Case study

บุคคลธรรมดา มารับงานเป็นวิทยากร ให้บริษัท ต้องหัก ณ ที่จ่าย ยื่นด้วยเเบบ ภงด.3 หรือ ภงด. 1 อัตราภาษีเท่าไรคะ


เรื่อง บุคคลธรรมดา มารับงานเป็นวิทยากร ให้บริษัท ต้องหัก ณ ที่จ่าย ยื่นด้วยเเบบ ภงด.3 หรือ ภงด. 1 อัตราภาษีเท่าไรคะ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 26/04/2025
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทว่าจ้างบุคคลธรรมดา มารับงานเป็นวิทยากร  จ่ายยอด 15,000 บาท

บริษัท ต้องหัก ณ ที่จ่าย ยื่นด้วยเเบบ ภงด.3 หรือ  ภงด. 1 อัตราภาษีเท่าไรคะ

คำตอบ

ตอบ

สำหรับการว่าจ้างวิทยากร (บุคคลธรรมดา โดย ไม่ได้ผ่านบริษัทหรือหน่วยงานใดๆ) นั้น ถือว่า วิทยากรนั้น มีเงินได้พึงประเมินเนื่องจากการรับทำงานให้ ตามมาตรา 40(2)แห่งประมวลรัษฎากร  การหักภาษี ณ ที่จ่าย จึงต้องหักตาม มาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร คำนวณตามเกณฑ์ในมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากร  คือ

  • ต้องหักภาษี โดย ณ ที่จ่าย  โดยนำเงินได้พึงประเมิน หัก ค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ และ คำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา(ขั้นบันได) เหมือน เงินได้ประเภท 40(1) เงินเดือน
  • เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(2)แห่งประมวลรัษฎากร  
    • เมื่อหักภาษีแล้วให้ นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.ตามมาตรา 52 และมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่จ่าย และ
    • บริษัทฯ ยังมีหน้าที่ต้องนำส่ง ภ.ง.ด.1 ก  เงินได้ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ตามมาตรา 58 แห่งประมวลรัษฎากร  ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี
    • พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้วิทยากรเพื่อนำไปเครดิตภาษีตอนยื่นแบบภาษีประจำปี ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ของปีถัดไป

อย่างไรก็ตาม จากคำถาม เอกสารตัวอย่างที่แนบมานั้น เป็นการจ่ายมูลค่า 15,000 บาท นั้น เมื่อคำนวณตามเงื่อนไขข้างต้นแล้ว ไม่มีภาษีที่ต้องชำระ ดังนั้น บริษัทจึงไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่ะ 


มาตรา 40   เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

  1. เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้นั้นไม่ว่าหน้าที่ หรือตำแหน่งงาน หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว


มาตรา 50 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้


         (1) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น
          ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายตามความในวรรคก่อนไม่ลงตัว เหลือเศษเท่าใดให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสียทั้งปี  


มาตรา 48  เงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้ดังต่อไปนี้
             (1) เงินได้พึงประเมินเมื่อได้หักตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 47 หรือมาตรา 57 เบญจ แล้ว เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ ต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้



ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 451)

เรื่องกำหนดแบบแสดงรายการเกี่ยวกับภาษีเงินได้หักณที่จ่าย


ข้อ  3กำหนดให้แบบดังต่อไปนี้เป็นแบบแสดงรายการหักภาษีและนำเงินภาษีส่งตามมาตราเตรสมาตรา52 และมาตรา 69 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร

(1) ภ.ง.ด.แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หักณที่จ่ายตามมาตรา59แห่งประมวลรัษฎากรใช้สำหรับการหักภาษีณที่จ่ายตามมาตรา50 (1) แห่งประมวลรัษฎากรกรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา40 (1) และ(2) แห่งประมวลรัษฎากร

(2) ภ.ง.ด.แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หักณที่จ่ายตามมาตรา58 (2) แห่งประมวลรัษฎากรใช้สำหรับแสดงรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร


มาตรา 58ภายในเดือนมกราคมทุก ๆ ปี

      (2) ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ตามมาตรา 50 ยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อเจ้าพนักงานประเมินแสดงรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) (2) และ (4)

     ( ดูประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการตามมาตรา 58 )

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่องขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการตามมาตรา 58 แห่งประมวลรัษฎากร

---------------------------------------------

ด้วยมาตรา 58 แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติให้หัวหน้าส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลยื่นรายการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร และให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1)(2) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในเดือนมกราคมทุก ๆ ปี โดยที่เป็นการสมควรขยายกำหนดการยื่นรายการสำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินหรือเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินบางประเภท ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1ให้ขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการตามมาตรา 58 แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้ยื่นรายการภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุก ๆ ปี เฉพาะกรณี

                           (1) การยื่นรายการตามมาตรา 58(1) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะรายการการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร

                           (2) การยื่นรายการตามมาตรา 58(2) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2527 เป็นต้นไป



มาตรา 59 พร้อมกับการนำเงินภาษีส่งตามมาตรา 52 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลอื่น ยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด แสดงการหักภาษีเป็นรายตัวผู้มีเงินได้พึงประเมิน  


มาตรา 52 บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลซึ่งมีหน้าที่หักภาษีตามมาตรา 50 (1) (2) (3) และ (4) ต้องนำเงินภาษีที่ตนมีหน้าที่ต้องหักไปส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จ่ายเงิน ไม่ว่าตนจะได้หักภาษีไว้แล้วหรือไม่


อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

การหักภาษีค่าวิทยากร / และที่ปรึกษาเป็นรายได้ 40 (2) จ่ายให้แก่บุคคลธรรมดาภายนอก

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 25/06/2020 - วันที่ตอบ 08/08/2020

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40 (1) และ (2), มาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

รบกวนสอบถามค่าวิทยากร / และที่ปรึกษาเป็นรายได้ 40 (2) จ่ายให้แก่บุคคลธรรมดาภายนอก ปกติจะหักภาษีตามอัตราก้าวหน้าโดย ทำรายงานสรุปยอดสะสมของแต่ละบุคคล ต้องไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี ทุกครั้งที่จ่ายจะออกหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย ทันที่ที่จ่ายเงิน ถ้ายอดรวมทั้งปียังไม่ฐานภาษีรวมจะหักภาษี 0% และพอสิ้นปี จะสรุป ภ.ง.ด.1ก ส่งกรมสรรพากร ว่าวิทยากรแต่ละท่านมีรายได้สะสมเท่าไร แบบนี้ทำถูกไหมค่ะ

แต่ถ้าวิทยากรหรือที่ปรึกษาท่านใดฐานรวมรายได้ต่อปีถึงเกณฑ์ก็จะหักภาษีตาม % อัตราก้าวหน้า แต่ถ้าไม่ถึงก็ออกหนังสือรับรองแต่หักภาษี 0 บาท เพื่อให้วิทยากร/ที่ปรึกษารวบรวมเงินได้ตัวเองนำส่ง ภ.ง.ด.90/91 ทุกสิ้นปีซึ่งรายได้จะตรงกับที่ทาง มูลนิธิฯนำส่ง ภ.ง.ด.1ก ประจำปีค่ะ

วิสัชนา

การปฏิบัติดังกล่าวข้างต้นถูกต้องดีงามแล้ว

ในส่วนขอเงินได้ขั้นต่ำที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร นั้น ต้องไม่เกิน 310,000 บาท ซึ่งมีที่มาจาก

    ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 50% แต่ไม่เกิน...100,000

    ค่าลดหย่อนส่วนตัวผู้มีเงินได้......................60,000

    เงินได้สุทธิที่ได้รับยกเว้น...........................150,000

    รวม........................................................310,000

กรณีมีการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ก็ให้รวมเข้าไปด้วย ก็จะได้เกณฑ์เงินได้ขั้นต่ำที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ