เกี่ยวกับอาคารระหว่างก่อสร้าง ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จเป็นอาคารถาวรที่เป็นอสังหาริมทรัพย์นั้น มีข้อสังเกตดังนี้ 1. ผู้ว่าจ้างยังมิได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในอาคารระหว่างก่อสร้าง เพราะผู้รับจ้างเหมาก่อสร้างยังไม่ได้ส่งมอบอาคารให้แก่ตน เนื่องจากอาคารยังสร้างไม่แล้วเสร็จ แต่ผู้ว่าจ้างก็มีสิทธิในสัญญารับจ้างปลูกสร้างในฐานะผู้ว่าจ้างที่ได้จ่ายเงินค่าจ้างไปแล้วเป็นบางส่วน จึงขอเรียกวา "สิทธิในสัญญาก่อสร้าง" ซึ่งเป็น "สังหาริมทรัพย์" ที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิในข้อผู้พันตามสัญญาก่อสร้าง 2. การโอนขาย "อาคารระหว่างก่อสร้าง" โดยผู้ว่าจ้าง จึงไม่อาจจะเกิดขึ้นได้เลย เนื่องจากตนเองไม่มีกรรมสิทธิ์ในอาคารระหว่างก่อสร้างนั้น ดังได้กล่าวไว้แล้วในข้อ 1 ข้างต้น ในฐานะผู้ว่าจ้างจึงมีเพียงสิทธิในสัญญาก่อสร้างที่ได้กระทำกับผู้รับจ้างเท่านั้น 3. นิติกรรมการโอนงานก่อสร้างระหว่างผู้ว่าจ้างก่อสร้างกับบุคคลอื่น จึงกระทำได้ก็แต่เพียงการโอน "สิทธิในสัญญาก่อสร้าง" เท่านั้น ซึ่งการโอนสิทธิในสัญญาก่อสร้างนี้ ถือเป็นการจำหนายจ่ายโอนสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง ที่เป็นสังหาริมทรัพย์ หากผู้โอนเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ย่อมมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าสำหรับการโอนสิทธิในสัญญาก่อสร้างดังกล่าว โดยให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อรับชำระราคา ตามมาตรา 78/3 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มบางกรณี ดังนี้ "ข้อ 2 การขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง เช่น สิทธิในสิทธิบัตร กู๊ดวิลล์ เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สัมปทาน ค่าสิทธิ หรือ “สินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน” ให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาสินค้า เว้นแต่กรณีได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาสินค้าก็ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (1) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า หรือ (2) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี"
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 1. กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ ก่อสร้างอาคารคลับเฮ้าส์บนที่ดิน ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ เอง เพื่อใช้ในการประกอบกิจการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยทำสัญญาก่อสร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2560 ต่อมา เมื่อปี พ.ศ. 2562 อาคารที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 80% ซึ่งถือเป็นงานก่อสร้างระหว่างทำ บริษัทฯ ได้ขายสิทธิในสัญญาก่อสร้าง อาคารระหว่างทำดังกล่าว ให้กับบริษัทอื่นในประเทศไทย และให้บริษัทที่ซื้ออาคารดังกล่าวเช่าที่ดินระยะยาวต่อไป ซึ่งไม่มีการทำนิติกรรม ที่กรมที่ดินแต่อย่างใด นั้น การขาย "สิทธิในสัญญาก่อสร้างอาคาร" ของบริษัทฯ เป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นสำหรับงานระหว่างก่อสร้างดังกล่าวสามารถนำมาใช้หักกับภาษีขายได้ ไม่ใช่กรณีภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร และตามข้อ 2 (4) แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารขึ้นเพื่อใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและได้ขายอาคารดังกล่าวไปภายใน 3 ปี นับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ แต่อย่างใด
2. ณ วันโอน "สิทธิในสัญญาก่อสร้าง" บริษัทฯ ไม่ต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินแต่อย่างใด เพราะมิใช่เป็นการโอนขายอสังหาริมทรัพย์ หากแต่ต้องทำข้อตกลงในการโอนสิทธิในสัญญาก่อสร้าง และแจ้งให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างได้รับรู้ภาระหน้าที่ และคู่สัญญาคนใหม่ที่ต้องมีภาระผูกพันต่อกันสืบไป บริษัทฯ จึงไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ " |