Case study

การโอนสิทธิ์นำเข้า ต้องยื่น ภ.พ.36 หรือไม่


เรื่อง การโอนสิทธิ์นำเข้า ต้องยื่น ภ.พ.36 หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 24/10/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ซื้อสินค้าจากต่างประเทศและโอนสิทธินำเข้าให้บริษัทลูกค้าในไทยที่เป็น BOI   

คำถาม สับสนเว่าเมื่อทางบริษัท ได้มีการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ แล้ว และให้ซัพพลาย ส่งของดำเนินการกรมศุลฯ ในชื่อลูกค้า  เพราะสิทธิ์ประโยชน์ทางด้าน BOI ของลูกค้า ว เคสนี้ จะมีผลทางภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร และต้องนำส่ง ภ.พ.36 หรือไม่

คำตอบ

คำถามเนื่องจากสับสนเกี่ยวกับหัวข้อดังกล่าว เพราะ ทางบริษัทได้มีการซื้อสินค้าจากต่างประเทศแล้วจะให้ซัพพลายส่งของดำเนินการกรมศุลฯ ในชื่อลูกค้า เพราะสิทธิ์ประโยชน์ทางด้าน BOI ของลูกค้า จึงได้สับสนว่าสรุปแล้วเคสนี้จะมี ภ.พ.36 เกิดขึ้นไหม


คำตอบ  อธิบายเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้า)ขอยกตัวอย่างตามภาพนะคะ 


 


การกระทำที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 จากภาพตัวอย่างข้างต้น   

เหตุการณ์ทั่วไป

  • บริษัท ข ขายสินค้าให้บริษัท ก ในประเทศไทย จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) ตามมาตรา 77/2(1)
  • บริษัท ข นำเข้าสินค้าเข้ามาในประเทศไทย จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีซื้อ) ตามมาตรา 77/2(2)


มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
    (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ

   (2) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า



เหตุการณ์พิเศษ (กรณีโอนสิทธิ์นำเข้า)

บริษัท J ส่งสินค้า  (บริษัท ข โอนสิทธิ์ในการนำเข้า ให้บริษัท ก) ดังนั้น บริษัท ก จึงเป็นผู้นำเข้าสินค้า


โดยหลัก  เมื่อบริษัท ก นำเข้าสินค้าเข้ามาในประเทศไทย จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีซื้อ) ตามมาตรา 77/2(2)

  1. ถ้าบริษัท ก ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ วันนำเข้าแล้วบริษัท ข ผู้ ขายสินค้าให้บริษัท ก ในประเทศไทย ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากบริษัท ก อีก เนื่องจากเข้าลักษณะ ตามข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)   ดังนั้น บริษัท ข ออกเอกสาร ใบแจ้งหนี้/ใบส่งสินค้า ให้บริษัท ก 
  2. แต่ ถ้าบริษัท ก ไม่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ วันนำเข้า เช่น ใช้สิทธิ์ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) บริษัท ข ผู้ ขายสินค้าให้บริษัท ก ในประเทศไทย ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากบริษัท ก เนื่องจากไม่เข้าลักษณะ ตามข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)  ดังนั้น บริษัท ข ออกเอกสาร ใบแจ้งหนี้/ใบส่งสินค้า/ใบกำกับภาษี ให้บริษัท ก

จากคำถาม สรุป คำตอบคือ

- ถ้าบริษัท ก เสีย VAT เมื่อนำเข้าแล้ว บริษัท ข ไม่ต้องเรียกเก็บ VAT จาก บริษัท ก ซ้ำอีกครั้ง 

- ถ้าบริษัท ก ยังไม่เสีย VAT เมื่อนำเข้า   บริษัท ข ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากบริษัท ก  

- ทั้ง 2 แบบ ไม่มีรายการใดที่เกี่ยวข้องกับ ภ.พ.36 ดังนั้น ไม่ต้องยื่น ภ.พ.36 ค่ะ 


ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)

เรื่อง    กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี 

ตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร


ข้อ 2ค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี

   "(9) มูลค่าของสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ขายให้แก่ผู้ซื้อ โดยสินค้าดังกล่าวผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายได้นำเข้าจากต่างประเทศ และได้โอนสินค้าให้ผู้ซื้อยื่นใบขนสินค้าขาเข้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากร เพื่อชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ตามมาตรา 83/8 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าจะต้องมีสำเนาใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรที่ออกให้ผู้ซื้อพร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้"



การกระทำที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 83/6 

สำหรับ ภ.พ. 36  คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ ผู้ประกอบการต่างประเทศมีหน้าที่ต้องเสีย   แต่ กฎหมายตาม  มาตรา 83/6 กำหนดให้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้ามีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มแทน  ซึ่งจะเกิดขึ้น กรณีดังต่อไปนี้

  1. ผู้ประกอบการที่ต่างประเทศ  เข้ามา   ขายสินค้า หรือ ให้บริการ ในประเทศไทย และไม่ได้จด VAT
  2. ผู้ประกอบการที่ต่างประเทศ  

(ก)  ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ บริษัทในไทย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
 (ข)  ให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ แก่ผู้ใช้บริการทุกราย


จากคำถาม สรุป คำตอบคือ

          การโอนสิทธิ์นำเข้า ไม่ใช่การกระทำตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น บริษัท ข ผู้จ่ายเเงินค่าสินค้าให้บริษัท J ญี่ปุ่น จึงไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทน บริษัท J ญี่ปุ่น  เนื่องจากไม่เข้าลักษณะตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร 


มาตรา 83/6เมื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการให้กับผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี
(1) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 85/3
(2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เฉพาะ
(ก) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
                   (ข) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ทุกราย



หมายหตุ สำหรับเรื่อง โอนสิทธิ์นำเข้า มีรายการ Tax Case Study ที่อาจารย์สุเทพสอน  สามารถกดเข้าไปเรียนได้นะคะ มีเคสตัวอย่างเพิ่มเติมด้วยค่ะ  คลิ๊กที่นี่เพื่อเรียน EP.2 เจาะประเด็นหน้าที่ทางภาษีการโอนสิทธินำเข้า (Tax Case Study) 



เคสที่ 1


เรื่อง

การโอนสิทธินำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยใช้สิทธิ์ BOI เพื่อลดหย่อนภาษีนำเข้าให้เป็น 0%

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 01/02/2023 - วันที่ตอบ 09/02/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ฯ

ปุจฉา

สอบถามเกี่ยวกับกรณีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยใช้สิทธิ์ BOI เพื่อลดหย่อนภาษีนำเข้าให้เป็น 0% เริ่มจาก

    1. บริษัท A เป็นบริษัทในไทย (ผู้นำเข้า และขายสินค้า)

    2. บริษัท B เป็นบริษัทในไทย (ผู้ซื้อสินค้าจากบริษัท A และเป็นสมาชิกใน BOI.)

    3. บริษัท C เป็นบริษัทในต่างประเทศ (ผู้ผลิตสินค้า)

    ทั้งนี้บริษัท B มีความต้องการซื้อสินค้าจากบริษัท C แต่ไม่มีความรู้เรื่องสินค้า (เครื่องจักร) และไม่มีความรู้ในการตรวจเช็คสินค้าตอนมาส่ง การติดตั้ง และการบำรุงรักษา จึงขอให้บริษัท A เป็นผู้ซื้อสินค้าจากทางบริษัท C ให้และนำมาขายต่อให้บริษัท B อีกที (สรุปราคาซื้อขายที่ 5 ล้านบาท) หลังจากนั้นบริษัท A จึงได้ทำการติดต่อและเซ็นเอกสารสัญญาซื้อขายกับบริษัท C โดยมีการชำระเงินและมีเอกสาร PO, invoice ในการนำเข้าเป็นชื่อของบริษัท A ทุกอย่าง สรุปราคาที่ 2.5 ล้านบาท แต่บริษัท C ซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัท A และเป็นสมาชิกใน BOI. ได้แจ้งบริษัท A ว่าจะขอใช้สิทธิ BOI. เพื่อลดหย่อนภาษีในการนำเข้าเคสนี้ แม้ตนเองไม่ได้เป็นผู้นำเข้าเองทำให้เอกสารใบขนสินค้า, ใบเสร็จจากการท่าเรือ, ค่าออกของในฝั่งไทย ถูกระบุเป็นชื่อบริษัท B ตามเงื่อนไขของ BOI. (แต่ท้ายสุดบริษัทชิปปิ้ง ได้ออกใบวางบิลและใบเสร็จมาเรียกเก็บเงินจากบริษัท A แทน) หลังจากนั้นบริษัท A แลบริษัท B ก็ได้ทำการซื้อขายกัน โดยออกใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องในไทยต่อไป

    ปัญหาตอนนี้ก็คือ การที่บริษัท A ซึ่งเป็นผู้ขายและนำเข้าได้เอาสิทธิ BOI. ของบริษัท B ไปใช้ในใบขนสินค้า

สอบถามว่า

กรณีใบขนเป็นชื่อบริษัท B ไม่ใช่บริษัท A บริษัท A จะลงบัญชีต้นทุน ค่าใช้จ่ายอย่างไรคะ รวมถึงภาษีนิติบุคคลจะมีปัญหากระทบหรือไม่ เคยมีเคสแบบนี้บ้างไหมคะ

วิสัชนา

1. ตามข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 80) ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2541 ได้กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร

    “ข้อ 2. ค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี...  

         (9) มูลค่าของสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ขายให้แก่ผู้ซื้อ โดยสินค้าดังกล่าวผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายได้นำเข้าจากต่างประเทศ และได้โอนสินค้าให้ผู้ซื้อยื่นใบขนสินค้าขาเข้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากร เพื่อชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ตามมาตรา 83/8 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าจะต้องมีสำเนาใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรที่ออกให้ผู้ซื้อพร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้"

2. ตามมาตรา 83/8 แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติว่า

    “มาตรา 83/8 ภายใต้บังคับมาตรา 83/9 ให้ผู้นำเข้าที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มยื่นใบขนสินค้าตามแบบที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนดต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากรตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร พร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

         ในกรณีนำเข้าสินค้าเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือในกรณีนำเข้าเครื่องจักร หรือวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออก ของผู้ได้รับการส่งเสริมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ผู้นำเข้าจะวางเงินประกัน หลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกัน เพื่อเป็นประกันภาษีมูลค่าเพิ่มแทนการชำระภาษีก็ได้

         วิธีการประกันและการถอนประกัน ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี

(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 20) ประกอบ)

         ในการนำเข้าสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (2) (ค) ถ้าภายหลังสินค้านั้นต้องเสียอากร ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา 82/1 (3) ยื่นใบขนสินค้าและชำระภาษี ตามวรรคหนึ่งพร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร”


 ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีตามข้อเท็จจริง

    1.กรณีบริษ้ท B จำกัด ในประเทศไทย สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท A จำกัด ในประเทศไทย และบริษัท A จำกัด ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท C จำกัดในประเทศไทย ซึ่งบริษัท A จำกัด ได้สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวไปยังบริษัท C จำกัด ในต่างประเทศ

    2. บริษัท A จำกัด จะเป็นเจ้าของสินค้า และเป็นผู้นำสินค้าเข้ามาในประเทศไทยด้วยตนเอง แต่เมื่อสินค้าเข้ามาถึงท่าเรือไทย บริษัท A จำกัด ได้โอนสิทธิการนำเข้าสินค้าให้แก่บริษัท B จำกัด เนื่องจากบริษัท B จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ได้สิทธิประโยขน์โดยมีสิทธิวางหลักประกันหรือจัดให้มีการค้ำประกันอากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 83/8 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เช่นนี้ย่อมไม่เข้าลักษณะและเงื่อนไขตามข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะและเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 80)ฯ ลงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2541 ดังนั้น เมื่อบริษัท B จำกัด ส่งมอบสินค้าให้แก่บริษัท C จำกัด จึงอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ของราคาสินค้าที่ตกลงซื้อขายกัน (5 ล้านบาท)

    3. บริษัท A รับรู้ต้นทุนตามอินวอยส์ของบริษัท C โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการออกของ เนื่องจากบริษัท A โอนสิทธิการนำเข้าสินค้าไปให้บริษัท B เป็นผู้นำเข้าแทนตน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ  คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เคสที่ 2


เรื่อง

ซื้อสินค้าจากต่างประเทศและโอนสิทธินำเข้าให้บริษัทลูกค้าในไทยที่เป็น BOI

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 16/09/2024 - วันที่ตอบ 03/10/2024

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ขอคำปรึกษาเรื่อง ภ.พ.36 ค่ะ

    บริษัท A เป็นนิติบุคคลไทย

    บริษัท B เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ และไม่ได้เข้ามาประกอบกิจการในไทย

    บริษัท C เป็นนิติบุคคลไทย ซึ่งได้รับการส่งเสริม BOI

บริษัท A ซื้อของจากบริษัท B เพื่อนำมาติดตั้งให้กับบริษัท C สินค้าขาเข้าได้รับสิทธิ BOI จึงนำเข้าในนามบริษัท C จึงไม่มีอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มในใบขนสินค้าขาเข้า เมื่อบริษัท A โอนเงินไปต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้าให้กับบริษัท B แล้วบริษัท A มีหน้าที่ต้องยื่น ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปหรือไม่


สุเทพ พงษ์พิทักษ์ วิสัชนา:

    กรณีตามข้อเท็จจริง เมื่อบริษัท A โอนเงินไปต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้าให้กับบริษัท B แล้วบริษัท A ไม่มีหน้าที่ต้องยื่น ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป แต่อย่างใด หากแต่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่นำเข้าจากบริษัท 


Apple Pengpitoon

    เรียนท่านอาจารย์สุเทพ ขอขอบคุณพระคุณที่ท่านช่วยให้ชัดเจน แต่ขอเรียนถามต่อว่า ในกรณีที่บริษัท C ได้รับสิทธิ BOI และสิทธิ BOI นั้น ไม่ได้ใช้เพื่อการส่งออกบริษัท A ยังสามารถยึดหลักการยื่น ภ.พ.36 ได้ตามข้างต้นหรือไม่

ถ้าใช่ เป็นเพราะเหตุผลที่ว่า สินค้าดังกล่าวได้ผ่านพิธีการศุลกากรมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้ใดในการนำเข้าสินค้าใช่หรือไม่

วิสัชนา

ในกรณีที่บริษัท C ได้รับสิทธิ BOI และสิทธิ BOI นั้น ไม่ได้ใช้เพื่อการส่งออก บริษัท A ยังสามารถยึดหลักการยื่น ภ.พ.36 ได้ตามข้างต้น กล่าวคือ บริษัท A ไม่มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.36 เพราะเหตุผลที่ว่า สินค้าดังกล่าวได้ผ่านพิธีการศุลกากรมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้ใดในการนำเข้าสินค้า ถูกต้องแล้วครับ


 
Axxx Pxx

ขอบพระคุณท่านอาจารย์สุเทพมากๆ นะคะ ต่อไปนี้จะได้มีหลักในการยื่น ภ.พ.36 ให้ถูกต้องค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ