ข้อหารือ กรมสรรพากร

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศขายหุ้นในบริษัทไทย Corporate Income Tax in the case of a foreign-incorporated company selling shares in a Thai company


เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศขายหุ้นในบริษัทไทย Corporate Income Tax in the case of a foreign-incorporated company selling shares in a Thai company
แหล่งที่มา ข้อหารือ กรมสรรพากร
วันที่ 04/06/2007
เลขที่หนังสือ กค 0706/5527
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 40(4)(ช) และมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ

     กรณีบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสถานประกอบการในประเทศไทย เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ก. ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นประสงค์จะขายหุ้นบริษัท ก. ให้แก่บริษัท ข. ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งในการขายหุ้นดังกล่าว บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนในบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย จะมีภาระภาษีอย่างไร

แนววินิจฉัย

     "การซื้อขายหลักทรัพย์ที่กระทำเป็นปกติในธุรกิจการค้า โดยบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งกระทำโดยบริษัทหลักทรัพย์ โดยในกรณีบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ เข้ามาลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผ่านบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในประเทศไทย กำไรที่ได้จากการขายหลักทรัพย์ของบริษัทดังกล่าว อาจเป็นกำไรจากอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์ตามอนุสัญญา เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ ซึ่งรัฐบาลไทยตกลงไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ โดย
      ก. บริษัทดังกล่าวมีใบอนุญาตค้าหลักทรัพย์ (Security Dealings License) หรือ
      ข. บริษัทดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตค้าหลักทรัพย์ (Security Dealings License) แต่มีกฎหมายพิเศษเกี่ยวกับธุรกิจการเงินโดยเฉพาะ (Specific Financial Law) ที่ระบุอย่างชัดแจ้งให้บริษัท ดังกล่าวมีอำนาจทำการซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นกิจการหลักของบริษัทได้ โดยไม่มีใบอนุญาตค้าหลักทรัพย์ (Security Dealings License) 
กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม ก.หรือ ข.กำไรจากการขายหลักทรัพย์ของบริษัท ถือเป็นผลได้จากทุน (Capital Gains) ดังนั้น ในกรณี บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนซื้อขายหุ้นในประเทศไทย จึงอาจพิจารณาได้ดังนี้
         1. กรณีเป็นกำไรจากการซื้อขายหุ้น เป็นกำไรจากธุรกิจ
กรณีกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นกำไรจากอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์แล้ว บริษัทญี่ปุ่นดังกล่าวมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยก็ต่อเมื่อบริษัทดังกล่าวซื้อขายหลักทรัพย์โดยผ่านทางสถานประกอบการถาวรซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ตามมาตรา 66 วรรคสองและมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 7 แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 อย่างไรก็ดี หากบริษัทญี่ปุ่นดังกล่าวไม่มีสถานประกอบการถาวรซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย บริษัทดังกล่าว ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย แต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาฯ ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505
         2. กรณีเป็นกำไรจากการซื้อขายหุ้น เป็นผลได้จากทุน
เมื่อบริษัท ข. ผู้จ่ายเงินค่าหุ้นให้แก่บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น โดยการขายหุ้นดังกล่าวมีผลประโยชน์ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ช) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย ตามข้อ 13 วรรคสี่ แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ประกอบกับมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 ดังนั้น บริษัท ข. ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีนำส่งตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร"

เลขตู้ 70/34969

ภาษาอังกฤษ
กรุณาสมัครสมาชิก

มาร่วมเป็นสมาชิกกับเราเพื่อใช้งานฟังก์ชันนี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ