Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

แบ่งแยกอย่างไรระหว่าง "การให้ความรู้" กับ "การถ่ายทอดวิทยาการ หรือ ข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์"


เรื่อง แบ่งแยกอย่างไรระหว่าง "การให้ความรู้" กับ "การถ่ายทอดวิทยาการ หรือ ข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์"
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 03/02/2023 - วันที่ตอบ 04/02/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 40 (3), มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
เราจะแบ่งแยกอย่างไรระหว่าง "การให้ความรู้" กับ "การถ่ายทอดวิทยาการ หรือ ข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์" ส่วนตัวเห็นว่าแบ่งแยกยากครับ
วิสัชนา
สุจิตรา ทิพย์มณเฑียร นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาภาษีอากร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เขียนบทความ "ัปัญหาการจัดเก็บภาษีเงินได้จากค่าสิทธิและค่าบริการ" ซึ่งเรียบเรียงจากการศึกษาอิสระ เรื่อง ปัญหาการจดัเก็บภาษีเงินไดจ้ากค่าสิทธิและค่าบริการ
โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาคือผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รติชัย รถทอง และคณะกรรมการสอบคือ รองศาสตราจารย์ ดร. วิณัฎฐา แสงสุข และรองศาสตราจารย์ ดร. ปภาศรี บัวสวรรค์ ได้กล่าวถึง การตีความธุรกรรมที่ลักษณะใกล้เคียงกับค่าสิทธิ เช่น การตีความค่าสิทธิที่อยู่ในประเภทที่เป็นค่าตอบแทนการใช้ หรือสิทธิในการใช้ข้อสนเทศที่เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือวิทยาศาสตร์ หรือที่เรียกว่า ค่าวิทยาการ (Know-how) กับการให้คำปรึกษาด้านเทคนิค หรือการให้คำแนะนำ ทางด้านเทคนิค เป็นค่าสิทธิทุกกรณี ดังนี้
    "...ในส่วนของการตีความธุรกรรมที่ลักษณะใกล้เคียงกับค่าสิทธิ เช่น การตีความค่าสิทธิที่อยู่ในประเภทที่เป็นค่าตอบแทนการใช้ หรือสิทธิในการใช้ข้อสนเทศที่เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือวิทยาศาสตร์ หรือที่เรียกว่า ค่าวิทยาการ (Know-how) กับการให้คำปรึกษาด้านเทคนิค หรือการให้คำแนะนา ทางด้านเทคนิค เป็นค่าสิทธิทุกกรณี จึงก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีซึ่งธุรกรรมทั้งสองลักษณะนั้น มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ การให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค หรือการให้คำ ปรึกษาทางด้านเทคนิคนั้น เป็นสัญญาซึ่งต่อเนื่องมาจากสัญญาซื้อขาย จึงเป็นค่าบริการ (Service Fee) และจัดเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนค่าวิทยาการ (Know-how) ซึ่งลักษณะของสัญญาเป็นเรื่องที่ผู้ให้วิทยาการไม่ต้องทำการใด ๆ นอกจากถ่ายทอดวิทยาการที่มีอยู่แล้วให้แก่ผู้ร้บ โดยมิได้มุ่งถึงผลสำเร็จของงาน และอยู่ในความหมายของค่าสิทธิตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร และจากการศึกษาต้นแบบของ UN ซึ่งได้กำหนดข้อบท 12 A ว่าด้วยค่าธรรมเนียมสำหรับการให้บริการทางเทคนิคเป็นข้อบทพิเศษ โดยประเทศอินเดียได้นำต้นแบบของ UN ข้อบท 12 A ว่าด้วยค่าธรรมเนียมสำหรับการให้บริการทางเทคนิค (FEES FOR TECHNICAL SERVICES) มากำหนดเป็นส่วนหนึ่งของค่าสิทธิ ในการทำอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศอินเดียกับประเทศอื่นๆที่เรียกวา่ Double Taxation Avoidance Agreement (DTAA) Article 12 วา่ “ROYALTIES AND FEES FOR TECHNICAL SERVICES” ซึ่ง DTAA ของประเทศอินเดียที่ทำไว้กับประเทศเยอรมนี ประเทศออสเตรีย และประเทศไอร์แลนด์นั้น มีข้อกำหนดเพื่อให้ครอบคลุมบริการด้านการจัดการด้านเทคนิคหรือการให้คำปรึกษา ประกอบกับควรพิจารณาถึงพระราชบัญญัติการประเมินภาษีเงินได้ ค.ศ. 1936 ของประเทศออสเตรเลียเพื่อใช้เป็นต้นแบบในการใหค้านิยามของคำว่า “ค่าสิทธิ” เนื่องจาก ได้ให้คำนิยามของคำว่า ”ค่าสิทธิ” ไว้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะข้อ (ง) กำหนดให้เงินค่าตอบเเทนที่จ่ายกันตามสัญญาให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคถือเป็นค่าสิทธิด้วย ซึ้งจะสามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการตีความธุรกรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกับค่าสิทธิได้..."

เลขที่หนังสือ : กค 0706/10367
วันที่ : 13 ธันวาคม 2548
เรื่อง : ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีเงินได้จากการให้บริการของนิติบุคคลต่างประเทศ
ข้อกฎหมาย : มาตรา 13 วรรคสามแห่งอนุสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่ง สหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ
ข้อหารือ : 
    U.A จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายของประเทศสก็อตแลนด์ ประกอบกิจการให้บริการทดลองทางเคมีแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำมัน แก่ประเทศต่าง ๆ บริษัทฯ ไม่มีสำนักงานสาขาหรือสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย บริษัทฯ ตกลงให้บริการทางวิทยาศาสตร์เคมีแก่บริษัทในประเทศไทย โดยบริษัทในประเทศไทยจะทำการตกลงกับบริษัทฯ ต่อเมื่อบริษัทในประเทศไทยได้ตกลงกับลูกค้าซึ่งเป็นชาวต่างชาติ และต้องการนักวิทยาศาสตร์เคมีชาวต่างชาติเท่านั้น บริษัทในประเทศไทยจะตกลงกับบริษัทฯ ให้ส่งนักวิทยาศาสตร์เคมีชาวต่างชาติเข้ามาเพื่อตรวจสอบส่วนประกอบของน้ำมันร่วมกับนักวิทยาศาสตร์เคมีชาวไทย ตามวิธีการตรวจสอบน้ำมันตามหลักสากลว่าตรงตามส่วนประกอบตามที่ลูกค้าต้องการหรือไม่ ไม่เป็นความลับ และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพหรือส่วนผสมของน้ำมันแต่อย่างใด การเปลี่ยนแปลงสูตรหรือส่วนผสมของน้ำมันจะขึ้นอยู่กับบริษัทในประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการเองเท่านั้น การให้บริการของบริษัทฯ ในการส่งนักวิทยาศาสตร์เคมีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยนั้น ไม่มีการถ่ายทอดสูตรลับ กรรมวิธี หรือข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นการบริการวิศวกรรมเบื้องต้น จึงไม่เข้าลักษณะเงินได้ประเภทค่าสิทธิ แต่ถือเป็นกำไรธุรกิจ ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศไทยตามข้อ 8 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 ถูกต้องหรือไม่

แนววินิจฉัย : 
    หากการให้คำปรึกษาทางเคมีของบริษัทฯ เป็นการให้คำปรึกษาที่มีลักษณะการถ่ายทอดความรู้ที่มีลักษณะเฉพาะตัว มิใช่ความรู้โดยทั่วไปแล้ว ค่าตอบแทนดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้ข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์ เป็นค่าสิทธิ ตามข้อ 13 วรรคสาม แห่งอนุสัญญาระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ ดังนั้น เมื่อบริษัทในประเทศไทยจ่ายค่าตอบแทนจากการให้บริการดังกล่าวให้กับบริษัทฯ บริษัทในประเทศไทยจึงมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินและนำส่งตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้ : 68/33728 

จ่ายเงินค่าฝึกอบรมไปต่างประเทศต้องเสียภาษีหรือไม่
by nara | Feb 15, 2019 | 6.4 เกร็ดความรู้นักบัญชี 
    หากการให้บริการฝึกอบรมของบริษัทผู้สอนในต่างประเทศเป็นเพียงการให้ความรู้แก่พนักงานของบริษัทในประเทศไทยให้มีความรู้เกี่ยวกับระบบการทำงานและการบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยมิได้มีลักษณะของการถ่ายทอดวิทยาการ การถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี สูตร หรือกรรมวิธีลับใด ๆ ที่จะนำไปใช้ดำเนินการผลิตหรือเพิ่มผลผลิตแต่อย่างใด เงินที่จ่ายออกไปถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร นายจ้าง (ผู้จ่าย) ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร 
    แต่ในทางกลับกัน หากบริษัทผู้สอนในต่างประเทศได้มีการถ่ายทอดวิทยาการ การถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี สูตร หรือกรรมวิธีลับใด ๆ ให้แก่พนักงานนั้น เงินที่จ่ายออกไปให้แก่บริษัทในต่างประเทศถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร นายจ้าง (ผู้จ่าย) มีหน้าที่ต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 15 จากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายและนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
    ทั้งนี้ ผู้จ่ายต้องพิจารณาประกอบกับอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยได้ทำไว้กับประเทศซึ่งบริษัทในประเทศไทยได้จ่ายเงินค่าอบรมดังกล่าว เช่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5 ตามข้อ 12 แห่งความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันฯ ประกอบกับมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 เป็นต้น



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ