Case study

จ่ายค่าแปลภาษาเกี่ยวกับเอกสารกำกับยาให้กับบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์


เรื่อง จ่ายค่าแปลภาษาเกี่ยวกับเอกสารกำกับยาให้กับบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 16/12/2024
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทประกอบกิจการจำหน่ายเวชภัณฑ์ยา ได้มีการจ้างบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์แปลภาษาเกี่ยวกับเอกสารกำกับยาและยื่นเกี่ยวกับ GMP หลังจากแปลเสร็จทางบริษัทได้จัดส่ง file PDF ส่งผ่านทาง E-mail บริษัทจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ภงด.54  เเละ มีหน้าที่นำส่ง ภพ.36 ค่าบริการ หรือไม่

คำตอบ

ตอบ  

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.54


ก่อนอื่นต้องตรวจสอบว่า การแปลภาษาเอกสารกำกับยาและยื่นเกี่ยวกับ GMP นั้น เข้าลักษณะค่าสิทธิ์ ตามข้อ 12 ของอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ไทย- สิงคโปร์ หรือไม่ 


  1. ถ้าเข้านิยามคำว่าค่าสิทธิ (อนุสัญญาภาษีซ้อนข้อ 12) >> บริษัท ต้องหัก ณ ที่จ่าย  ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ DTA  ข้อ 12   (ก) 5%หรือ  (ข)  8หรือ  (ค) 10%  ขึ้นอยู่กับว่าเข้าเกณฑ์ของนิยามคำว่า สิทธิ์ประเภทใด   และต้องนำส่ง ภ.ง.ด.54 


  1. ถ้าไม่เข้านิยามคำว่าค่าสิทธิ >> จะถือว่าเป็นกำไรธุรกิจ  (อนุสัญญาภาษีซ้อนข้อ 7) ให้พิจารณาต่อเรื่องสถานประกอบการ (อนุสัญญาภาษีซ้อนข้อ 5)  ซึ่งตามข้อเท็จจริงที่แจ้งมา บริษัทสิงคโปร์ไม่ได้มีสถานประกอบการ มีเพียงสาขาที่เป็นอิสระและไม่ได้กระทำการใดๆ ในการเป็นตัวแทนของบริษัทสิงค์โปร์เพื่อให้บริการกับบริษัทเลย  ดังนั้น เมื่อไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย >>   บริษัท ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และไม่ต้องนำส่ง ภ.ง.ด.54 




https://www.rd.go.th/fileadmin/download/nation/singapore_t_revise1.pdf


 



มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม



อ้างอิง

เรื่อง

จ่าย Consultancy service ไปที่ประเทศสิงคโปร์

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 02/09/2024 - วันที่ตอบ 10/09/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 70, มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

บริษัทจ่าย Consultancy service ไปที่ประเทศสิงคโปร์ต้องนำส่ง ภ.ง.ด.54 หรือไม่ค่ะ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ จ่าย Consultancy service ไปที่ประเทศสิงคโปร์ ต้องนำส่ง ภ.ง.ด.54 หรือไม่ นั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของค่า Consultancy fee ว่าเข้าลักษณะเป็นค่าสิทธิ (Royalty) หรือไม่

    (1) หากไม่เข้าลักษณะเป็น ค่าสิทธิ และบริษัทผู้ให้บริการในประเทศสิงคโปร์มิได้ประกอบกิจการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย บริษัทฯ ก็ย่อมไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และนำส่งภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.54 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร แต่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ของค่าบริการที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในประเทศไทย ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร 

    (2) หากจ่าย Consultancy service นั้นเป็นการจ่ายค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้ข้อสนเทศ เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือวิทยาศาสตร์ (payment of any kinds received as consideration for the use of, or the right to use information concerning industrial commercial or scientific experience) เข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าสิทธิ (Royalty) ตามข้อ 12 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย - สิงคโปร์ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 12 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – สิงคโปร์ และมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 ดังนี้

“ข้อ 12

ค่าาสิทธิ

    1. ค่าสิทธิที่เกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง และจ่ายให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งอาจเก็บภาษีใด้ในอีกรัฐหนึ่งนั้น

    2. อย่างไรก็ตาม ค่าสิทธิเช่นว่านั้น อาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งค่าสิทธินั้นเกิดขึ้นและเป็นไปตามกฎหมายของรัฐนั้น แต่ถ้าเจ้าของผลประโยชน์ในค่สิทธินั้นเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง ภาษีที่เรียกเก็บจะต้องไม่เกิน

           (ก) ร้อยละ 5 ของจำนวนค่าสิทธิทั้งสิ้น ถ้าค่าสิทธินั้นจ่ายเป็นค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรืองานวิทยาศาสตร์ใด ๆ รวมทั้งฟิล์มภาพยนตร์หรือฟิล์มหรือเทป ที่ใช้สำหรับการกระจายเสียงทางวิทยุหรือทางโทรทัศน์

           (ข) ร้อยละ 8 เพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตรหรือกรรมวิธีลับใด ๆ หรือเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้อุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม ทางพาณิชย์ หรือวิทยาศาสตร์ และ

           (ค) ร้อยละ 10 ของจำนวนค่าสิทธิอื่น ๆ

    3. คำว่า "ค่าสิทธิ" ที่ใช้ในข้อนี้หมายถึง การจ่ายไม่ว่าชนิดใด ๆ ที่ได้รับเป็นคำตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้ซึ่งลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ รวมทั้งฟิล์มภาพยนตร์ หรือฟิล์มหรือเทป ที่ใช้สำหรับการกระจายเสียงทางวิทยุหรือทางโทรทัศน์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตรลับหรือกรรมวิธีลับใด ๆ หรือเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้อุปกรณ์ทางอุตสาหกรวม ทางพาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์ หรือเพื่อข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุดสาหกรรม ทางพาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์

    4. บทบัญญัติของวรรค 1 และ 2 ของข้อนี้ จะไม่ใช้บังคับ ถ้าเจ้าของผลประโยชน์ในค่าสิทธิเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง ประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง ซึ่งค่าสิทธินั้นเกิดขึ้นโดยผ่านสถานประกอบการถาวรที่ตั้งอยู่ในอีกรัฐหนึ่งนั้น หรือให้บริการส่วนบุคคลที่เป็นอิสระในรัฐอีกรัฐหนึ่งนั้น จากฐานประกอบการประจำที่ตั้งอยู่ในอีกรัฐหนึ่งนั้น และสิทธิหรือทรัพย์สินในส่วนที่เกี่ยวกับคำสิทธิที่จ่ายนั้น มีส่วนเกี่ยวร้องในประการสำคัญกับสถานประกอบการถาวรหรือฐานประกอบการประจำนั้น ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ใช้บหบัญญัติของข้อ 8 หรือข้อ 14 บังคับแล้วแต่กรณี”

    นอกจากนี้ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ของค่าบริการที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในประเทศไทย ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร อีกด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.36


ทางบริษัทสิงคโปร์ ได้จัดส่ง file PDF ส่งผ่านทาง E-mail ทางบริษัทได้มีการส่งคำแปลให้ทางหน่วยงานราชการของประเทศไทย เพื่อให้บริษัทในไทยได้ใช้ผลของการบริการนี้ในประเทศไทย ดังนั้น เมื่อบริษัทจ่ายเงินให้บริษัทที่สิงคโปร์ บริษัทมีหน้าที่นำส่ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.36 ตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร


มาตรา 83/6   เมื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือ ราคาค่าบริการให้กับผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี
 
    (1) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 85/3
     “(2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรทั้งนี้ เฉพาะ
        (ก) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
        (ข) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ทุกราย”


อ้างอิง

เรื่อง

จ่ายค่าบริการสอบเทียบเครื่องมือให้บริษัทที่ประเทศสิงคโปร์

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 10/01/2024 - วันที่ตอบ 26/03/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 70, มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

กรณีบริษัทลูกจ่ายค่าบริการสอบเทียบเครื่องมือให้บริษัทที่ประเทศสิงคโปร์ หนูต้องยื่นภาษีอะไรบ้างคะ

วิสัชนา

1. กรณีบริษัทลูกในประเทศไทย จ่ายค่าบริการสอบเทียบเครื่องมือให้บริษัทแม่ในประเทศสิงคโปร์ เข้าลักษณะเป็นกำไรจากธุรกิจ เมื่อบริษัทแม่ผู้ให้บริการมิได้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยและไม่มีสถานประกอบการถาวรอยู่ในประเทศไทย บริษัทแม่ผู้ให้บริการในประเทศสิงคโปร์ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ตามข้อ 5 และ ข้อ 7 วรรคแรก แห่งอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าเช่าออกไปให้แก่ผู้ให้เช่าในต่างประเทศ บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด



 

2. กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าบริการสอบเทียบเครื่องมือให้แก่บริษัทแม่ในประเทศสิงคโปร์ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และเป็นกรณีที่ผู้ประกอบการได้ให้บริการในต่างประเทศและมีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้จึงมีหน้าที่ต้องนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องเสีย พร้อมทั้งยื่นแบบแสดงรายการ ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ