Case study

วิสาหกิจเพื่อสังคมนำผลกำไรมาแบ่งปันกันได้หรือไม่


เรื่อง วิสาหกิจเพื่อสังคมนำผลกำไรมาแบ่งปันกันได้หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 24/04/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณีเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามเงื่อนไขของ พรบ ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ปี 2562 และจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจที่ไม่ประสงค์จะแบ่งปันกำไรให้แก่หุ้นส่วน 

วิสาหกิจนี้ยังต้องปฏิบัติตามข้อ (3) หรือไม่ที่ต้องนำผลกำไรไม่น้อยกว่า ร้อยละเจ็ดสิบไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่จดเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม

คำตอบ

การจดเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมและไม่ประสงค์แบ่งปันกำไร ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรา 5 (3) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 คือต้องนำผลกำไรไม่น้อยกว่าร้อยละ 70% มาใช้จ่ายตามมาตรา 5 (1) ซึ่งในความเป็นจริงก็ต้องนำผลกำไรทั้งหมด 100% มาใช้ตามมาตรา 5(1) เช่น จ่ายไปเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน เพื่อชุมชน เพื่อสังคม ตามที่ระบุไว้ หรือถ้าไม่ใช้จ่ายจะทำมาลงทุนหรือขยายกิจการต่อไป ก็ถือว่ายังอยู่ในมาตรา 5(1) ซึ่งวัตถุประสงค์ไม่ได้จะมีการแบ่งปันกำไรกันอยู่แล้ว ดังนั้น ผลกำไรทั้ง 100% ก็ต้องนำมาใช้ในตามมาตรา 5 (1) ยกตัวอย่างเช่น

  • นำกำไร 70% ไปใช้จ่ายเพื่อจ้างงานในชุมชน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • และกำไร อีก 30% นำไปขยายกิจการต่อ
    ** แต่จะไม่สามารถนำผลกำไรมาแบ่งปันให้ผู้ถือหุ้นได้ เนื่องจากขัดกับวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ และจะส่งผลให้ไม่ได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 735) พ.ศ.2564 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 38)

 

พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 735) พ.ศ.2564

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 38) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีอากร สําหรับกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคลซึ่งสนับสนุนกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม


พระราชบัญญัติ ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562


เรื่อง

บริษัทฯ ที่เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกำไร มีรายได้จ้างทำลายสินค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 04/04/2023 - วันที่ตอบ 14/04/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 735) พ.ศ. 2564, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 38)

ปุจฉา

ขออนุญาตหารือเกี่ยวกับภาษีของบริษัทฯ ที่เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกำไร ซึ่งได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยบริษัทฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมตั้งแต่จัดตั้ง อย่างไรก็ดีบริษัทได้รับจดแจ้งเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565

    1. ถ้าเป็นเช่นนี้บริษัทฯ ถือว่าเข้าเกณฑ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่วันจัดตั้งทันที หรือเริ่มมีผล ณ วันที่จดแจ้ง 12 ตุลาคม 2565 คะ

    2. เกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เนื่องจากทางบริษัทฯ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ทางบริษัทฯ ทำธุรกิจในลักษณะการให้บริการและรับจ้างทำของ เช่นนี้แล้วบริษัทฯ จะต้องปฏิบัติอย่างไร เกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทฯ จะต้องถูกหัก เมื่อได้รับชำระเงินคะเช่น ผู้จ่ายเงินได้ให้กับบริษัทฯ จำเป็นต้องหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับยอดจ่ายนั้น รวมถึงออกใบหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งสรรพากรให้บริษัทอยู่หรือไม่

    3. เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีที่บริษัทฯ ได้รับมอบหมายจากนิติบุคคลอื่นที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้เป็นผู้ทำลายสินค้าตามคำสั่งของสรรพากร ว่าด้วยเรื่องการทำลายสินค้าเพื่อตัดสินค้านั้นออกจากรายงานสินค้าของนิติบุคคลดังกล่าว ซึ่งบริษัทฯ รับจะทำลายสินค้าเหล่านั้น โดยไม่ให้อยู่ในสภาพเดิม เพื่อนำมาสร้างเป็นผลงานศิลปะซึ่งเป็นสินค้าของบริษัทฯ อีกที  ดังนั้น ขอเรียนสอบถามว่า เมื่อใดก็ตามที่บริษัทฯรับสินค้าที่จะทำลายเข้ามา

        1. บริษัทฯ จำเป็นต้องรับรู้รายการดังกล่าวเป็นรายได้ของบริษัทฯ ใช่หรือไม่

        2.และบริษัทฯ จะมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่มจากการรับสินค้าดังกล่าวเข้ามาทำลายเพื่อแปลงสภาพเป็นผลงานศิลปะหรือไม่

        3. รวมถึงบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องจัดทำเอกสารสำหรับออกให้นิติบุคคลผู้ว่าจ้างทำลายหลังรับสินค้าเข้ากระบวนการทำลาย เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับสรรพากรตรวจสอบด้วยหรือไม่

วิสัชนา

1. ตามมาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 735) พ.ศ. 2564 ได้กำหนดนิยามศัพท์คำว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” และ “วิสาหกิตเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกำไร” และกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบคุคลสำหรับดังนี้

    “มาตรา 4 ในพระราชกฤษฎีกานี้

         “วิสาหกิจเพื่อสังคม” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับการผลิต การจำหน่ายสินค้า หรือการบริการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการ และได้รับการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

         “วิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกำไร” หมายความว่า วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่ประสงค์จะแบ่งปันกำไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

     มาตรา 5 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกำไร สำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการตั้งแต่วันที่วิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกำไรนั้นได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการ และไม่มีการแบ่งปันกำไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

         หากวิสาหกิจเพื่อสังคมตามวรรคหนึ่ง เปลี่ยนแปลงประเภทของวิสาหกิจเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ประสงค์จะแบ่งปันกำไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ให้การยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่งสิ้นสุดลงตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และต้องนำไปรวมคำนวณเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ใช้สิทธินั้น”



 

2.ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 38) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีอากรสำหรับกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคลซึ่งสนับสนุนกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564 อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีอากร สำหรับกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมและบุคคลซึ่งสนับสนุนกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม ดังต่อไปนี้

    “ข้อ 1 วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ประสงค์จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ประสงค์จะให้บุคคลซึ่งสนับสนุนกิจการของตนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต้องดำเนินการจดแจ้งความประสงค์ต่ออธิบดีกรมสรรพากร และต้องเป็นหน่วยรับบริจาคตามประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 โดยยื่นคำขอจดแจ้ง/เลิกการเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (ว.ส.1 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากรhttp://www.rd.go.thดังนี้

            (1) กรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ให้จดแจ้งความประสงค์ภายในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม...

     ข้อ 2 วิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกำไรที่ได้จดแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามข้อ 1  ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการ ดังต่อไปนี้

            (1) กรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลักของกิจการตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ได้รับยกเว้นตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น แต่ต้องไม่ก่อนวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562”



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    1. บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมตั้งแต่จัดตั้ง อย่างไรก็ดีบริษัทได้รับจดแจ้งเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 เช่นนี้ บริษัทฯ ถือว่าเข้าเกณฑ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นทันที

    2. เกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย: ให้บริษัทฯ แจ้งบริษัทฯ ผู้รับบริการว่า บริษัทฯ เป็น “วิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่แบ่งปันกำไร” ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จึงไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด ทำนองเดียวกับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    3. เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม: ในกรณีที่บริษัทฯ ได้รับมอบหมายจากนิติบุคคลอื่นที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เป็นผู้ทำลายสินค้าตามคำสั่งของสรรพากร ว่าด้วยเรื่องการทำลายสินค้า เพื่อตัดสินค้านั้นออกจากรายงานสินค้าของนิติบุคคลดังกล่าว ซึ่งบริษัทฯ รับจะทำลายสินค้าเหล่านั้นโดยไม่ให้อยู่ในสภาพเดิม เพื่อนำมาสร้างเป็นผลงานศิลปะซึ่งเป็นสินค้าของบริษัทฯ อีกที  ดังนั้น ขอเรียนสอบถามว่า เมื่อใดก็ตามที่บริษัทฯรับสินค้าที่จะทำลายเข้ามา

        (1) นอกจากค่าบริการทำลายสินค้าแล้ว สำหรับเศษซากจากการทำลายสินค้าบริษัทฯ ไม่ต้องรับรู้รายการดังกล่าวเป็นรายได้ของบริษัทฯ อีกถูกต้องแล้ว

        (2) บริษัทฯ ย่อมมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าบริการทำลายสินค้า ส่วนเศษซากจากการทำลายสินค้าเพื่อแปลงสภาพเป็นผลงานศิลปะ บริษัทฯ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี จนกว่าขายสินค้าที่ได้ผลิตเป็นงานศิลปะ

        (3) บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีสำหรับค่าบริการจ้างทำลายสินค้า โดยไม่ต้องออกเอกสารอื่นใดให้นิติบุคคลผู้ว่าจ้างทำลายหลังรับสินค้าเข้ากระบวนการทำลาย เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับสรรพากรตรวจสอบแต่อย่างใด



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ