1. ตามข้อ 2 วรรคสอง ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 153/2559 เรื่อง การเสียอากรสำหรับตราสารการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ และตราสารจ้างทำของ ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินว่า ตราสารตามวรรคหนึ่ง หากมิได้มีการชําระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน ถือว่าตราสารนั้นไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ต้องชําระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน และเสียเงินเพิ่มอากร ตามมาตรา 113 และ 114 แห่งประมวลรัษฎากร “ข้อ 2 ตราสารดังต่อไปนี้ต้องชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร (1) เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ (ก) ตราสารที่มีค่าเช่าตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป สำหรับตราสารที่กระทำตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป (ข) ตราสารที่รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เช่า หรือ (ค) ตราสารที่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน (2) จ้างทำของ (ก) ตราสารที่มีสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป สำหรับตราสารที่กระทำตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป หรือ (ข) ตราสารที่รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ว่าจ้างและมีสินจ้างตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ตราสารตามวรรคหนึ่ง หากมิได้มีการชําระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน ถือว่าตราสารนั้นไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ต้องชําระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน และเสียเงินเพิ่มอากร ตามมาตรา 113 และ 114 แห่งประมวลรัษฎากร”
2. ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 84/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การลดเงินเพิ่มอากร ตามมาตรา 113 และมาตรา 114 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2542 อธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 วรรคสอง แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 129 (พ.ศ. 2512) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยอากรแสตมป์และอากรมหรสพ กำหนดหลักเกณฑ์การลดเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้ "ข้อ 1 ให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรซึ่งต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากนำตราสารที่ถูกกำหนดให้ชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 123 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรไปชำระอากรโดยวิธีปิดแสตมป์ลงบนตราสารดังกล่าว เมื่อผู้มีหน้าที่เสียอากรนำตราสารดังกล่าวไปชำระอากรเป็นตัวเงินพร้อมกับเงินเพิ่มอากรให้เสียเงินเพิ่มอากรร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินอากรนับแต่วันที่ต้องชำระอากร การเสียเงินเพิ่มอากรตามวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับเงินเพิ่มอากรที่คำนวณจากเงินอากรที่ต้องเสียเฉพาะกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียอากรได้ปิดแสตมป์ลงบนตราสารที่ถูกกำหนดให้ชำระอากรเป็นตัวเงินตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นไป ข้อ 2 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นไป"
3. ตามมาตรา 122 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ที่ได้เสียอากรแสตมป์เกินกว่าจำนวนที่ต้องเสียตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนอากรแสตมป์ส่วนที่เกินไปนั้น ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในเวลา 6 เดือน นับแต่วันเสียอากร หรือค่าเพิ่มอากร พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผล และเอกสารซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรืออธิบดีกรมสรรพากเห็นควรให้ยื่นสนับสนุนคำร้อง เพื่อประกอบการพิจารณาคืนเงินค่าอากรแสตมป์ เมื่ออธิบดีกรมสรพากรพิจารณาเห็นว่า เกินไปจริงก็ให้คืนค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรที่เกินไปนั้นแก่ผู้เสียอากรได้ แต่คำร้องที่กล่าวนั้นต้องยื่น
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 1. กรณีบริษัทฯ ทำสัญญารับจ้างทำของในปี พ.ศ. 2566 (Supplier) มูลค่าจ้างทำของตามสัญญาจำนวน 2.8 ล้านบาท ซึ่งตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสำหรับตราสารบางลักษณะ ลงวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2538 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 54) ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 153/2559 เรื่อง การเสียอากรสำหรับตราสารการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ และตราสารจ้างทำของ ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 กำหนดให้ตราสารจ้างทำของที่มีมูลค่าจ้างทำของตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ให้ต้องเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน
2. กรณีตราสารจ้างทำของที่มีมูลค่าจ้างตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป มิได้มีการชําระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน ถือว่าตราสารนั้นไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ต้องชําระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน และเสียเงินเพิ่มอากร ตามมาตรา 113 และ 114 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 84/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การลดเงินเพิ่มอากร ตามมาตรา 113 และมาตรา 114 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2542 อธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 วรรคสอง แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 129 (พ.ศ. 2512) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยอากรแสตมป์และอากรมหรสพ กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรซึ่งต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากนำตราสารที่ถูกกำหนดให้ชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 123 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรไปชำระอากรโดยวิธีปิดแสตมป์ลงบนตราสารดังกล่าว เมื่อผู้มีหน้าที่เสียอากรนำตราสารดังกล่าวไปชำระอากรเป็นตัวเงินพร้อมกับเงินเพิ่มอากรให้เสียเงินเพิ่มอากรร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินอากรนับแต่วันที่ต้องชำระอากร
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |