Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บุคคลธรรมดา ประกอบกิจการรับซื้อ-ขาย พืชผลทางการเกษตร
เรื่อง | บุคคลธรรมดา ประกอบกิจการรับซื้อ-ขาย พืชผลทางการเกษตร |
แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
วันที่ | วันที่ถาม 30/06/2024 - วันที่ตอบ 02/07/2024 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 40, มาตรา 81 (1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 28/2535 |
ปุจฉา | กรณีบุคคลธรรมดา รับซื้อ-ขาย พืชผลทางการเกษตร ต้องยื่นภาษีไหมคะ ต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ |
วิสัชนา | กรณีบุคคลธรรมดา ประกอบกิจการรับซื้อ-ขาย พืชผลทางการเกษตรมีภาระภาษีอากร ดังนี้ 1. กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1.1 เงินได้พึงประเมินจากการขายพืชผลทางการเกษตร เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง ดังนี้ (1) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ให้นำเงินได้การขายพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนไป ยื่นรายการและชำระภาษีภายในเดือนกันยายนของทุกปีภาษี โดยใช้แบบ ภ.ง.ด.94 (2) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ให้นำเงินได้การขายพืชผลทางการเกษตร ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนธันวาคม ไปยื่นรายการและชำระภาษีภายใน เดือนมีนาคมของปีถัดไป โดยใช้แบบ ภ.ง.ด.90 ทั้งนี้ ให้นำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีที่ชำระไว้ตาม (1) มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษี 1.2 ในการเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาจากการขายพืชผลทางการเกษตร ตามข้อ 2 ให้คำนวณหักค่าใช้จ่ายตามมาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 8 (25) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 ดังนี้ (1) หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตรา 60% ของเงินได้ (2) หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร 1.3 รายการลดหย่อน (1) ค่าลดหย่อนส่วนตัวผู้มีเงินได้ 60,000 บาท (2) คู่สมรส (ไม่มีเงินได้หรือมีเงินได้รวมคำนวณภาษี) 60,000 บาท (3) บุตร คนละ 30,000 บาท บุตรตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. 2561 เพิ่มคนละ 30,000 บาท (4) ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา คนละ 30,000 บาท (5) ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท (6) ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 60,000 บาท (7) เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปหรือเงินฝากที่มีประกันชีวิตเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท และเบี้ยประกันสุขภาพตนเอง เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 25,000 บาท ทั้งสองรายการรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท (8) ประกันชีวิตคู่สมรส (ไม่มีเงินได้) 10,000 บาท (9) ประกันสุขภาพบิดา มารดา 15,000 บาท (10) ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อบ้าน เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท (11) เงินบริจาค เพื่อสนับสนุนการศึกษา / กีฬา สังคมต่าง ๆ และโรงพยาบาลรัฐ 2 เท่า ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ให้แก่มูลนิธิ / สาธารณกุศล และบริจาคอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้พรรคการเมือง ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท 1.4 การมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องจัดทำบัญชีหรือรายงานแสดงรายได้รายจ่ายประจำวัน “รายงานเงินสดรับ - จ่าย” เก็บรักษารายงานเงินสดรับ – จ่าย และใบสำคัญการจดทะเบียนพาณิชย์ ณ ที่ทำการของผู้มีเงินได้ไม่น้อยกว่า 5 ปี 1.5 กรณีผู้มีเงินได้ประกอบกิจการร่วมกันกับคู่สมรส ให้มีสิทธิแบ่งเงินได้พึงประเมินให้แก่คู่สมรสตามที่ตกลงกัน เว้นแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ให้แบ่งคนละ 50% 2. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 28/2535 เรื่อง การขายพืชผลทางการเกษตร ตามมาตรา 81 (1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติในการพิจารณาเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายพืชผลทางการเกษตร ตามมาตรา 81 (1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ 2.1 การขายพืชผลทางการเกษตรในราชอาณาจักรในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (1) การขายผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งเกิดจากการนำพืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นลำต้น กิ่ง ใบ เปลือก หน่อ ราก เหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช มาจัดทำโดยปรุงแต่งด้วยการใส่สารปรุงรสหรือสารกันเสีย หรือสารอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันและผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวยังคงลักษณะเป็นพืชผลทางการเกษตรที่อยู่ในสภาพสด หรืออยู่ในลักษณะที่รักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียในระหว่างขนส่ง หรืออยู่ในลักษณะที่รักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่ง ทั้งนี้ เฉพาะที่บรรจุกระป๋องภาชนะ หรือหีบห่อ ที่ผนึกในลักษณะมั่นคง (2) การขายน้ำผลไม้ น้ำจากพืช หรือน้ำมัน ที่ได้จากการนำพืชผลทางการเกษตร มาคั้น หีบ สกัด หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน ไม่ว่าจะมีสารปรุงรสหรือสารกันเสีย หรือสารอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันผสมอยู่ด้วยหรือไม่ทั้งนี้ เฉพาะที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อ ที่ผนึกในลักษณะมั่นคง (3) การขายน้ำผลไม้ น้ำจากพืช หรือน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล (4) การขายพืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็น ลำต้น กิ่ง ใบ เปลือกหน่อ ราก เหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช และวัตถุพลอยได้จากพืช ที่ได้แปรรูปหรือแปรสภาพเป็นอาหารหรือสินค้าอื่นที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) แล้ว ทั้งนี้ ไม่ว่าอาหารหรือสินค้าอื่นนั้นจะบรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อ ที่ผนึกในลักษณะมั่นคงหรือไม่ (5) การขายฟืน ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ หรือไม้ซุงไม่ว่าจะตัดเป็นไม้ทั้งต้น หรือตัดเป็นท่อน เพื่อการแปรรูป ทำเสาเข็ม หรือใช้ในการก่อสร้าง 2.2 การขายพืชผลทางการเกษตรในราชอาณาจักรในกรณีดังต่อไปนี้ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (1) การขายพืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็น ลำต้น กิ่ง ใบ เปลือก หน่อ ราก เหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช และวัตถุพลอยได้จากพืช ที่ไม่เข้าลักษณะ ตามข้อ 1 (2) การขายข้าวสาร หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสีข้าว ทั้งนี้ ไม่ว่าจะบรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อ ที่ผนึกในลักษณะมั่นคงหรือไม่ (3) การขายกากของพืช น้ำยางจากพืช ยางแผ่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีสารอื่นใดผสมอยู่ด้วยหรือไม่ และไม่ว่าจะบรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อ ที่ผนึกในลักษณะมั่นคงหรือไม่ 2.3 คำว่า "ที่ผนึกในลักษณะมั่นคง" ตามข้อ 1 และข้อ 2 หมายความถึงการติดหรือปิดให้แน่นไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ซึ่งเมื่อมีการเปิดจะต้องมีการฉีก ทำลาย แปรรูปหรือแปรสภาพของภาชนะหรือการผนึกนั้น ทั้งนี้ โดยมิอาจคงสภาพในรูปรอยเดิมได้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |