Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

นำเข้าสินค้าเข้าไปในเขตประกอบการเสรี และขายให้กับบริษัท BOI


เรื่อง นำเข้าสินค้าเข้าไปในเขตประกอบการเสรี และขายให้กับบริษัท BOI
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 07/06/2025 - วันที่ตอบ 21/07/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 78 มาตรา 80 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
ขอสอบถามเกี่ยวกับ เรื่อง การยื่นภาษี ภ.พ 30
    เนื่องจากทางบริษัทฯ เป็นบริษัทที่นำเข้าวัตถุดิบเพื่อมาขายในประเทศไทยปัจจุบันกำลังยื่นคำขออนุญาตสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรเขตประกอบการเสรี อยากสอบถามอาจารย์ว่า กรณีที่ทางบริษัทฯ นำเข้าวัตถุดิบโดยใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากร ไม่ได้เสียภาษีอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากขาเข้านำของมาพักไว้ที่เขตประกอบการเสรีและใช้ประโยชน์ทางด้านภาษี และเมื่อมีการขายให้ลูกค้าซึ่งเป็นลูกค้า BOI ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเช่นเดียวกันเวลาทำพิธีการขาออกจากเขตประกอบการเสรีเพื่อย้ายสินค้าไปให้กับบริษัทที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI 
อยากสอบถามอาจารย์ว่า
1. บริษัทฯ จะต้องเปิดบิลเรียกเก็บกับลูกค้าที่เป็น BOI แบบมี VAT หรือไม่มี VAT คะ 
2. หากเปิดบิลเรียกเก็บแบบไม่มี VAT เรียกเก็บมีเฉพาะค่าราคาวัตถุดิบ อยากทราบว่า เวลายื่นรายได้ ภ.พ.30 จะต้องยื่นอย่างไร
3. กรณีเเบบนี้สอดคล้องกับคำสั่งสรรพากรฉบับใด
วิสัชนา
1. ตามมาตรา 80/1 (6) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ใช้อัตรา 0% ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร ไม่ว่าจะอยู่ในเขตเดียวกันหรือไม่ หรือระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าหรือการให้บริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 123) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับการขายสินค้าหรือการให้บริการบางกรณี ตามมาตรา 80/1 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2545 โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป ดังนี้
    “ข้อ 2 การขายสินค้า การให้บริการที่ก่อให้เกิดสินค้าที่มีรูปร่าง หรือการให้บริการที่ไม่ก่อให้เกิดสินค้าที่มีรูปร่างแต่ทำให้สินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับคลังสินค้าทัณฑ์บน ระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร หรือระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากรไม่ว่าจะอยู่ในเขตปลอดอากรเดียวกันหรือไม่ 
          การให้บริการที่ไม่ก่อให้เกิดสินค้าที่มีรูปร่างตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นการให้บริการกับสินค้าซึ่งส่งออกนอกราชอาณาจักร และต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ 
     ข้อ 3 การขายสินค้าหรือการให้บริการตามข้อ 2 ระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับคลังสินค้าทัณฑ์บน ระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร จะต้องเป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร  
     ข้อ 4 การขายสินค้าหรือการให้บริการตามข้อ 2 ระหว่างผู้ประกอบการกับ ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากรไม่ว่าจะอยู่ในเขตปลอดอากรเดียวกัน หรือไม่ จะต้องเป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” 

2. ตามมาตรา 82/8 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร 
    “มาตรา 83/8 ภายใต้บังคับมาตรา 83/9 ให้ผู้นำเข้าที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มยื่นใบขนสินค้าตามแบบที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนดต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากรตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร พร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร 
(ดู คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.101/2543 ฯ) 
         ในกรณีนำเข้าสินค้าเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือในกรณีนำเข้าเครื่องจักร หรือวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออก ของผู้ได้รับการส่งเสริมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ผู้นำเข้าจะวางเงินประกัน หลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเพื่อเป็นประกันภาษีมูลค่าเพิ่มแทนการชำระภาษีก็ได้
         วิธีการประกันและการถอนประกัน ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 20)) 
         ในการนำเข้าสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (2) (ค) ถ้าภายหลังสินค้านั้นต้องเสียอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรให้ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา 82/1 (3) ยื่นใบขนสินค้าและชำระภาษีตามวรรคหนึ่งพร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร”  

3. ตามข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 80)ฯ ลงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2541 กำหนดลักษณะและเงื่อนไขที่ไม่ต้องนำค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้ามารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (Non VAT Base) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ขายให้แก่ผู้ซื้อ โดยสินค้าดังกล่าวผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายได้นำเข้าจากต่างประเทศ และได้โอนสินค้าให้ผู้ซื้อยื่นใบขนสินค้าขาเข้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากร เพื่อชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ตามมาตรา 83/8 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว
    “ข้อ 2 ค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี
         (9) มูลค่าของสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ขายให้แก่ผู้ซื้อ โดยสินค้าดังกล่าวผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายได้นำเข้าจากต่างประเทศ และได้โอนสินค้าให้ผู้ซื้อยื่นใบขนสินค้าขาเข้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากร เพื่อชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ตามมาตรา 83/8 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าจะต้องมีสำเนาใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรที่ออกให้ผู้ซื้อพร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้"

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
    กรณีบริษัทฯ นำเข้าวัตถุดิบโดยใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากร ไม่ได้เสียภาษีอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากขาเข้านำของมาพักไว้ที่เขตประกอบการเสรีและใช้ประโยชน์ทางด้านภาษี และเมื่อมีการขายให้ลูกค้าซึ่งเป็นลูกค้า BOI ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเช่นเดียวกันเวลาทำพิธีการขาออกจากเขตประกอบการเสรีเพื่อย้ายสินค้าไปให้กับบริษัทที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI นั้น ไม่เข้าลักษณะค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้า ที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี (Non VAT Base) ตามข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร และส่งมอบให้แก่บริษัทลูกค้าที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 78 มาตรา 80 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ