FB CPA Solution ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ

ทำความเข้าใจ TFRS 17 สัญญาประกันภัยเพิ่มเติม โดยเริ่มต้นจากคำจำกัดความ และประเด็นที่อาจเข้าใจผิดพลาด


เรื่อง ทำความเข้าใจ TFRS 17 สัญญาประกันภัยเพิ่มเติม โดยเริ่มต้นจากคำจำกัดความ และประเด็นที่อาจเข้าใจผิดพลาด
แหล่งที่มา FB CPA Solution ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ
วันที่
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ทำความเข้าใจ TFRS 17 สัญญาประกันภัยเพิ่มเติม โดยเริ่มต้นจากคำจำกัดความ และประเด็นที่อาจเข้าใจผิดพลาด

คำตอบ
พี่น้อง AC2 เรามาทำความเข้าใจ TFRS 17 สัญญาประกันภัยเพิ่มเติม โดยเริ่มต้นจากคำจำกัดความ และประเด็นที่อาจเข้าใจผิดพลาด ซึ่งน่าจะมีส่วนต่อคะแนนประมาณ 1-5 คะแนนครับ 
คำจำกัดความ: สัญญาประกันภัยคือสัญญาที่ฝ่ายหนึ่ง (ผู้รับประกันภัย) ยอมรับความเสี่ยงจากการประกันภัยอย่างมีนัยสำคัญจากอีกฝ่ายหนึ่ง (ผู้ถือกรมธรรม์) โดยตกลงที่จะชดเชยผู้ถือกรมธรรม์ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคต (เหตุการณ์ที่เอาประกันภัย) ซึ่งส่งผลกระทบทางลบต่อผู้ถือกรมธรรม์
TFRS 17: Mistake vs Correct – เข้าใจสัญญาประกันภัยแบบไม่พลาด
________________________________________
1. สัญญาประกันภัย = สัญญาที่บริษัทจ่ายเงินหากเกิดเหตุการณ์ไม่ดี
    - สิ่งที่ถูก: ต้องเป็นสัญญาที่มี การโอนความเสี่ยงด้านการประกันภัยอย่างมีนัยสำคัญ (Significant insurance risk) จากผู้ถือกรมธรรม์มายังผู้รับประกันภัย
    - ตัวอย่าง: ประกันชีวิต → ผู้รับประกันภัยจะจ่ายเงินหากผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อนครบกำหนด → ถือว่าโอนความเสี่ยงชัดเจน
________________________________________
2. ถ้ามีเงินจ่ายคืนแน่นอน ก็เป็นสัญญาประกันภัย
    - สิ่งที่ถูก: ถ้าสัญญาจ่ายผลตอบแทนที่ “แน่นอน” โดยไม่มีความเสี่ยงไม่แน่นอน → เป็น สัญญาการเงิน (Financial Instrument)
    - ตัวอย่าง: เงินฝากประจำแบบมีผลตอบแทนคงที่ ไม่มีเหตุการณ์ไม่แน่นอน → ไม่ใช่สัญญาประกันภัย
________________________________________
3. การพนันกับประกันภัยก็เหมือนกัน เพราะขึ้นกับเหตุการณ์ในอนาคต
    - สิ่งที่ถูก: การพนัน ไม่มี ผลกระทบทางลบจริงต่อผู้ถือสัญญา และไม่ได้มีการโอนความเสี่ยงจริง → จึงไม่ใช่สัญญาประกันภัย
    - ตัวอย่าง: แทงว่าทีม A จะชนะบอลโลก → ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย → การพนัน ไม่ใช่ประกัน แต่ถ้าทำประกันร้านค้าในกรณีไฟไหม้ → มีความเสียหายจริง → เป็นสัญญาประกันภัย
________________________________________
4. สัญญาบริการแบบเหมาจ่ายรายปี เช่น ค่าบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้า ถือเป็นประกันภัย
    - สิ่งที่ถูก: ต้องแยกให้ออกว่าเป็น “Service contract” หรือไม่ ถ้าไม่โอนความเสี่ยง (ไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาระจ่ายเงินโดยไม่ได้ควบคุมได้) → ไม่ถือเป็นสัญญาประกันภัย
    - ตัวอย่าง: แพ็กเกจซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดปี ไม่ใช่ประกันภัย เพราะค่าใช้จ่ายเป็น “ค่าบริการ” ล่วงหน้า และไม่ขึ้นกับเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอน
________________________________________
5. ทุกประกันชีวิตถือเป็นสัญญาประกันภัย
    - สิ่งที่ถูก: เฉพาะสัญญาที่มี insurance risk อย่างมีนัยสำคัญ เท่านั้น
    - ตัวอย่าง: แบบสะสมทรัพย์ที่จ่ายคืนครบแน่นอน ไม่ว่าเสียชีวิตหรืออยู่ครบสัญญา → ถ้า risk ส่วนประกันน้อยมาก → อาจไม่เข้าข่ายสัญญาประกันภัย ต้องประเมินอีกครั้ง
________________________________________
6. ประกันที่มีทั้งความคุ้มครองและการลงทุน ต้องบันทึกทั้งหมดเป็นประกันภัย
    - สิ่งที่ถูก: TFRS 17 อนุญาตให้ แยกส่วน (Unbundling) ระหว่างส่วนที่เป็นประกันภัย กับส่วนที่เป็นการเงินหรือลงทุน
    - ตัวอย่าง: ประกันควบการลงทุน (Unit-linked) → ส่วนของความคุ้มครองชีวิตต้องใช้ TFRS 17, ส่วนของการลงทุนใช้ TFRS 9
________________________________________
7. ถ้าพอร์ตไม่มีความเสี่ยงรวมมากพอ ก็ไม่ต้องใช้ TFRS 17
    - สิ่งที่ถูก: การประเมินความเสี่ยงดู “รายสัญญา” ไม่ใช่พอร์ตรวม ถ้าสัญญาหนึ่งมีความเสี่ยงสูงก็ต้องเข้า TFRS 17
    - ตัวอย่าง: แม้จะขายประกันที่คืนทุน 90% แต่ถ้ามีความเสี่ยงขาดทุนบางกรณี = ยังถือเป็นประกันภัย
________________________________________
8. ประกันแบบปีต่อปี ไม่ต้องใช้ TFRS 17 เพราะไม่ใช่ long-term
    - สิ่งที่ถูก: ระยะสัญญาสั้นหรือยาวไม่ใช่ประเด็นหลัก → ถ้ามีความเสี่ยงประกันภัย ก็ต้องใช้ TFRS 17
    - ตัวอย่าง: ประกันรถรายปี = ต้องใช้ TFRS 17 แต่อาจบันทึกบัญชีอย่างง่ายแบบ Premium Allocation Approach (PAA) แทน General Model
________________________________________
9. ถ้าผู้ขายบริการยอมคืนเงินลูกค้าเมื่อเกิดเหตุไม่ดี = ถือเป็นประกันภัย
    - สิ่งที่ถูก: ต้องพิจารณาว่าการคืนเงินนั้นเป็น ผลตอบแทนจากบริการ หรือชดเชยจากเหตุการณ์ไม่แน่นอน
    - ตัวอย่าง: คืนค่าธรรมเนียมลูกค้าหากไม่พอใจบริการ = ไม่ใช่ประกันภัย (ไม่มี insurable event)
________________________________________
10. ธุรกรรมใด ๆ ที่ “เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง” ก็นับเป็นประกันภัย
    - สิ่งที่ถูก: ต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วน:
        1. ความไม่แน่นอน
        2. ผลกระทบทางลบต่อผู้ถือ
        3. การโอนความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ
    - ตัวอย่าง: หุ้นกู้แปลงสภาพมีความเสี่ยง แต่ไม่ได้ “โอนความเสี่ยง” → ไม่ใช่ประกันภัย
________________________________________
TFRS 17 ยากเพราะมันซ่อนความเสี่ยงไว้ในรายละเอียด
รายละเอียดว่าอะไรคือสัญญาประกันภัย
อะไรควร unbundle
ถ้ามีคนช่วย guide ตรงจุด = เพิ่มโอกาสสอบผ่านแบบไม่เดา
สมัครเรียนกับเรา
CPA Solution – สอนเข้าใจง่าย พร้อมเน้นจุดออกสอบจริง
Line: @cpasolution | Facebook: CPA Solution หรือ www.cpasolution.biz 



มาทำให้เป็นเรื่องง่ายด้วยบริการของ Tax-EZ  สนใจสมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิกที่นี่

ติดตามข่าวสารของ Tax-EZ ได้ทาง Website : tax-ez.info ,  Facebook Page : Tax-EZ

ติดตาม FB เพจที่ให้ความรู้ทางด้านบัญชีกับ FB CPA Solution   ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ  คลิ๊ก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB CPA Solution   ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาแบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ