Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การออกใบกำกับภาษีกรณีขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในเขต Free zone ทุกวัน
| เรื่อง | การออกใบกำกับภาษีกรณีขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในเขต Free zone ทุกวัน |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 07/08/2024 - วันที่ตอบ 12/08/2024 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 77/1 (14) (ก), มาตรา 78 (4) (ข), มาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | ในกรณีที่ขายเข้า Free zone สามารถยิงใบขนล่วงหน้าได้ 20 วัน ถ้าเรายิงใบขนล่วงหน้า 20 วัน แต่มีการขนของเข้า FTZ ทุกวัน ในกรณีออกใบกำกับภาษี เราสามารถออกเป็นวันเดียวตามใบขนได้เลยไหมคะ หรือจะต้องออกใบกำกับภาษีตามวันที่ขนของเข้า FTZ ซึ่งวันที่จะไม่ตรงกับใบขนค่ะ สามารถทำใบกำกับภาษีรวบทีเดียวตามที่ยิงใบขนเลยได้ไหมคะ แล้วแนบเอกสาร Delivery order ที่ขนเข้าทุกวันแนบประกอบได้ไหมคะ |
| วิสัชนา | 1. ตามมาตรา 77/1 (8) และ (14) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดนิยามศัพท์คำว่า “ขาย” และคำว่า “ส่งออก” ดังนี้ “มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง (ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย (ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร (ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆ เว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 1) ประกอบ) (จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง (ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของผู้ประกอบการซึ่งได้ควบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 (ช) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ดู กฎกระทรวง ฉบับที่ 188 (พ.ศ. 2534) ประกอบ) (14) “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง (ก) การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะสินค้าที่ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 125) ประกอบ) (ข) การขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่ขายให้แก่ผู้ที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด” (ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 125) ประกอบ) 2. ตามมาตรา 78 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดหลักเกณฑ์ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออกไว้ดังนี้ “มาตรา 78 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข) การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร” 3. ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดให้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% สำหรับการส่งออกสินค้าตามนัยมาตรา 77/1 (14) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ “มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) การส่งออกสินค้าที่มิใช่การส่งออกสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3) (ดู คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.97/2543 ประกอบ) (2) การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศตามประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) ประกอบ) การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ให้รวมถึงการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรเพื่อใช้ผลิตสินค้าในเขตปลอดอากรเพื่อส่งออก และการให้บริการที่กระทำในเขตดังกล่าวเพื่อใช้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกด้วย” (ดู คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.104/2544 ประกอบ) 4. ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการออกใบกำกับภาษีดังนี้ “มาตรา 86 ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด” ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า การส่งสินค้าเข้าในเขตปลอดอากร (Free Zone) เข้าลักษณะเป็นการ “ส่งออก” ตามมาตรา 77/1 (14) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 125) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำสินค้าในราชอาณาจักร เข้าไปในเขตปลอดอากรและการขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน ประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ตามมาตรา 77/1 (14) (ก) และ (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2545 ย่อมได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะสินค้า ที่ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ส่งออกหรือผู้นำของเข้าในเขตปลอดอากรมีหน้าทีต้องยื่นยื่นคำร้องขอนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปเขตปลอดอากร. (แบบ กศก.122) ตามแบบที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด ในการออกใบกำกับภาษีสำหรับการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร หรือ “ส่งออก” นั้น ให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรา 78 (4) ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องจัดทำใบกำกับภาษีเมื่อได้ดำเนินพิธีการทางศุลกากร ดังนั้น กรณีตามข้อเท็จจริง การขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในเขต Free zone สามารถออกใบขนล่วงหน้าได้ 20 วัน ถ้าบริษัทฯ ออกใบขนสินค้าล่วงหน้า 20 วัน แต่มีการขนของเข้า FTZ ทุกวัน ในกรณีออก ใบกำกับภาษี บริษัทฯ ไม่สามารถออกใบกำกับภาษี เป็นวันเดียวตามใบขนได้ หากแต่จะต้องออกใบกำกับภาษีตามวันที่ขนของเข้า FTZ ซึ่งวันที่จะไม่ตรงกับใบขน ทั้งนี้ ตามมาตรา 78 (4) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร เกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |