Case study

นำสินทรัพย์เติมมาปรับเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ใหม่


เรื่อง นำสินทรัพย์เติมมาปรับเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ใหม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 05/05/2025
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ ซื้อโต๊ะขนาดใหญ่ ยาว 10 เมตร กว้าง 1.50 เมตร ราคา 40,000 คิดค่าเสื่อมราคา 20% หรือ 5 ปี 

ผ่าน 3 ปี มีการปรับปรุงออฟฟิศใหม่ เลยนำโต๊ะนั้นมาแบ่งทำเป็นโต๊ะใหม่ 5 ตัว และมีการซื้อวัสดุติดตั้งเพิ่มเติม เช่น ขาโต๊ะ ฉากกั้น ลิ้นชัก เป็นต้น โดยการจ้างบริษัทอื่นมาดำเนินการให้ มีการเรียกเก็บ ค่าขาโต๊ะ ฉากกั้น ลิ้นชัก รวม 30,000 บาท ค่าบริการติดตั้ง 3,000 บาท (แยกรายการออกจากกัน แต่รวมอยู่ในบิลฉบับเดียว) 

1. ตอนชำระเงินต้องหัก ณ ที่จ่ายเป็นค่าบริการหรือค่าจ้างทำของหรือครับ ในอัตรา 3% ของยอดใด ระหว่าง  33,000 บาท หรือ 3,000 บาท  

2. เรื่องการคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์และการบันทึกบัญชี ของสินทรัพย์เดิม และสินทรัพย์หลังจากการปรับเปลี่ยนใหม่ มีวิธีการอย่างไรบ้าง 

คำตอบ


คำตอบข้อ 1

1. จะต้องทราบก่อนว่าข้อตกลงที่ทำระหว่างบริษัทที่จ้างมาเป็นอย่างไร เป็นซื้อสินค้าหรือว่าจ้าง และบริษัทที่ว่าจ้างติดตั้งเพิ่มเติม เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการขายสินค้า มุ่งโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้า เช่น ขาโต๊ะ ฉากกั้น ลิ้นชัก เป็นต้น หรือเป็นบริษัทที่รับจ้างติดตั้ง โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จของงาน เป็นการให้บริการ รับจ้างทำของ


1.1 หากบริษัทว่าจ้าง เป็นบริษัทที่เน้นขายสินค้า มุ่งโอนกรรมสิทธิ์และมีสินค้าพร้อมที่จะขาย การติดตั้งเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น การหัก ณ ที่จ่ายให้เป็นดังนี้

  • ค่าขาโต๊ะ ฉากกั้น ลิ้นชัก 30,000 บาท → ถือเป็น ค่าสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • ค่าบริการติดตั้ง 3,000 บาท → ถือเป็น ค่าบริการ หรือ ค่าจ้างทำของต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

1.2 หากบริษัทว่าจ้าง เป็นบริษัทรับจ้างติดตั้ง ต่อเติม เปลี่ยนแปลงตามแบบที่เราต้องการ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จของงาน ถือเป็นการให้บริการ รับจ้างทำของ

  • ค่าขาโต๊ะ ฉากกั้น ลิ้นชัก 30,000 บาท → ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างทำของต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าบริการติดตั้ง 3,000 บาท → ถือเป็น ค่าบริการ หรือ ค่าจ้างทำของต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

 

ลักษณะของสัญญาจ้างทำของ 
 ตามประมวลแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ได้กล่าวถึงลักษณะของสัญญาจ้างทำของว่า เป็นสัญญาที่มีบุคคลอยู่สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเรียกว่า "ผู้รับจ้าง" ตกลงจะทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จ ให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งเรียกว่า "ผู้ว่าจ้าง" และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ซึ่งอาจสรุปลักษณะของสัญญาจ้างทำของได้ดังนี้
        1) สาระสำคัญของสัญญาจ้างทำของ คือ ผู้รับจ้างต้องทำการงานโดยมุ่งประสงค์ถึงผลสำเร็จของงานที่กระทำให้เกิดขึ้นตามที่ได้ตกลงกัน
        2) สินจ้างตามสัญญาจ้างทำของ จะคำนวณตามผลสำเร็จของงาน
        3) คุณสมบัติของผู้ทำการงานตามสัญญาจ้างทำของ ซึ่งไม่ใช่สัญญาเฉพาะตัว หากแต่มุ่งถึงผลสำเร็จของงานเป็นหลัก เว้นแต่บางกรณีที่อาจเป็นสัญญาที่มีสาระสำคัญอยู่ที่ความรู้ความสามารถของผู้รับจ้างก็ได้ (มาตรา 607) เช่น ทำสัญญาจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เป็นสัญญาที่มุ่งถึงความรู้ความสามารถของผู้รับจ้าง
        4) ผู้รับจ้างมีอิสระในการปฏิบัติงานไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาควบคุมการทำงานของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ มุ่งที่จะให้เกิดผลสำเร็จของงานเท่านั้น โดยจะใช้วิธีการใดก็ได้
        5) ตามสัญญาจ้างทำของ เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานนั้น ผู้รับจ้างจะเป็นผู้จัดหามาเอง (ปพพ. มาตรา 588) รวมตลอดถึงสัมภาระชนิดที่ดีด้วย เว้นแต่จะตกลงไว้เป็นอย่างอื่น (ปพพ. มาตรา 589)
        6) ตามสัญญาจ้างทำของ ผู้ว่าจ้างไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนได้ให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง (ปพพ. มาตรา 428)


คำตอบข้อ 2

2. การคิดค่าเสื่อมราคาและบันทึกบัญชีสินทรัพย์ 
 ควร ตัดจำหน่ายสินทรัพย์เดิม แล้วตั้งสินทรัพย์ใหม่จากต้นทุนใหม่และเริ่มคิดเสื่อมราคาใหม่

สินทรัพย์เดิม:

- ราคาทุน: 40,000 บาท
 - อายุการใช้งาน: 5 ปี (คิดเสื่อมปีละ 20%)
 - ใช้งานแล้ว 3 ปี → ค่าเสื่อมราคาสะสม 40,000 × 20% x 3 ปี = 24,000 บาท
 - มูลค่าสุทธิ ณ ปัจจุบัน = 40,000 - 24,000 = 16,000 บาท

การนำโต๊ะเก่ามาดัดแปลงเป็นโต๊ะใหม่ 5 ตัว:

ถือว่าเป็น การปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงลักษณะของสินทรัพย์เดิม
 ต้องพิจารณาว่าเป็นการ แยกสินทรัพย์ใหม่ หรือยังถือว่าเป็น การต่อเนื่องของสินทรัพย์เดิม

แนวทางที่นิยมใช้ (แยกสินทรัพย์ใหม่):

1. ตัดจำหน่ายสินทรัพย์เดิม (โต๊ะใหญ่):
ตัดออกจากบัญชี:
        Dr. ค่าเสื่อมราคาสะสม                 24,000  
สินทรัพย์จากโต๊ะเก่า 16,000
                        Cr.โต๊ะสำนักงาน                             40,000

2. บันทึกสินทรัพย์ใหม่ (โต๊ะ 5 ตัว):
คำนวณต้นทุนรวม:
- ส่วนของโต๊ะเก่า: มูลค่าสุทธิ 16,000
- ค่าวัสดุติดตั้งใหม่: 30,000
- ค่าบริการติดตั้ง: 3,000
รวม: 49,000 บาท

บันทึกเป็นสินทรัพย์ใหม่ (โต๊ะ 5 ตัว):

Dr.โต๊ะสำนักงานใหม่ 49,000  
Cr. เงินสด / เจ้าหนี้ 33,000
                                สินทรัพย์จากโต๊ะเก่า   16,000

เริ่มคิดค่าเสื่อมราคาใหม่:
อายุการใช้งานใหม่ ตามลักษณะโต๊ะใหม่ เช่น 5 ปี
                  - ค่าเสื่อมราคา = 49,000 ÷ 5 = 9,800 บาท/ปี



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีค่าบริการซ่อมและค่าวัสดุ

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

29/09/2000

เลขที่หนังสือ

กค 0811/ก.1102

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40

ข้อหารือ

     บริษัทฯ ดำเนินกิจการให้คำปรึกษาและแนะนำในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการใช้เครื่องจักรและหุ่นยนต์ช่วยในกระบวนการผลิต การบริการทางวิศวกรรมและเทคนิคการค้าส่งภายใน การค้าส่งและหรือกิจการค้าปลีกเครื่องจักร เครื่องกล เครื่องมือและอุปกรณ์ การให้บริการฝึกอบรมการใช้เครื่องจักรการติดตั้งบำรุงและซ่อมแซมเครื่องจักรและการปรับแต่ง CALIBRATION เครื่องจักร เครื่องกลเครื่องมือและอุปกรณ์ โดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ว่า บริษัทฯ ได้ให้บริการซ่อม โดยเอาสินค้าในสต็อคเปลี่ยนให้ลูกค้าแล้วส่งสินค้าตัวที่ซ่อมไปยังบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น และเมื่อซ่อมเสร็จก็จะส่งกลับมาเก็บในสต็อคหรือหากซ่อมไม่ได้ก็จะเอาสินค้าตัวใหม่มาเก็บแทนที่ในสต็อค บริษัทฯ ได้ออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้รับจ้างซ่อม โดยแยกรายการค่าวัสดุกับค่าซ่อมเป็นคนละฉบับ กรณีดังกล่าวบริษัทฯ ควรจะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายเฉพาะค่าซ่อม ถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้บริษัทฯ มีข้อโต้แย้งกับลูกค้าซึ่งยืนยันจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากค่าซ่อมรวมค่าวัสดุจึงหารือเพื่อความถูกต้องในการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

แนววินิจฉัย

     กรณีการให้บริการซ่อมตามข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ระบุค่าซ่อมกับค่าวัสดุฉบับเดียวกันหรือคนละฉบับ การให้บริการดังกล่าวถือเป็นการให้บริการรับจ้างซ่อมทั้งหมด หาก
 ผู้จ่ายเงินได้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้ที่จ่าย ตามข้อ 8 แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

เลขตู้

63/29857



เรื่อง

การหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีสั่งซื้อสินค้าเพื่อขายกับโรงงานที่ผลิตสินค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 06/02/2023 - วันที่ตอบ 30/03/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528

ปุจฉา

มีประเด็นคำถามเกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายค่ะ

    ทางบริษัท ก ได้ทำการสั่งซื้อสินค้าเพื่อขายกับโรงงานที่ผลิตสินค้า ทางเราบริษัท ก มองว่าซื้อสินค้าสำเร็จรูป ไม่ได้จ้างทำของ เลยไม่ได้หัก ณ ที่ จ่าย แต่ทางโรงงานผลิตสินค้าเขามองว่าเข้าข่ายจ้างทำของ เลยแจ้งให้บริษัท ก ต้องหัก ณ ที่จ่าย

คำถาม

ถ้าต้องหัก ต้องดูอย่างไรบ้างถึงจะเข้าข่ายและต้องทำการหัก ณ ที่จ่าย ค่ะ

วิสัชนา

1. ในทางภาษีอากร อาจแสดงรายการเปรียบเทียบระหว่างการขายสินค้า และการให้บริการจ้างทำของเป็นตารางตามประเด็นทางภาษีอากรอากรที่แตกต่างกันได้ดังนี้

(ดูตารางประกอบ)


2. ตามหนังสือตอบข้อหารือเลขที่ กค 0702/5546 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีผลิตและจำหน่ายสินค้าเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าตามรูปแบบที่จัดเตรียมไว้ หรือลูกค้าเป็นผู้ออกแบบเอง ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้


    “กรณีห้างฯ ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป เช่น เสื้อโปโล เสื้อแจ๊คเก็ต เสื้อเชิ้ต และกางเกง โดยใช้วัสดุในการผลิตแตกต่างกัน รวมทั้งมีการผลิตและจำหน่ายให้แก่ลูกค้าตามคำสั่งมีลักษณะดังนี้

     1. ลูกค้าสั่งซื้อตามรูปแบบตามที่ห้างฯ รับผลิต หรือตามตัวอย่างที่ห้างฯ จัดเตรียมไว้และลูกค้าขอเลือกวัสดุ เช่น สีผ้า ชนิดผ้า กระดุม และแบบกระดุม ที่ห้างฯ จัดเตรียมและมีไว้ให้เลือก ซึ่งบางครั้งคำสั่งซื้อจะมีการติดเครื่องหมายของ บริษัทลูกค้า โลโก้ หรือเครื่องหมายอื่นที่ลูกค้าต้องการบนเสื้อตามจุดที่ลูกค้าต้องการ

     2. ลูกค้าสั่งผลิตสินค้าโดยลูกค้าเป็นผู้ออกแบบเอง แต่ใช้วัตถุดิบในการผลิตตามตัวอย่างที่ห้างฯ จัดเตรียมและมีไว้ให้เลือก และอาจมีการติดเครื่องหมายของบริษัทลูกค้า โลโก้ หรือเครื่องหมายอื่นที่ลูกค้าต้องการบนเสื้อตามจุดที่ลูกค้าต้องการ

     เช่นนี้ กรณีห้างฯ ได้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าตามรูปแบบที่ห้างฯ จัดเตรียมไว้หรือลูกค้าเป็นผู้ออกแบบเอง แต่ใช้วัตถุดิบในการผลิตของห้างฯ ที่จัดเตรียมและมีไว้ให้เลือก การรับทำสินค้าดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528” (เลขตู้ : 73/37422)



  

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีบริษัทฯ สั่งซื้อสินค้าไปยังโรงงานผู้ผลิต หากโรงงานได้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าบริษัทฯ จะสั่งซื้อสินค้าตามรูปแบบที่โรงงานจัดเตรียมไว้ หรือบริษัทฯ เป็นผู้ออกแบบเอง แต่ใช้วัตถุดิบในการผลิตของโรงงานที่จัดเตรียม และมีไว้ให้เลือก การรับทำสินค้าดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่องสั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 แต่อย่างใด



 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ