Case study

ภาษีซื้อจากการนำเข้าอาหารสดมาขายโดยได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถเคลมภาษีซื้อได้หรือไม่อย่างไร


เรื่อง ภาษีซื้อจากการนำเข้าอาหารสดมาขายโดยได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถเคลมภาษีซื้อได้หรือไม่อย่างไร
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 27/10/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัท นำเข้าเนื้อปลาแซลมอนบดจากต่างประเทศและเสียอากร และภาษีมูลค่าเพิ่ม ตอนนำเข้าสินค้าดังกล่าว เพื่อมาขายให้ลูกค้าในประเทศไทย โดยได้รับยกเว้นภาษีขาย 

คำถาม ภาษีซื้อที่เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าฯจะสามารถนำมาเคลมได้หรือไม่ หากไม่ได้ เราก็สามารถรับรู้ภาษีซื้อดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายได้จำนวนใช่หรือไม่

คำตอบ

คำตอบ

  ประกอบกิจการขายปลาแซลมอนสดบด โดยไม่ได้มีการแปรรูปใด ถือเป็นการขายผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งเกิดจากการนำเนื้อสัตว์ ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ ไข่ และวัตถุพลอยได้จากสัตว์ มาจัดทำโดยปรุงแต่งด้วยการใส่สารปรุงรสหรือสารกันเสีย หรือสารอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน และผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวยังคงลักษณะเป็นเนื้อสัตว์ ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ ไข่ และวัตถุพลอยได้จากสัตว์ที่อยู่ในสภาพสด หรืออยู่ในลักษณะที่รักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียในระหว่างขนส่ง หรืออยู่ในลักษณะที่รักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่ง ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 29/2535ฯ ลงวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 

    1. หากผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อ ที่ผนึกในลักษณะมั่นคง โดยการติดหรือปิดให้แน่นไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ซึ่งเมื่อมีการเปิดจะต้องมีการฉีก ทำลาย แปรรูปหรือแปรสภาพ ของภาชนะหรือการผนึกนั้น ทั้งนี้ โดยไม่อาจคงสภาพในรูปรอยเดิมได้ ย่อมเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    2. หากผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว มิได้บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อ ที่ผนึกในลักษณะมั่นคง ไม่ว่าจะมีรายได้เป็นจำนวนเท่าใด ก็ถือเป็นการการขายสัตว์ ที่เป็นเนื้อ ส่วนต่างๆของสัตว์ ที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (Non VAT) ตามมาตรา 81 (1)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร


ภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับรายได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

  1. ภาษีซื้อที่ไม่สามารถแยกได้ว่าใช้กับกิจการประเภทใด(Non VAT และ VAT) กรณีมีการทำกิจการ 2 ประเภท
  2. ภาษีซื้อที่สามารถแยกได้ว่าเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภท Non VAT  ( ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามมาตรา 81 (1)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นนั้น ถือเป็น ภาษีซื้อต้องห้ามไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตาม มาตรา 82/5(6) ประกอบกับ  ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ข้อ 2(3) แต่ ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ภายใต้เงื่อนไขของมาตรา 65 ตรี (6ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ มาตรา 3 แห่ง พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 243) ดังนั้น ให้บริษัทฯ รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวน

สรุปแนวปฏิบัติ

รายการ

การปฏิบัติทางภาษี

ประเภทกิจการ

ขายปลาแซลมอนสดบด (ไม่ได้บรรจุภาชนะผนึกแน่น)

ฐานภาษี

ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(ข)

ภาษีซื้อนำเข้า / ภาษีซื้อจากต้นทุน

ถือเป็น “ภาษีซื้อต้องห้าม” ไม่สามารถนำมาหักออกจากภาษีขายหรือขอคืนได้

การรับรู้ทางบัญชี

รวมภาษีซื้อเป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายได้

การหักรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคล

หักเป็นรายจ่ายได้เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกิจการ ตามมาตรา 65 ตรี(6ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง


มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(ข) การขายสัตว์ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต และในกรณีสัตว์ไม่มีชีวิตไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ ไข่ น้ำนม และวัตถุพลอยได้จากสัตว์ ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสดหรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือด้วยการจัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่งด้วยวิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บด ทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น แต่ไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
    ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.29/2535 )  ( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 3) )


มาตรา 82/3ภายใต้บังคับมาตรา 82/7 มาตรา 82/8 และมาตรา 82/16 ให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี
 หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ผู้ประกอบการชำระภาษีเท่ากับส่วนต่างนั้น
 หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ให้เป็นเครดิตภาษีและให้ผู้ประกอบการนั้นมีสิทธิได้รับคืนภาษีหรือนำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามส่วน 8
 ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีตามวรรคหนึ่งเพราะมีเหตุจำเป็นตามที่อธิบดีกำหนด ให้มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด แต่ต้องไม่เกินสามปีนับจากวันที่ได้มีการออกใบกำกับภาษี
             ( 
ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 )
 
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4) )


มาตรา 82/5ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3


(6) ภาษีซื้อตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
 
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) 



ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)

เรื่อง    การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร


ข้อ 2ภาษีซื้อดังต่อไปนี้ ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

(3) ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม



มาตรา 65 ทวิการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
             (1) รายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย


มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

  (6 ทวิ) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ภาษีซื้อที่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (4) หรือภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา


พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 
ว่าด้วยภาษีซื้อที่ใช้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (ฉบับที่ 243)พ.ศ. 2534


มาตรา 3  ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนำภาษีซื้อตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการผลิตและขายสารผสมล่วงหน้าอาหารสัตว์

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

17/02/1999

เลขที่หนังสือ

กค 0811/พ.1507

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ทวิ, มาตรา 81, มาตรา 82/3, มาตรา 82/5, มาตรา 87, มาตรา 87/3, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2534 ฯ, (ฉบับที่ 29) และ (ฉบับที่ 42) พ.ศ. 2535 ฯ

ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้า ทั้งที่ต้องเสียและยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีนโยบายที่จะผลิตสินค้าประเภทสารผสมล่วงหน้า (พรีมิกซ์) สำหรับไก่กระทง ไก่ไข่ และเป็ดทุกขนาดอายุ (ใช้สำหรับสัตว์เท่านั้น) ชื่อ ENFORCE-VITA (เอ็นฟอร์ช-ไวต้า) ซึ่งมีส่วนผสมจากไวตามิน แร่ธาตุจึงขอทราบว่า

    1. บริษัทฯ ผลิตและขายสินค้าดังกล่าวจะเข้าข่ายได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(จ) การขายยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์เพื่อบำรุง รักษา ป้องกัน หรือกำจัดศัตรู หรือโรคของพืชและสัตว์หรือไม่

    2. กรณีที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ บริษัทฯ มีสิทธินำมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่

    3. กรณีที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เครื่องมือเครื่องจักร ที่ซื้อมาเฉพาะผลิตสินค้าชนิดนี้ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นบริษัทฯ มีสิทธินำมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่

    4. กรณีที่บริษัทฯ ผลิตสินค้าที่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีซื้อที่เกิดจากค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการผลิต เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า บริษัทฯ มีสิทธินำมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทั้งจำนวนหรือไม่ ถ้าไม่ได้จะมีวิธีการเฉลี่ยอย่างไร และวิธีการจัดทำรายงานภาษีซื้อและการลงรายการในแบบ ภ.พ.30 จะลงรายการอย่างไร

แนววินิจฉัย

    1. กรณีบริษัทฯ ผลิตและขาย "สารผสมล่วงหน้า" ซึ่งเป็นสารผสมของวัสดุที่ใช้เลี้ยงสัตว์ที่มีส่วนผสมจากไวตามินชนิดต่าง ๆ แร่ธาตุชนิดต่าง ๆ และสื่อตามข้อเท็จจริงดังกล่าว หากผลิตภัณฑ์นั้นขึ้นทะเบียนเป็นอาหารสัตว์ตาม พ.ร.บ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์กับกรมปศุสัตว์ก็เข้าลักษณะเป็นเคมีภัณฑ์ใช้สำหรับสัตว์ เพื่อบำรุงรักษาสัตว์ เมื่อขายสินค้าดังกล่าวภายในประเทศจึงได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(จ) แห่งประมวลรัษฎากร

    2.ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อวัตถุดิบและเครื่องมือเครื่องจักรมาใช้ในการผลิตสินค้าตาม ข้อ2 และข้อ 3 ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ตามข้อ 2 (3) แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่42)ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535

    3. การเฉลี่ยภาษีซื้อ การลงรายงานภาษีซื้อและการลงรายการในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) แยกพิจารณาได้ดังนี้

        (1) ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้า หรือบริการที่นำมาใช้ในการประกอบกิจการทั้งที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้ประกอบการจะนำภาษีซื้อดังกล่าวมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมดไม่ได้ แต่ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติ ดังนี้คือ ในกรณีที่สามารถแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าภาษีซื้อที่เกิดจากสินค้าหรือบริการดังกล่าวเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ถือเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ๆ แต่ถ้าไม่สามารถแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าภาษีซื้อที่เกิดจากสินค้าหรือบริการดังกล่าวเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทใด ให้เฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ของแต่ละกิจการและให้นำเฉพาะภาษีซื้อที่เฉลี่ยได้ตามรายได้ของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับภาษีซื้อส่วนที่เกิดจากกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใต้เงื่อนไขของมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535

        (2) การทำรายงานภาษีซื้อ ตามมาตรา 87 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ลงรายการตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปซึ่งไม่สามารถนำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ด้วย โดยให้หมายเหตุว่าเป็นรายการที่ไม่สามารถนำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ดังนั้น กรณีตามข้อเท็จจริงผู้ประกอบการจะต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ สำหรับใบกำกับภาษีทั้งที่สามารถนำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องห้ามไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้หมายเหตุจำนวนเงินภาษีที่เป็นรายการที่ไม่มีสิทธิ์นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ด้วย โดยรายงานดังกล่าวต้องเป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด ตามมาตรา 87 และ 87/3 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ข้อ 4 วรรคสอง แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 22)ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534

        (3) การลงรายการในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ผู้ประกอบการมีสิทธินำภาษีซื้อจากยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษีในแต่ละเดือนซึ่งได้ลงรายงานภาษีซื้อไว้ตาม 3 (2) มาลงรายการในช่องภาษีซื้อเดือนนี้ในข้อ 7 ของแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30)

เลขตู้

62/27526


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ