Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การส่งสินค้าจากประเทศไทยไปขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ โดยต้องส่งสินค้าไปไว้ที่คลังสินค้าของเจ้าของแพลตฟอร์มก่อน


เรื่อง การส่งสินค้าจากประเทศไทยไปขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ โดยต้องส่งสินค้าไปไว้ที่คลังสินค้าของเจ้าของแพลตฟอร์มก่อน
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 14/03/2025 - วันที่ตอบ 21/03/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
ในนามบุคคลธรรมดาจด VAT มีการส่งสินค้าจากไทยไปขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศ โดยต้องส่งสินค้าไปไว้ที่คลังสินค้าของเจ้าของแพลตฟอร์มก่อนเป็นลอตใหญ่ เมื่อลูกค้าปลีกซื้อสินค้า เจ้าของแพลตฟอร์มนั้นจะเป็นผู้ส่งสินค้าให้ลูกค้าเอง
ปัจจุบันการส่งสินค้าเป็นทางอากาศผ่านขนส่งเช่น UPS FEDEX DHL และ Freight forwarder ซึ่งชื่อผู้ส่งออกในใบขนสินค้าเป็น shipper เหล่านี้และเป็นแบบ consolidated shipment จากผู้ใช้บริการขนส่งรายอื่นด้วย 
ไม่มีระบุชื่อบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ขายในใบขนสินค้าออก ไม่มีใบสั่งซื้อจากผู้ซื้อใน ตปท.เพราะส่งสินค้าไปไว้ที่คลังก่อน
กรณีนี้ต้องการจะยื่น VAT ส่งออกเป็น 0% ให้ถูกต้อง
1. ต้องมีเอกสารใดที่ต้องใช้ยื่นบ้างคะ
2. เอกสารต้องระบุรายละเอียดอย่างไร
3. ไม่มีการออกใบกำกับภาษีให้ผู้ขาย เพราะสินค้าส่งไปที่คลังก่อน ต้องใช้เอกสารใดคำนวน VAT 7% ค่ะ
วิสัชนา
ภาระภาษีเกี่ยวกับการส่งสินค้าจากประเทศไทยไปขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ
1. กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 
    ตามมาตรา 40 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับปีภาษี 2502 เป็นต้นไป กำหนดให้ถือว่า ผู้มีหน้าทีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่หรือตามคำสั่งของตัวแทนนั้น เป็นการขายในประเทศไทย โดยให้ถือราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งไปนั้น ได้แก่ ราคา FOB เป็นเงินได้พึงประเมินในปีที่ได้ส่งไปนั้น ดังต่อไปนี้ 
    “มาตรา 40 ทวิ ผู้ใดส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่หรือตามคำสั่งของสำนักงานใหญ่ สาขา ตัวการ ตัวแทน นายจ้าง หรือลูกจ้างให้ถือว่าการที่ได้ส่งสินค้าไปนั้นเป็นการขายในประเทศไทยด้วย และให้ถือราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งไปเป็นเงินได้พึงประเมินในปีที่ส่งไปนั้น
         ความในวรรคก่อนมิให้ใช้บังคับในกรณีที่สินค้านั้น
         (1) เป็นของที่ส่งไปเป็นตัวอย่างหรือเพื่อการวิจัยโดยเฉพาะ
         (2) เป็นของผ่านแดน
         (3) เป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วส่งกลับออกไปให้ผู้ส่งเข้ามาภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่สินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักร
         (4) เป็นของที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วส่งกลับคืนเข้ามาให้ผู้ส่งในราชอาณาจักรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร” 
    ดังนั้น กรณีบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ได้ส่งสินค้าจากประเทศไทยออกไปรอขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ โดยต้องส่งสินค้าไปไว้ที่คลังสินค้าของเจ้าของแพลตฟอร์มก่อนเป็นลอตใหญ่ นั้น บุคคลธรรมดาผู้นั้นต้องรับรู้เงินได้พึงประเมินจากการส่งสินค้าออกไปพักไว้ที่แพลตฟอร์มต่างประเทศของปีภาษีที่ได้ส่งสินค้าออกไปนั้น โดยถือราคา FOB ณ วันที่ได้ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศนั้น เป็นรายได้ในปีภาษีที่ได้ส่งสินค้าออกไปดังกล่าว

2. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม 
    ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 97/2543 เรื่อง การส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2543 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้ 
    “ข้อ 13 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศโดยว่าจ้างผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศให้จัดส่งสินค้า ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากรจะต้องมีหลักฐานดังต่อไปนี้ พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ 
         (1) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ซื้อในต่างประเทศซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนจริง เช่น Proforma Invoice หรือ Purchase Order หรือ Order Note หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน 
         (2) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ว่าจ้างผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศให้จัดส่งสินค้าไปต่างประเทศ 
         (3) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศได้รับสินค้าที่จะดำเนินการส่งออกจากผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยเอกสารดังกล่าวต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ 
              (ก) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ 
              (ข) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อในต่างประเทศ 
              (ค) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า 
              (ง) วัน เดือน ปี ที่ออกเอกสาร 
         (4) หลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกในนามของผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศที่ผ่านพิธีการศุลกากรฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร
         (5) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เช่น หลักฐานการเปิด L/C (Letter of Credit) หรือหลักฐานการจัดทำ T/T (Telex Transfer) หรือ T/P (Term of Payment) หรือเอกสารที่ระบุว่านำเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ Bank Statement เป็นต้นเว้นแต่กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งสินค้าไปเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยไม่มีค่าตอบแทน ก็ไม่จำต้องมีหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice)
     ข้อ 14 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศโดยว่าจ้างผู้ประกอบการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล (Freight Forwarder) ให้จัดส่งสินค้า ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องมีหลักฐานดังต่อไปนี้ พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ 
            (1) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ซื้อในต่างประเทศซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนจริง เช่น Proforma Invoice หรือ Purchase Order หรือ Order Note หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน 
            (2) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ว่าจ้างผู้ประกอบการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล (Freight Forwarder) หรือทำสัญญาเช่าตู้คอนเทนเนอร์ (Container) จากผู้ประกอบการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล (Freight Forwarder) ให้ดำเนินการจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศแทนผู้ประกอบการจดทะเบียน
            (3) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล (Freight Forwarder) ได้รับสินค้าที่จะดำเนินการส่งออกจากผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยเอกสารดังกล่าวต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ 
                 (ก) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ 
                 (ข) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อในต่างประเทศ 
                 (ค) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า 
                 (ง) วัน เดือน ปี ที่ออกเอกสาร 
            (4) หลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกในนามของผู้ประกอบการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล (Freight Forwarder) ที่ผ่านพิธีการศุลกากรฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร 
            (5) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า(Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เช่น หลักฐานการเปิด L/C (Letter of Credit) หรือหลักฐานการจัดทำ T/T (Telex Transfer) หรือ T/P (Term of Payment) หรือเอกสารที่ระบุว่านำเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ Bank Statement เป็นต้นเว้นแต่กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งสินค้าไปเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยไม่มีค่าตอบแทน ก็ไม่จำต้องมีหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice)
     ข้อ 15 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งสินค้าไปต่างประเทศโดยทางไปรษณีย์จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากรจะต้องมีหลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกที่ผ่านพิธีการศุลกากรฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน” 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
    ปัจจุบันการส่งสินค้าเป็นทางอากาศผ่านขนส่งเช่น UPS FEDEX DHL และ Freight forwarder ซึ่งชื่อผู้ส่งออกในใบขนสินค้าเป็น shipper เหล่านี้และเป็นแบบ consolidated shipment จากผู้ใช้บริการขนส่งรายอื่นด้วย ไม่มีระบุชื่อบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ขายในใบขนสินค้าออก ไม่มีใบสั่งซื้อจากผู้ซื้อใน ตปท.เพราะส่งสินค้าไปไว้ที่คลังก่อน กรณีนี้ต้องการจะยื่น VAT ส่งออกเป็น 0% ให้ถูกต้อง
    (1) บริษัทฯ ต้องมีเอกสารประกอบตามข้อ 13 หรือข้อ 14 ของคำสั่งกรมสรรพรกรที่ ป. 97/2543 ฯ ดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะหลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศได้รับสินค้าที่จะดำเนินการส่งออกจากบริษัทฯ และหลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกในนามของผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศที่ผ่านพิธีการศุลกากรฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หากมีรายการเอกสารที่ไม่ตรงตามที่กรมสรรพากรกำหนด ให้จัดทำคำชี้แจงเพิ่มเติม 
    (2) เอกสารต้องระบุรายละเอียดอย่างไร
    (3) ไม่มีการออกใบกำกับภาษีให้ผู้ขาย เพราะสินค้าส่งไปที่คลังก่อน ตามมาตรา 78 (4) ประกอบมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวรัษฎากร นั้น กำหนดให้การส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ บริษัทฯ ต้องมีหลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกในนามของผู้ประกอบการรับขนส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศที่ผ่านพิธีการศุลกากรฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร เป็นสำคัญ และการปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 97/2543 ฯ ข้างต้น บริษัทฯ จึงย่อมได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออกสินค้าในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ