให้บริการทั้งจำนวน ไม่ว่ารายได้นั้นจะเกิดขึ้นจากการผ่อนชำระหรือชำระครั้งเดียว และไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันมารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการ หรือจะนำรายได้นั้นมาเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบปี  และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการก็ได้ ทั้งนี้

ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3.8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ดังนี้

         “3.8 การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการสนามกอล์ฟหรือกิจการให้บริการตามสัญญาระยะยาวแก่สมาชิกให้ใช้เกณฑ์สิทธิตามข้อ 2 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องนำรายได้ที่เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินก้อนเพื่อตอบแทนการให้บริการทั้งจำนวน ไม่ว่ารายได้นั้นจะเกิดขึ้นจากการผ่อนชำระหรือชำระครั้งเดียว และไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันมารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการ หรือจะนำรายได้นั้นมาเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบปี  และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการก็ได้

                กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่งได้มีการจ่ายคืนเงินดังกล่าวตามข้อตกลงหรือสัญญา ให้นำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้จ่ายคืนเงิน” 

    1.2 กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

         กรณีลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ย่อมมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่าสมาชิก ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

    1.3 กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม

         การให้บริการแก่สมาชิก ถือเป็นรายได้จากการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องนำค่าสมาชิกทั้งหมด มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร


2. การรับรู้รายได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเติมเงิน ไม่มีวันหมดอายุ ให้ถือปฏิบัติดังนี้

    1.1 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล

         (1) เมื่อได้รับเงินจากการเติมเงิน ให้บริษัทฯ บับทึกบัญชีเป็นเงินรับล่วงหน้า (Advanced) โดยยังไม่ต้องรับรู้รายได้

         (2) ให้บริษัทฯ รับรู้เป็นรายได้ค่าบริการเมื่อลูกค้าได้ใช้บริการเป็นรายครั้ง และตัดเงินค่าบริการจากการเติมเงินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด

    1.2 กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ย่อมมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่าสมาชิก ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

    1.3 กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินที่บริษัทฯ ได้รับจากการเติมเงินของลูกค้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องนำค่าสมาชิกทั้งหมด มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร


3.การรับรู้รายได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเก็บค่าขนส่ง และ outsource ออกไป (บริษัทจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรับจ้างขนส่งสาธารณะด้วย) ให้ถือปฏิบัติดังนี้

    3.1 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้บริษัทฯ รับรู้เป็นรายได้ค่าบริการเมื่อลูกค้าได้ใช้บริการเป็นรายครั้ง ตามเกณฑ์สิทธิตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 

    3.2 กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

         (1) สำหรับลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ย่อมมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของค่าขนส่ง ตามข้อ 12/4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528  

         (2) เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าขนส่งให้แก่ Outsource ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของค่าขนส่ง (ซึ่งบริษัทฯ สามารถ track รายการต่อรายการได้ว่าการรับเงินแต่ละครั้งส่งให้outsourceเป็นจำนวนเงินเท่าไร) ทั้งนี้ ตามข้อ 12/4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 เช่นเดียวกัน

    3.3 เนื่องจากการให้บริการขนส่ง เป็นการให้บริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่ต้องนำรายได้จากการรับจ้างขนส่งไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่อย่างใด  


4. กรณีมีการรับเงินค่าสินค้าแทนเจ้าของสินค้า (บริษัทฯ ไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง) โดยที่ไม่มีส่วนต่างของค่าสินค้าเลย และทำจ่ายเจ้าของสินค้าตามบิลเรียกเก็บ เช่นนี้ บริษัทฯ ไม่ต้องรับรู้รายได้จากการเรียกเก็บเงินแทนผู้ขายสินค้า แต่อย่างใด


ต่อเนื่องจากข้อ 4 บริษัทฯ ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีเพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าบริการขนส่งในประเทศ
  

6. กรณี COD (cash on delivery) ลูกค้าจะโอนเงินมาที่บริษัทสำหรับค่าขนส่งและสินค้าก่อน และเมื่อขนส่ง (Outsource) ทำการจัดส่งสำเร็จ ขนส่งจะมาเก็บเงินที่บริษัทฯ สำหรับค่าขนส่ง บวก surcharge ค่าบริการ 2% จากนั้นค่าสินค้า บริษัทฯ จะทำการโอนคืนผู้ค้าในระบบ + ค่าบริการ 2% เช่นนี้ ค่าบริการ 2% ดังกล่าว สมาชิก ถือเป็นรายได้จากการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องนำค่าสมาชิกทั้งหมด มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

    สำหรับค่าขนส่งซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร ที่บริษัทฯ เรียกเก็บจากลูกค้า ต้องออกใบเสร็จตามมาตรา 105 และมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ได้แสดงในใบกำกับภาษีสำหรับค่าบริการ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"




หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น  กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ