กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น 1. การรับรู้รายได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าสมาชิก ให้ถือปฏิบัติดังนี้ 1.1 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ มีสิทธิเลือกรับรู้รายได้ค่าสมาชิกที่เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินก้อนเพื่อตอบแทนการให้บริการทั้งจำนวน ไม่ว่ารายได้นั้นจะเกิดขึ้นจากการผ่อนชำระหรือชำระครั้งเดียว และไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันมารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการ หรือจะนำรายได้นั้นมาเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบปี และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการก็ได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3.8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ดังนี้ “3.8 การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการสนามกอล์ฟหรือกิจการให้บริการตามสัญญาระยะยาวแก่สมาชิกให้ใช้เกณฑ์สิทธิตามข้อ 2 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องนำรายได้ที่เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินก้อนเพื่อตอบแทนการให้บริการทั้งจำนวน ไม่ว่ารายได้นั้นจะเกิดขึ้นจากการผ่อนชำระหรือชำระครั้งเดียว และไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันมารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการ หรือจะนำรายได้นั้นมาเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบปี และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามสัญญา แต่ไม่เกินสิบรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มให้บริการก็ได้ กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่งได้มีการจ่ายคืนเงินดังกล่าวตามข้อตกลงหรือสัญญา ให้นำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้จ่ายคืนเงิน” 1.2 กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ย่อมมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่าสมาชิก ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 1.3 กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม การให้บริการแก่สมาชิก ถือเป็นรายได้จากการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องนำค่าสมาชิกทั้งหมด มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
2. การรับรู้รายได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเติมเงิน ไม่มีวันหมดอายุ ให้ถือปฏิบัติดังนี้ 1.1 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล (1) เมื่อได้รับเงินจากการเติมเงิน ให้บริษัทฯ บับทึกบัญชีเป็นเงินรับล่วงหน้า (Advanced) โดยยังไม่ต้องรับรู้รายได้ (2) ให้บริษัทฯ รับรู้เป็นรายได้ค่าบริการเมื่อลูกค้าได้ใช้บริการเป็นรายครั้ง และตัดเงินค่าบริการจากการเติมเงินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด 1.2 กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ย่อมมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่าสมาชิก ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 1.3 กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินที่บริษัทฯ ได้รับจากการเติมเงินของลูกค้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องนำค่าสมาชิกทั้งหมด มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
3. การรับรู้รายได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเก็บค่าขนส่ง และ outsource ออกไป (บริษัทจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรับจ้างขนส่งสาธารณะด้วย) ให้ถือปฏิบัติดังนี้ 3.1 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้บริษัทฯ รับรู้เป็นรายได้ค่าบริการเมื่อลูกค้าได้ใช้บริการเป็นรายครั้ง ตามเกณฑ์สิทธิตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 3.2 กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (1) สำหรับลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ย่อมมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของค่าขนส่ง ตามข้อ 12/4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 (2) เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าขนส่งให้แก่ Outsource ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของค่าขนส่ง (ซึ่งบริษัทฯ สามารถ track รายการต่อรายการได้ว่าการรับเงินแต่ละครั้งส่งให้outsourceเป็นจำนวนเงินเท่าไร) ทั้งนี้ ตามข้อ 12/4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 เช่นเดียวกัน 3.3 เนื่องจากการให้บริการขนส่ง เป็นการให้บริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่ต้องนำรายได้จากการรับจ้างขนส่งไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่อย่างใด 4. กรณีมีการรับเงินค่าสินค้าแทนเจ้าของสินค้า (บริษัทฯ ไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง) โดยที่ไม่มีส่วนต่างของค่าสินค้าเลย และทำจ่ายเจ้าของสินค้าตามบิลเรียกเก็บ เช่นนี้ บริษัทฯ ไม่ต้องรับรู้รายได้จากการเรียกเก็บเงินแทนผู้ขายสินค้า แต่อย่างใด
5 ต่อเนื่องจากข้อ 4 บริษัทฯ ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีเพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าบริการขนส่งในประเทศ
6. กรณี COD (cash on delivery) ลูกค้าจะโอนเงินมาที่บริษัทสำหรับค่าขนส่งและสินค้าก่อน และเมื่อขนส่ง (Outsource) ทำการจัดส่งสำเร็จ ขนส่งจะมาเก็บเงินที่บริษัทฯ สำหรับค่าขนส่ง บวก surcharge ค่าบริการ 2% จากนั้นค่าสินค้า บริษัทฯ จะทำการโอนคืนผู้ค้าในระบบ + ค่าบริการ 2% เช่นนี้ ค่าบริการ 2% ดังกล่าว สมาชิก ถือเป็นรายได้จากการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องนำค่าสมาชิกทั้งหมด มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับค่าขนส่งซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร ที่บริษัทฯ เรียกเก็บจากลูกค้า ต้องออกใบเสร็จตามมาตรา 105 และมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ได้แสดงในใบกำกับภาษีสำหรับค่าบริการ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |