Case study

ภ.พ.30 ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ไม่ต้องการขอคืน จะนำมาเครดิตได้หรือไม่


เรื่อง ภ.พ.30 ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ไม่ต้องการขอคืน จะนำมาเครดิตได้หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 31/12/2024
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ยื่นแบบ ภพ.30 ปรากฎ ว่ามีภาษีชำระเกิน (ยอดซื้อมากกว่ายอดขาย) ไม่ต้องการขอคืน บริษัทไม่ต้องการขอคืน จะนำมาเครดิตได้หรือไม่   (ขอสอบถาม ทั้งการยื่นปกติ เเละ การยื่นเพิ่มเติม) 

คำตอบ

ตอบ  การยื่นแบบเพิ่มเติม ภพ.30 ปรากฎ ว่ามีภาษีชำระเกิน (ยอดซื้อมากกว่ายอดขาย) ตาม มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฏากร บริษัทสามารถเลือกได้ 2 วิธี 

วิธีที่ 1  บริษัทสามารถ นำไปเครดิตภาษี (สะสมไว้ เพื่อนำไปใช้หักกับภาษีขายในอนาคต)   หรือ 

วิธีที่ 2 ขอคืนภาษี โดย สามารถแสดงความประสงค์ที่จะขอคืน โดย

  • ติ๊กที่หน้าแบบ ภ.พ.30  ที่ยื่นภาษีประจำเดือนได้เลย  หรือ 
  • กรณีที่มีการยื่นเพิ่มเติม หรือปรับปรุง  ให้บริษัทขอคืนที่แบบ ภ.พ.30 ที่ยื่นเพิ่มเติม  หรือ
  • กรณีที่ลืมเครดิตภาษีในเดือนใดๆ  บริษัทไม่สามารถยกไปเครดิตข้ามไปในเดือนอื่น ๆ ได้แต่ให้ขอคืนเป็นเงินสดโดยยื่นคําร้องด้วยแบบ ค.10  

ดังนั้น 

การยื่นปกติ  :    กรณีที่บริษัทไม่ต้องการคืนเป็นเงินสด แต่ต้องการเครดิตเนื่องจากเกรงว่าจะมีการตรวจสอบที่ยุ่งยากนั้น ก็สามารถกระทำได้ เพราไม่มีข้อห้ามใดๆกล่าวห้ามไว้

อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำเพิ่มเติม ว่าบริษัทจะเลือกใช้วิธีใดนั้นควรต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงของบริษัทว่าเหมาะสมกับวิธีใด เช่น

  1. บริษัทเป็นผู้ประกอบการ ที่ขายสินค้า/ให้บริการ กับลูกค้าในประเทศไทย >> กรณีนี้ แสดงว่า อนาคตบริษัทอาจจะมีภาษีขาย 7% จำนวนมาก ดังนั้น การที่บริษัทเก็บภาษีซื้อด้วยวิธีเครดิต ก็ย่อมมีประโยชน์กับบริษัทมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องถูกเจ้าหน้าที่ตรวจจากการขอคืน ทำให้ยอดภาษีซื้อที่สะสมมาทั้ง 100% นำมาหักกับภาษีขายได้ 
  2. บริษัทเป็นผู้ประกอบการที่  ขายสินค้า/ให้บริการ ต่างประเทศ หรือ เข้าเขตปลอดอากร  >>   กรณีนี้ แสดงว่า อนาคตบริษัทอาจจะไม่มีภาษีขาย 7% หรือมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอที่จะมาหักกับภาษีซื้อที่เครดิตมา ซึ่งหมายความว่าการที่บริษัทเก็บเครดิตไว้ไม่ก่อประโยชน์กับบริษัท  เพราะ ภาษีซื้อที่สะสมไว้จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ และท้ายที่สุดบริษัทก็จะต้องตัดสินใจ  ไม่ขอคืนภาษี (ยอมตัดเป็นค่าใช้จ่ายบวกกลับ ตามมาตรา 65 ตรี(6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร หรือ ตัดสินใจขอคืนภาษีในอนาคต  โดยยอดภาษีซื้อจะถูกสะสมหลายปี บริษัทจะต้องจัดทำข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตรวจจำนวนมาก โอกาสที่จะมีเอกสารไม่ครบถ้วนหรือตอบเจ้าหน้าที่ไม่ได้ก็จะมีสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทได้คืนไม่เต็มจำนวน  ดังนั้นจึงขอแนะนำให้บริษัทรีบขอคืนตั้งแต่ช่วงแรกๆจะดีกว่าค่ะ และติ๊กขอคืนทุกเดือน  เพราะการขอคืนเร็วจะทำให้ข้อมูลที่ถูกตรวจยังไม่มาก และเมื่อข้อมูลของบริษัทได้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจและได้คืนแล้ว โดยปกติ ถ้าบริษัทไม่ตกเกณฑ์ความเสี่ยงใดๆเพิ่ม (เช่น มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายเกินอัตราที่กำหนด มีเหตุผู้อื่นฟ้องร้องว่าบริษัททำไม่ถูกต้อง  หรือเกณฑ์อื่นใดตามที่กรมสรรพากรกำหนด)    บริษัทจะได้รับคืนต่อเนื่องโดยไม่ถูกตรวจประมาณ 2 ปี กล่าวคือ บริษัทจะได้รับเงินคืนเข้าบัญชีพร้อมเพย์อัตโนมัติ 

การยื่นเพิ่มเติม  :    บริษัทไม่สามารถเครดิต ได้ เนื่องจากว่า การเครดิตภาษี ตามมาตรา 84 เเห่งประมวลรัษฎากรนั้น อนุญาตให้เครดิตได้ เฉพาะการยื่นปกติเท่านั้น   

มาตรา 84 ระบุว่า ให้นำมาเครดิตได้   เฉพาะ เครดิตภาษีที่เหลืออยู่ในแต่ละเดือนภาษีจากการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3    เว้นแต่ ในกรณีที่มีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติมเพราะการยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 83/4 ก็ให้มีสิทธิขอคืนพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติมนั้น


มาตรา 82/3 ภายใต้บังคับมาตรา 82/7 มาตรา 82/8 และมาตรา 82/16 ให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี
หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ผู้ประกอบการชำระภาษีเท่ากับส่วนต่างนั้น
 หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ให้เป็นเครดิตภาษีและให้ผู้ประกอบการนั้นมีสิทธิได้รับคืนภาษีหรือนำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามส่วน 8
 ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีตามวรรคหนึ่งเพราะมีเหตุจำเป็นตามที่อธิบดีกำหนด ให้มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด แต่ต้องไม่เกินสามปีนับจากวันที่ได้มีการออกใบกำกับภาษี


มาตรา 84เครดิตภาษีที่เหลืออยู่ในแต่ละเดือนภาษีจากการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธินำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา หรือมีสิทธิขอคืนพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีของเดือนภาษีนั้นตามมาตรา 83 หรือมาตรา 83/1 เว้นแต่ ในกรณีที่มีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติมเพราะการยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 83/4 ก็ให้มีสิทธิขอคืนพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติมนั้น


อ้างอิง

เรื่อง

ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไป

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 28/04/2024 - วันที่ตอบ 23/05/2024

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

เครดิตตามมาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

กรณีที่บริษัทฯ ไม่ประสงค์ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา และใช้การเครดิตภาษีมาทุกเดือนจนถึงปีปัจจุบัน 2567 กรณีการเครดิตภาษีถูกต้องไหมครับ หรือเราสามารถเครดิตภาษีได้สูงสุดเพียง 5 ปี เท่านั้น

วิสัชนา

การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเครดิตตามมาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากร

1.ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบแสดงรายการ ฯ และมีเครดิตภาษีเหลืออยู่จากการคํานวณภาษีในเดือนภาษีใด มีสิทธิขอนําเครดิตภาษีคงเหลือนั้นยกไปชําระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดจากเดือนภาษีที่คํานวณภาษีนั้น และหากในเดือนภาษีที่นําเครดิตไปชําระยังมีเครดิตภาษีคงเหลืออยู่อีกก็ให้นําไปชําระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดไปได้เช่นนี้ถัดไป จนกว่าเครดิตที่เหลืออยู่นั้นจะหมดไป การไม่ลงลายมือชื่อในช่อง “การขอคืนภาษี” ให้ถือว่าประสงค์จะนําเครดิตภาษีไปชําระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดไป ในกรณีที่มิได้นําเครดิตภาษีที่เหลืออยู่ไปชําระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีถัดไปจะยกเครดิตภาษีดังกล่าวข้ามไปชําระภาษีในเดือนอื่น ๆ ไม่ได้แต่ให้ขอคืนเป็นเงินสดโดยยื่นคําร้องด้วยแบบ ค.10 


2.กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 สำหรับเดือนภาษีเกินกำหนดเวลา สามารถนำภาษีที่ชำระเกินมาขอเครดิตได้ ตามมาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 242) พ.ศ. 2534 สำหรับเดือนภาษีถัดไปก็ยังคงสามารถนำเครดิตยกมาใช้เครดิตภาษีได้ หากไม่นำเครดิตยกมาใช้ ก็สามารถยื่นคำร้องขอคืนเป็นเงินสดได้ เช่น

    คำถาม : ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีมีนาคม นำยอดเครดิตภาษีมาใช้ในการคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เดือนภาษีกุมภาพันธ์ยังไม่ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีกุมภาพันธ์ ภายหลังจากยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนภาษีมีนาคมแล้ว กรณีนี้ เดือนภาษีกุมภาพันธ์ จะขอคืนภาษีเป็นเครดิตได้หรือไม่ และเดือนภาษีมีนาคมมีสิทธินำยอดเครดิตภาษียกมาใช้ในการคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่

    คำตอบ : กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 สำหรับเดือนกุมภาพันธ์เกินกำหนดเวลา สามารถนำภาษีที่ชำระเกินมาขอเครดิตได้ ตามมาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 242) พ.ศ. 2534 สำหรับเดือนภาษีมีนาคมก็สามารถนำเครดิตยกมาใช้เครดิตภาษีได้ หากไม่นำเครดิตยกมาใช้ ก็สามารถยื่นคำร้องขอคืนเป็นเงินสดได้”

(FAQ ของกรมสรรพากรเลขที่ 403484 เรื่อง: ยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติ เกินกำหนดเวลา นำเครดิตภาษีมาใช้ได้)  

    กรณีดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ชั้นเริ่มแรกของการนำระบบภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้บังคับในประเทศไทย ซึ่งตามหลักการและเหตุผล เกี่ยวกับการนำเครดิตภาษีไปใช้ในเดือนภาษีถัดไป นั้น ยอมให้ใช้ได้เฉพาะการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติ เท่านั้น และไม่ว่าแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกตินั้น จะยื่นภายในกำหนดเวลาหรือไม่ ก็ตาม


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีบริษัทฯ มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และได้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเครดิต มาโดยตลอดจนกระทั่งปี พ.ศ. 2567 เช่นนี้ บริษัทฯ ปฏิบัติถูกต้องแล้ว แต่หากถูกเรียกตรวจสอบการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว บริษัทฯ ต้องแสดงหลักฐานใบกำกับภาษีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบันแก่เจ้าพนักงานประเมิน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของภาษีซื้อดังกล่าว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ