Case study

การหักกลบลบหนี้ของลูกหนี้ต่างประเทศและเจ้าหนี้ต่างประเทศรายเดียวกัน


เรื่อง การหักกลบลบหนี้ของลูกหนี้ต่างประเทศและเจ้าหนี้ต่างประเทศรายเดียวกัน
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 23/06/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

เหตการณ์

1. บริษัท H ในไทยมีลูกหนี้ ตปท. และ เจ้าหนี้ ตปท. รายเดียวกัน ชื่อบริษัท D เป็นบริษัทในเกาหลีใต้ 

2. บริษัท H ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าบริหารจัดการในประเทศไทย และ VAT7% ไปยังบริษัท D ในเกาหลีใต้ 

3. บริษัท H สั่งซื้ออุปกรณ์ GPS จาก บริษัท D ในเกาหลีใต้ 

4. บริษัท D ในเกาหลีใต้ ส่งใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าสิทธิการ Software ที่ได้ใช้ในไทย จากบริษัท H ในไทย 

คำถาม  ภาระภาษี เเละอัตราเเลกเปลี่ยนที่ต้องใช้ กรณีที่ หักกลบลบหนี้รายการหนี้ระหว่างกัน  

คำตอบ

การหักกลบลบหนี้ (หรือการ Offset)   นั้น เป็นเพียง วิธีการ จ่ายเงินและรับเงิน เท่านั้น ส่วนภาระภาษีให้พิจารณาแยกออกจากกันเป็นราย Transaction ดังนี้

บริษัท H ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าบริหารจัดการในประเทศไทย 

>> ภาษีที่เกี่ยวข้องคือ ภาษีขาย 7%  (รายงานภาษีขาย นำส่ง ภ.พ.30) มาตรา 77/2  และมาตรา 80  แห่งประมวลรัษฎากร

บริษัท D ในเกาหลีใต้ ส่งใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าสิทธิการ Software ที่ได้ใช้ในไทย  

>> ภาษีที่เกี่ยวข้องคือ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (นำส่ง ภ.ง.ด. 54) โดยจะต้องหักในอัตรากี่เปอร์เซ็นต์  ต้องดูเพิ่มเติมที่มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และอนุสัญญาภาษีซ้อนประเทศเกาหลีใต้  ข้อ 13 “ค่าสิทธิ์” หัก 15% 

>> ภาษีมูลค่าเพิ่มบริการที่นำมาใช้ในไทย ตามมาตรา 83/6 (2)(ข)  (นำส่ง ภ.พ.36)

>> เมื่อบริษัทนำส่ง ภ.พ.36 และชำระเงินแล้ว สามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อเพื่อลดยอดภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 ตามมาตรา มาตรา 77/1(18) และมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร


 ภาษีมูลค่าเพิ่ม เเละการใช้อัตราเเลกเปลี่ยน 


  • บริษัท H สามารถนำเจ้าหนี้มาหักออกจากลูกหนี้ค่าบริการได้  เนื่องจากไม่มีกฏหมายใดห้ามไว้ค่ะ
  • บริษัท H ต้องนำส่ง ภาษีขาย 7% ของค่าบริการที่ได้รับชำระ ตามมาตรา 78/1 แห่งประมวลรัษฎากร   
  • การคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน   เนื่องจากหลังจากหักกลบลบหนี้แล้วไม่ได้มีการจ่ายชำระเงินกันจริง ดังนั้นถ้าปัจจุบันบริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนของ BOT ในการบันทึกบัญชีอยู่แล้ว  จึงสามารถใช้ BOT ในการบันทึกบัญชีรายการหักกลบลบหนี้ได้เลยค่ะ โดยจะใช้ วันที่ T หรือ T-1 (ตามกรมสรรพากรจะเป็น T-1) ก็ได้ค่ะ   
  • เนื่องจากรายการนี้เป็นรายการที่บริษัท ให้บริการ บริษัทสามารถใช้ Rate ของ BOT อัตราซื้อถัวเฉลี่ย(ซื้อเงินโอน)
  • คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน ในวันที่ระบุให้ทำการหักกลบลบหนี้ (เอกสารตกลงร่วมกันระหว่าง  บริษัท H  กับ บริษัท D)


ตัวอย่าง วันที่ระบุให้มีผลในการหักกลบลบหนี้ คือวันที่ 23 มิถุนายน 2568  บริษัทควรใช้อัตราซื้อถัวเฉลี่ย BOT วันที่ 20 มิถุนายน 2568= 0.0237/วอน  ในการแปลงค่าเงินวอนให้เป็นเงินไทยบาท


 





ภาษีหัก ณ ที่จ่าย  (ภ.ง.ด.54 ) เเละ ภาษีมูลค่าเพิ่ม(ภ.พ.36)   เเละการใช้อัตราเเลกเปลี่ยน 

การหักกลบลบหนี้เจ้าหนี้ค่าสิทธิการ Software 

  • บริษัท H  บริษัท ยังคงต้องนำส่ง ภงด.54 โดยดูที่มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และอนุสัญญาภาษีซ้อนประเทศเกาหลีใต้  ข้อ 13 “ค่าสิทธิ์” หัก 15% 
  • บริษัทต้อง นำส่ง ภ.พ.36 VAT 7%  ตามมาตรา 83/6 (2)(ข)  แห่งประมวลรัษฎากร  เนื่องจาก บริษัท D ได้ให้บริการ(Software)  จากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการ(Software)  นั้นในราชอาณาจักร(ไทย) และ เมื่อบริษัทนำส่ง ภ.พ.36 และชำระเงินแล้ว สามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อเพื่อลดยอดภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 ตามมาตรา มาตรา 77/1(18) และมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร
  • การคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน   เนื่องจากหลังจากหักกลบลบหนี้แล้วไม่ได้มีการจ่ายชำระเงินกันจริง ดังนั้นถ้าปัจจุบันบริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนของ BOT ในการบันทึกบัญชีอยู่แล้ว  จึงสามารถใช้ BOT ในการบันทึกบัญชีรายการหักกลบลบหนี้ได้เลยค่ะ โดยจะใช้ วันที่ T หรือ T-1 (ตามกรมสรรพากรจะเป็น T-1) ก็ได้ค่ะ   
  • เนื่องจากรายการนี้เป็นรายการที่บริษัท จ่ายค่าสิทธิ์บริษัทสามารถใช้ Rate ของ BOT อัตราขาย
  • คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน ในวันที่ระบุให้ทำการหักกลบลบหนี้ (เอกสารตกลงร่วมกันระหว่าง  บริษัท H  กับ บริษัท D)


มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
             (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ


มาตรา80   ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 10.0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการประกอบกิจการดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้ในมาตรา 80/2
     (1) การขายสินค้า

    (2) การให้บริการ
(3) การนำเข้า
     อัตราภาษีตามวรรคหนึ่ง ให้ลดลงได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ต้องกำหนดอัตราภาษีให้เป็นอัตราภาษีเดียวกัน สำหรับการขายสินค้า การให้บริการและการนำเข้าทุกกรณี

**หมายเหตุ ปัจจุบันขยายเวลาลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 7  ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 (พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 790 พ.ศ. 2567)


มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

บัญชีอัตราภาษีเงินได้

" (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

   "(ข) ภาษีตามมาตรา 70 นอกจากที่ระบุใน (ค)                    ร้อยละ 15


มาตรา 83/6   เมื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือ ราคาค่าบริการให้กับผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี
 
    (1) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 85/3
     “(2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรทั้งนี้ เฉพาะ
(ก) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
        (ข) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ทุกราย”


มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(18) “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา 82/4 วรรคสี่ และให้หมายความรวมถึง
                   (ค) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7


มาตรา 82/3 ภายใต้บังคับมาตรา 82/7 มาตรา 82/8 และมาตรา 82/16 ให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี


https://rd.go.th/817.html#article12

ข้อ 13   ค่าสิทธิ


1.    ภาษีที่รัฐบาลผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งตั้งบังคับเก็บจากค่าสิทธิซึ่งผู้มีถิ่นที่อยู่ในหรือบรรษัทของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง ซึ่งมิได้มีสถานประกอบการถาวรอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐแรกได้จากแหล่งภายในรัฐผู้ทำสัญญานั้น และจากเงินได้ซึ่งได้จากแหล่งภายในรัฐผู้ทำสัญญานั้น ด้วยการจำหน่ายทรัพย์สิน หรือข้อสนเทศตามที่ระบุไว้ในวรรค (2) ของข้อนี้ จะต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของจำนวนเงินทั้งสิ้น

 2.    เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งข้อนี้ "ค่าสิทธิ" หมายถึง ค่าสิทธิใดๆ ค่าเช่า หรือจำนวนเงินอย่างอื่นใดที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนเพื่อการใช้ หรือสิทธิในการใช้

                 (ก) ลิขสิทธิ์ของวรรณกรรม ผลงานทางศิลปะหรือวิทยาศาสตร์ สิทธิบัตร แบบแผนผัง กรรมวิธีลับหรือสูตรลับ เครื่องหมายการค้า ฟิล์มภาพยนตร์ ฟิล์มหรือแถบบันทึกเสียง เพื่อส่งทางวิทยุหรือโทรภาพ หรือทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกัน หรือ

                 (ข)  ข้อสนเทศเกี่ยวกับความรู้ทางอุตสาหกรรม การพาณิชย์ หรือวิทยาศาสตร์ ประสบการณ์ หรือ ทักษะ คำนี้ไม่รวมถึงค่าสิทธิ ค่าเช่า หรือจำนวนเงินอื่นใดที่จ่ายให้เกี่ยวกับการประกอบการเหมืองแร่ เหมืองหิน หรือทรัพยากรธรรมชาติอย่างอื่น




หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ